วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ไซซะนะ’ พลิกลิ้นในชั้นศาล ปฏิเสธทุกข้อหา ทนายหนักใจโทษถึงประหาร

พลิกลิ้น "ไซซะนะ" เจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ ปฏิเสธทุกข้อหา ขอต่อสู้คดี ทนายความรับหนักใจโทษถึงประหารชีวิต ศาลนัดตรวจหลักฐาน 19 มิ.ย.นี้ 09.00 น.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ 18 เม.ย. 60 ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์เพื่อสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อย.1642/2560 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายไซซะนะ แก้วพิมพา (MR.XAY SANA KEOPIMPHA) อายุ 42 ปี ชาว สปป.ลาว เจ้าพ่อค้ายาเสพติดชื่อดัง เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันสมคบ นำเข้า และมีเมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 1 จำนวน 1.2 ล้านเม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายไซซะนะ จำเลยฟังจนเข้าใจ แล้วสอบถามว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่า นายไซซะนะ จำเลยแถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดีทุกข้อกล่าวหา และได้จัดเตรียมทนายความไว้แก้ต่างคดีเรียบร้อยแล้ว ศาลจึงนัดตรวจหลักฐานในคดีวันที่ 19 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ด้านนายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ กล่าวว่า จำเลยแถลงให้การปฏิเสธคำฟ้องของอัยการโจทก์ทุกข้อกล่าวหา โดยจัดคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอต่อศาลพิจารณา อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะทนายความ ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจบ้างพอสมควร เพราะคดีมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต แต่ก็จะสู้คดีให้ถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ศาลได้เบิกตัว นายไซซะนะ ซึ่งอยู่ในชุดต้องโทษ เสื้อเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ มีสีหน้าเรียบเฉย พร้อมขวดน้ำดื่ม จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง

สำหรับคดีนี้ พนักงานอัยการโจทก์ ได้นำสำนวนมายื่นฟ้องนายไซซะนะ แก้วพิมพา ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นจำเลยในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันนำเข้ายาบ้า

ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66 และ 100/1 และ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 4-5, 8, 14 กรณีที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำหน้าที่จัดหายาเสพติด รถยนต์ สำหรับซุกซ่อน ยาบ้า 1.2 ล้านเม็ดไว้ในช่องลับใต้หลังคา และรถยนต์นำทางในการขนลำเลียงยาเสพติด

โดยมีพวกของจำเลยที่อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาไว้แล้วรวม 6 คน ร่วมกระทำผิดในการทำหน้าที่ขับรถยนต์ รับยาเสพติด จาก สปป.ลาว เข้ามาในประเทศไทยเพื่อส่งจำหน่าย ก่อนที่จะติดต่อส่งมอบของกลางให้กับเครือข่ายทางภาคใต้ของไทย และประเทศมาเลเซียต่อไป

กระทั่งวันที่ 30 ก.ย. 59 จำเลยกับพวกได้ร่วมกันนำยาบ้าจาก สปป.ลาว ซุกซ่อนรถยนต์ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.หนองคาย เข้ามาในไทย จนวันที่ 1 ต.ค. 59 ตำรวจสามารถจับเครือข่ายจำเลยพร้อมยึดยาบ้าของกลาง และขยายผลการจับกุม ก่อนจะจับกุมจำเลยได้เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 60 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ เหตุเกิดที่ สปป.ลาว, ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.หนองคาย และที่อื่นเกี่ยวพันกัน

โดยท้ายคำฟ้องอัยการโจทก์ขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากยาเสพติดของกลางมีจำนวนมาก คดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี และหากจำเลยรับสารภาพต่อศาล โจทก์ประสงค์ขอสืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลยด้วย

ศาลประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อย.1642 /2560 ไว้พิจารณา และเบิกตัวจำเลยมาสอบคำให้การดังกล่าว.