บริการข่าวไทยรัฐ

“กวิน โอภาสวงการ” คลื่นลูกใหม่ไอเดียสุดสร้างสรรค์ “ความสำเร็จในการงานอยู่ที่โอกาส และลงมือทำจริง”

ความสำเร็จในชีวิตอยู่ที่โอกาส การไขว่คว้าและลงมือทำจริง คือหลักการทำงานของคลื่นลูกใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง “กวิน โอภาสวงการ” ผู้ที่กำลังก้าวย่างอย่างมั่นคง ในการเดินตามรอยบุพาการี ไปสู่ความสำเร็จในวงการธุรกิจการเงิน

กวิน ผู้บริหารวัย 26 ปี ทายาทคนโตในจำนวน 2 คนของ ฐิติมา-ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการ บมจ.เอเชีย พลัส ได้เล่าเส้นทางชีวิตของเขาว่า ตนจบไฮสคูลที่ Shrewsbury International School กรุงเทพฯ แล้วไปเรียนต่อปริญญาตรีด้านบริหาร ที่ Royal Holloway University of London และปริญญาโทด้านบริหารเช่นกันที่ King’s College London ที่อังกฤษ พอเรียนจบก็กลับมาเมืองไทย มาทำงานที่เอเซีย พลัส โฮลดิ้ง ฝ่ายพัฒนาธุรกิจกลยุทธ์ และเป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ จนรู้ได้จักกับเพื่อนรุ่นพี่ “วรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง” ซึ่งมีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาให้บริษัท Start-upมาหลายปี ในส่วนของตนก็รู้จักนักลงทุน และสนใจในธุรกิจ Startup จึงได้ร่วมกันตั้งบริษัท Shift ventures ช่วยระดมทุนให้กลุ่มธุรกิจ Startup และ SME โดยมองว่า ธุรกิจทั้ง 2 อย่างนี้ ในประเทศไทยยังมีช่องว่างอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ความรู้ที่สำคัญในการพัฒนาธุรกิจ และความต้องการช่วยต่อยอด และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ Startup จึงเป็นตัวเชื่อมระหว่างธุรกิจทั้ง 2 กับนักลงทุน

“เราตั้ง Shift ventures มาในช่วงต้นปี 2559 ที่เลือกทำธุรกิจนี้เพราะมองเห็นความเป็นไปได้และโอกาสทางธุรกิจที่จะโตต่อไป ซึ่งนอกจากเราจะหาเงินลงทุนให้กับกลุ่ม Startup และ SME แล้ว เรายังเข้าไปช่วยจัดโครง สร้างในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมลงทุนในโครงการที่น่าสนใจด้วย อย่างเช่น ได้เข้าไปร่วมลงทุนโครงการเช่าตู้เก็บของอัตโนมัติ มีการสแกนใบหน้าผู้เช่า ที่บริเวณรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่ศาลาแดง ให้คนที่อยากไปฟิตเนส หรือไปธุระได้มีที่เก็บของโดยไม่ต้องหิ้วสัมภาระ หรือโครงการซอฟต์แวร์ สั่งอาหารทางออนไลน์ ที่ทำให้การออเดอร์อาหาร ยิงตรงไปยังคนทำ เพื่อจะได้ไม่มีการรับออเดอร์ ผิดพลาด เป็นต้น ส่วนในอนาคตของบริษัท เราอาจจะตั้งเป็นกองทุนที่จะลงทุนในกลุ่มธุรกิจนี้เลยก็เป็นได้” กวินอธิบายถึงการดำเนินธุรกิจของเขา

แม้วัยเพิ่งพ้นเบญจเพสมาไม่นาน แต่หนุ่มคนนี้ได้ผ่านการฝึกฝนในเส้นทางการลงทุนมาตั้งแต่ยังวัยรุ่น โดยบอกว่า ตนชอบเรื่องธุรกิจการลงทุนมาตั้งแต่วัย 16-17 ปี เคยไปฝึกงานสถาบันการเงินที่ฮ่องกง เมื่ออยากได้อะไร พ่อจะให้หาเงินเอง โดยท่านให้เงินมาก้อนหนึ่ง ให้ไปลองลงทุนในหุ้น ทำให้ได้ศึกษาและสนใจมาตั้งแต่เด็ก พอได้เงินมาทำให้เรารู้สึกภูมิใจ หาเงินซื้อของเองได้ ทำให้ชอบที่จะเป็นนักลงทุน ซึ่งถ้าใครอยากเป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ผมว่าคุณต้องลองจริง การเข้าไปลงทุนคุณต้องคิดไว้ก่อนว่า รับความเสี่ยงได้มากน้อยขนาดไหน แล้วลงทุนในสิ่งที่ตนเองมีความรู้ มีความถนัด อย่างผม ถ้าไม่ถนัดจะไม่ยุ่งเลย สุดท้ายของการเป็นนักลงทุนคือ อย่ายึดติดกับสิ่งที่คิดจนเกินไป

สำหรับหลักการใช้ชีวิตของหนุ่มรายนี้ กวิน ได้บอกว่า การทำงานและการใช้ชีวิตของตนต้องมีเป้าหมาย ไม่ได้ตั้งเป็นเดือนแต่ตั้งเป็นปี ในช่วงวัยนี้ของตนมองอยู่อย่างเดียว คือการสร้างหลักให้แก่ตัวเอง เพื่อทำให้พ่อแม่รู้สึกเบาใจว่า เราสามารถดูแลตัวเองได้.