บริการข่าวไทยรัฐ

โหลดที่ รมต.ท็อปบูต!

สัญญาณเฮี้ยบระดับสูงสุดเลย

ตามฉากที่ทหารล็อกตัวนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ คาทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ตอนไปนั่งรอจ่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี

เพื่อขอให้ติดตามหาหมุดคณะราษฎรที่ถูกถอดหายไป

กลายเป็นต้องตามหานายศรีสุวรรณที่หายเข้าไปในค่ายทหาร

ในอารมณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. บอกว่าได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ ติดตามสืบสวนสอบสวน

แต่ก็พูดเป็นเชิงออกตัวเลยว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมา 80 ปีแล้ว ที่สำคัญประชาธิปไตยนั้นอยู่ในใจทุกคน การพูดหรือทวงคืนอะไรก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์

“ผมไม่อยากให้บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้ ก็ขอให้ระมัดระวังในการเคลื่อนไหว”

พูดนิ่มๆให้พอเป็นที่เข้าใจตรงกัน

รัฐบาลทหาร คสช.ไม่ขอเน้นความสำคัญกับเรื่องหมุด

อีกจุดที่เป็นประเด็นร้อนโผล่มาไล่เลี่ยกับหมุดคณะราษฎรหาย ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเสียงแข็ง ยืนกรานไม่จำเป็นต้องปรับ ครม.เศรษฐกิจอย่างที่มีกระแสกดดัน

โดยเฉพาะเสียงของคนสำคัญอย่าง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะ “ลูกป๋า” สายตรงบ้านสี่เสาฯ

ออกแรง “เขย่า” ช่วยทีมงานพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์

ปฏิบัติการคนกันเอง หันมาล่อกันเอง มันจึงก่อแรงกระเพื่อมไม่ธรรมดา

ที่สำคัญหากแกะตามร่องรอยมันก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ โดยอาการขัดอกขัดใจทีมเศรษฐกิจภายใต้การนำของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มันก็อาจโยงมาจากปฏิกิริยาตอบสนองขบวนการพยายามทลายขุมทรัพย์ร้านค้าปลอดภาษีสนามบิน

ตามรูปการณ์ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินฯไล่บี้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ให้ดำเนินการแชร์จุดส่งมอบสินค้ากับผู้ประกอบการรายอื่น ไม่ใช่ผูกขาดเลือกปฏิบัติกับเจ้าเดียว

เจาะข่าววงในเกี่ยวกับการเตรียมเสบียงตั้งป้อมค่ายการเมืองใหม่

ว่ากันตามนี้ มันมีวาระแฝงเร้นกันอยู่ “นายกฯลุงตู่” ถึงเสียงแข็งไม่รับมุกลูกยุให้ปรับทีมเศรษฐกิจของ “สมคิด” ที่
ทำงานรู้ขากัน

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ยุทธการล้างไพ่ ครม.จะไม่เกิดขึ้น

เพราะจุดสำคัญคือสัญญาณจาก “โหรท็อปบูต” นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต เชียงใหม่ ที่นั่งทางในส่องทางนอก บอกเลยว่า จะมีการปรับ ครม.ไม่เกินเดือนตุลาคมนี้

มันต้องมีพรายกระซิบมาแล้ว

และแนวโน้มสถานการณ์ก็แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับในที่ประชุม ครม.ล่าสุด ให้การบ้านรัฐมนตรีทุกกระทรวงมีบทบาทให้ข้อมูลสื่อมวลชนมากขึ้น สร้างการรับรู้มากขึ้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตัวเอง

โดย “นายกฯลุงตู่” จะออกหน้าแจงรายละเอียดทุกเรื่องให้น้อยลง

ตรงนี้แหละคือคำตอบของกระแสปรับ ครม.

และจุดบอดจริงๆในคณะรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ที่ทีมเศรษฐกิจ แต่มันติดตรงโควตาท็อปบูต เงื่อนไขตอบแทนแนวร่วมที่เสี่ยงยึดอำนาจร่วมกันมา

รัฐมนตรีทหารที่นั่งอยู่เกินครึ่งค่อน ครม.ต่างหากคือโจทย์ปัญหา

ตามฟอร์มรัฐบาลทหาร งานไม่เดิน ปั่นผลงานไม่ออก

เอาเป็นว่าสถานการณ์มาถึงวันนี้ น่าจะพอแก่การปูนบำเหน็จความดีความชอบแล้ว

ถึงเวลาต้องเวนคืนเก้าอี้กันซะที

ตามเงื่อนสถานการณ์ที่เดินมาถึงห้วงปลายโรดแม็ป ท้ายเทอมรัฐบาล คสช. ไฟต์บังคับ “นายกฯลุงตู่” จำเป็นต้องเร่งกู้ฟอร์มรัฐบาล คสช.

เพราะเรือแป๊ะโหลดเต็มที่ อุ้มกระเตงต่อไม่ไหวแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง