บริการข่าวไทยรัฐ

จารึกประวัติศาสตร์แบบไหน?

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ช่วงสงกรานต์กันเลย

เมื่อมือดีจากไหนไม่รู้ มาแอบถอดหมุดคณะราษฎร สัญลักษณ์เหตุการณ์การอภิวัฒน์สยาม 2475 ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ปักมานานกว่า 80 ปี ออกไปจากบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า

แล้วนำหมุดอันใหม่มาสวมทับรอยเดิม

กระทั่งมีเสียงเรียกร้องจากฝ่ายต่างๆ และกลุ่มบุคคลเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ดุสิต ให้หาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ พร้อมกดดันให้นำหมุดเก่ามาติดไว้ที่เดิม

จนวันนี้ก็ยังไม่มีคนในรัฐบาล หรือ คสช.ให้ความชัดเจนต่อกรณีดังกล่าว มีเพียง “เสธ.ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ คนเดียวที่ออกมาปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นว่าเป็นฝีมือของใคร

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารัฐบาล คสช.ที่กุมอำนาจพิเศษอยู่ขณะนี้จะปัดความรับผิดชอบไปได้ เพราะการกระทำดังกล่าวอยู่ใกล้พื้นที่สำคัญ ทั้งกองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และทำเนียบรัฐบาล

การจะบอกไม่รู้ไม่ทราบท่าเดียว คงไม่ทำให้ความคลางแคลงใจของผู้คนในสังคมหายไปได้

ถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะนำหมุดประวัติศาสตร์ของคณะราษฎร กลับมาติดตั้งไว้ตามเดิมได้หรือไม่ ก็ไม่สามารถลบเลือนประวัติศาสตร์ที่ว่า วันนี้เรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไปได้

ระบอบประชาธิปไตยได้ถูกปักไว้ในหัวใจคนไทยไปแล้ว

เรื่องนี้คงเป็นเรื่องร้อนที่จะคอยตามกวนใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไปอีกพักใหญ่

หลังได้หยุดยาวช่วงสงกรานต์ไปชาร์จแบตเติมพลังกันเต็มปอด ทั้ง นายกฯประยุทธ์ โดยเฉพาะ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร ที่ยื่นใบลาพักยาวไปตั้งแต่ก่อนเข้าเทศกาล

ไม่ได้ร่วมคณะนายกฯเข้ารดน้ำดำหัว “ป๋า” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์

จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าหายไปไหน ที่สุดนายกฯประยุทธ์ต้องออกมาเคลียร์หน้าเสื่อเองว่า เป็นการลาไปราชการลับ แต่ไม่บอกว่าที่ไหน

มีกระแสข่าวว่า “บิ๊กป้อม” ขอหลบลมร้อนเมษาฮาวาย ไปเติมพลังที่สวิตเซอร์แลนด์ หลังเล่นบทตำบลกระสุนตก ลดแรงปะทะให้ “น้องเลิฟ” จนตัวเองสะบักสะบอม

ล่าสุดเดินทางกลับมาร่วมประชุม ครม.แล้ว พร้อมกับเรียกประชุม 4 อนุกรรมการด้านปรองดองทันที

สถานการณ์นับจากนี้ รัฐบาล คสช.ต้องเจอแรงกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของรัฐบาลอำนาจพิเศษ หลังรัฐธรรมนูญใหม่บังคับใช้ ทุกฝ่ายก็มุ่งไปสู่การเลือกตั้ง ให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามารับไม้ต่อ

ท่ามกลางกระแสขาลง อันวัดได้จากผลโพลล่าสุดที่หยั่งกระแสพบว่า รัฐบาลมีอาการค่อนข้างน่าเป็นห่วง

อาการขาลงบวกกับแรงกดดันที่ถาโถมเพิ่มขึ้น รัฐบาลต้องเร่งดันเรื่องปฏิรูป และการสร้างความปรองดองให้เห็นเป็นรูปธรรม ตามแรงคาดหวังของคนทั้งชาติโดยเร็วที่สุด

สุดท้ายแล้ว ถ้าเรื่องเหล่านี้กลายเป็นเพียงสายลมพัดผ่าน

คงไม่ต้องเดาว่ารัฐบาล คสช.จะถูกประวัติศาสตร์จารึกไว้เช่นไร.

เพลิงสุริยะ