วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตาบรรษัทพลังงานแห่งชาติ

โดย หมัดเหล็ก

อนาคตความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ หลังจากที่ประชุม สนช. มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม โฟกัสไปที่ การตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ โดยเป็นการตั้งข้อสังเกตให้ ครม. ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษารายละเอียดภายใน 60 วันหลังจากที่กฎหมายดังกล่าวบังคับใช้

ควันหลงจากประเด็นการจัดตั้ง บรรษัทพลังงานแห่งชาติ โดยการพาดพิงถึงการทำงานของ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ว่าเป็นหน่วยงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เชื่อตามข้อมูลของเอกชนเรื่องปริมาณปิโตรเลียม โดยเฉพาะ เอ็นจีโอ ที่ตั้งเป้าโจมตี ไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

เรื่องทำนองนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายไม่เช่นนั้นข้อมูลที่ออกสู่สาธารณชนก็จะเกิดความสับสนและเกิดความเข้าใจที่ผิดๆ เพราะเมื่อตรวจสอบข้อมูลปี 2559 ที่ผ่านมา กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นหน่วยงานที่ได้รับการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานภาครัฐระดับสูงมาก จาก คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ท.

การผลิตน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ จะมี มิเตอร์ตรวจสอบแบบเรียลไทม์ ปริมาณก๊าซและน้ำมันที่นำขึ้นมาจากแหล่งขุดเจาะต่างๆที่เอกชนได้รับสัมปทานจะมีการบันทึกไว้โดยอัตโนมัติ จะแก้ไขข้อมูลไม่ตรงความเป็นจริงไม่ได้แน่นอน ซึ่ง เอ็นจีโอ เองก็ทราบข้อมูลดังกล่าวแต่ไม่นำมาอธิบายให้สังคมได้ทราบ แม้แต่ สนช.ที่อภิปรายในประเด็นนี้ก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงในการดำเนินการ จึงเป็นการตัดสินใจบนข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

จะว่าไปแล้ว กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มีข้าราชการเพียง 200 คน ที่เป็นเช่นนี้เพราะการออกแบบขององค์กรในการทำหน้าที่ด้านควบคุมการผลิตเชื้อเพลิงธรรมชาติ เฉพาะในการกำกับดูแล ควบคุมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ไม่ใช่ลงมือปฏิบัติเอง

แต่ความรับผิดชอบของ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ที่สามารถหารายได้เข้ารัฐกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยข้าราชการ 1 คนหารายได้เข้ารัฐได้กว่า 1 พันล้านบาท จะโจมตีว่า ข้าราชการกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ไม่มีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นการหลับหูหลับตาวิพากษ์วิจารณ์เกินไป

การบิดเบือนข้อเท็จจริงและกล่าวเท็จ ให้สังคมเกิดความสับสนและเข้าใจผิดในประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยไม่มีคุณธรรมและความโปร่งใส เป็นการทำลายองค์กรเดิมเพื่อให้ได้องค์กรใหม่ขึ้นมามีอะไรแอบแฝงหรือไม่ คงต้องเก็บเอาข้อมูลที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุลอดีตรองนายกฯ มาตีความ มี ไอ้โม่ง ที่อยู่เบื้องหลังการยัดไส้ บรรษัทพลังงานแห่งชาติ ในลักษณะเป็นร่างทรงของ กรมการพลังงานทหาร ย้อนไปสู่ยุค น้ำมันสามทหาร จริงเท็จประการใดเล่นเอา พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ ต้องถอยไปตั้งหลัก

เมื่อมีเบื้องหน้าก็ต้องมีเบื้องหลัง ไอ้โม่ง ที่ว่าใส่หน้ากากสีเขียว แถมยังใกล้ชิดกับรัฐบาลชุดนี้ จะมีบทบาทแค่ไหนในการผลักดันให้มีการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ และจะสนองความต้องการของ เอ็นจีโอ ได้ถึงพริกถึงขิงหรือไม่ ห้ามกะพริบตา.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th