วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจฟื้นจนรู้สึกได้

ดร.ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒนฯ แถลงเมื่อวันวานว่า เศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจครั้งนี้ “จะส่งผลต่อประชาชนจนรู้สึกได้ว่าเศรษฐกิจดี” ซึ่งเป็นธรรมดาของเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวระดับต่ำมานานที่จะมีความหนืดระดับหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ ธนาคารโลก และ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ก็ปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกปีนี้ว่า จะเติบโตมากกว่า 3%

ดร.ปรเมธี กล่าวว่า ที่บอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นจนประชาชนรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ก็คือ มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะได้เห็นสภาพคล่องและการใช้จ่ายของประชาชนที่เพิ่มขึ้น เพราะศักยภาพของเศรษฐกิจไทยปัจจุบันควรจะขยายตัวในระดับ 4% หลังปรับลดลงจากเดิมที่ควรขยายตัวในระดับ 5% แล้ว ถ้าขยายตัวได้ 3.5–4% ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับเอกชนมากขึ้น

ผมขอเอาใจช่วยครับ ทุกวันนี้ความรู้สึกของผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอียังสวนทางกับตัวเลขจีดีพีที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเช้าวันจันทร์มีข่าวดีอีกข่าวที่ช่วยหนุนให้คำพยากรณ์ของ ดร.ปรเมธี เป็นจริงได้มากขึ้น เมื่อ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน แถลงตัวเลขเศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกของปีนี้ว่า จีดีพีขยายตัว 6.9% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 6.8% สูงกว่าที่รัฐบาลจีนตั้งเป้า เอาไว้ว่าปี 2560 จะเติบโตเฉลี่ยแค่ 6.5% ซึ่งต่ำกว่าปี 2559 ที่มีอัตรา การเติบโต 6.7% ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจจีนซบเซาที่สุดในรอบ 26 ปี

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน กล่าวว่า จีดีพีไตรมาสแรกที่ขยายตัว 6.9% เป็นการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2558 เป็นผลมาจากการทุ่มเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 3 เดือนแรกขยายตัวสูงถึง 9.2% การค้าปลีกก็ขยายตัวถึง 10.9% และกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมก็ขยายตัว 7.6%

นักวิเคราะห์เชื่อว่า เศรษฐกิจจีนในเดือนเมษายนจะยังขยายตัวอย่างร้อนแรงต่อไป แม้รัฐบาลจีนจะเข้มงวดกับสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม การประกาศจัดตั้ง “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เพิ่มขึ้นของรัฐบาลจีนเมื่อต้นเดือนเมษายน จะทำให้มีการลงทุนก่อสร้างขนานใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตให้ต่อเนื่องและแข็งแรง

รัฐบาลไทยและนักวิเคราะห์ต่างก็เชื่อว่า เมื่อเศรษฐกิจจีนดี เศรษฐกิจ ไทยก็ต้องดีตาม เพราะไทยจะส่งออกได้มากขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกไปจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่การส่งออกไปจีนจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ผมว่าขึ้นอยู่กับ การเจรจาการเมืองและการค้า ระหว่าง ไทย กับ จีน มากกว่า ผู้เจรจาที่มองเห็นในวันนี้ก็มีอยู่เพียงคนเดียวคือ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ เพราะศักยภาพการเจรจาของ กระทรวงต่างประเทศ และ กระทรวงพาณิชย์ วันนี้อ่อนแอกว่าสมัยก่อนมาก

ตัวเลขที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งก็คือ ตัวเลขการค้าปลีก ที่สะท้อนถึง กำลังซื้อในประเทศ อย่างแท้จริง วันก่อน คุณฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมค้าปลีกไทย เปิดเผยตัวเลขการค้าปลีกไตรมาสแรกว่า การใช้จ่ายของลูกค้า “ระดับกลางบน” ยังค่อนข้างทรงตัว แต่ “ระดับฐานราก” เริ่มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้มีเม็ดเงินกระจายสู่ประชาชนระดับล่าง

ถ้า คนระดับล่างมีกำลังซื้อ ก็แสดงว่าเศรษฐกิจฟื้นจริง ไม่ใช่ ฟื้นหลอก วันนี้เศรษฐกิจไทยแบ่งกันชัดเจนมาก “ระดับบน” กับ “ระดับล่าง” แตกต่างกันลิบลับ

นักวิเคราะห์ทุกสำนักก็เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวชัดเจน แต่จะฟื้นตัวจนรู้สึกได้ว่า เงินในกระเป๋ามีมากขึ้นอย่างที่ ดร.ปรเมธี พูดหรือไม่ ก็ต้องรอดูกันต่อไป การฟื้นตัวจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2561 ถ้ามีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ผมเชื่อว่า การฟื้นตัวจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น ไม่เชื่อลองดู.

“ลม เปลี่ยนทิศ”