บริการข่าวไทยรัฐ

ถกแนวทางดัน ศก.ท่องเที่ยว-ค้าชายแดน

นายสำเริง ไชยเสน รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวในการประชุมเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนร่วมกับหอการค้าจังหวัด และกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว จัดขึ้นที่วิทยาลัยชุมชน จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อร่วมกันหาแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด หลังจากประสบปัญหาธุรกิจท่องเที่ยวซบเซา การค้าขายด้านชายแดนทำได้ไม่เต็มที่ ต้องอยู่ในกรอบระเบียบข้อบังคับที่จำกัดในหลายประการ รวมถึงแนวทางการแก้ไขเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ที่ประชุมได้ทบทวนปัญหา อุปสรรคทางการท่องเที่ยวที่เป็นสาเหตุทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลงไป ตั้งแต่วัตถุดิบทางการท่องเที่ยวถูกจังหวัดอื่นนำไปเป็นจุดขายลอกเลียนแบบ อาทิ ทุ่งบัวตอง กะเหรี่ยงคอยาวเผ่าปะด่อง และประเพณีที่สำคัญบางอย่าง ส่งผลให้บริษัทนำเที่ยวชาวต่างชาติเปลี่ยนโปรแกรมจากแม่ฮ่องสอนไปจังหวัดอื่นที่มีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวลักษณะคล้ายกันขึ้น เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรม หรือโครงการเห็นอยู่เฉพาะในพื้นที่จัดงาน ขาดการเผยแพร่สู่สายตาคนภายนอกให้กว้างไกล ขณะที่ผู้จัดหรือออแกไนเซอร์ ทำงานตอบโจทย์โครงการ แต่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ ความคาดหวังของภาคประชาชน ไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนของจากภาครัฐมักถูกผูกขาดโดยคนบางกลุ่ม ผลประโยชน์ไม่ได้รับการกระจายสู่คนจำนวนมาก มีการเสนอให้เร่งสร้างการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหรือกิจกรรมทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทดแทนแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกลอกเลียนแบบไป และให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิมที่เสื่อมโทรมลงให้คืนมาสร้างความประทับใจเหมือนในอดีต ตลอดจนถนนหนทางให้มีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากกว่าที่เป็นอยู่

ขณะเดียวกัน การค้าชายแดน เนื่องจากการผลักดันเปิดด่านผ่านแดนถาวรช่องห้วยต้นนุ่น ต.แม่เงา อ.ขุนยวม ยังติดขัดในหลายประการอาจใช้เวลาอีกนาน มีการเสนอให้ทางจังหวัด กองทัพ หรือศูนย์สั่งการชายแดนอนุญาตให้ทั้งฝ่ายไทยและเมียนมา มีการเข้าไปท่องเที่ยวและค้าขายได้ระหว่างเมืองแม่ฮ่องสอน และเมืองลอยกอว์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐคะยา ได้อย่างสะดวกต่อกัน คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการค้ากระเตื้องขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน

“ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้วางแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและการค้าต่างๆ มุ่งที่จะทำให้แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองแห่งความมั่งคั่ง ยั่งยืน และเป็นเมืองแห่งความผาสุกดินแดนแห่งอารยธรรม แต่บางอย่างก็ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพราะมีผลจากปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น ตนเชื่อว่าการได้เสนอข้อคิดเห็นหรือการมีส่วนร่วมของผู้เรียนรู้จากประสบการณ์ จะสามารถมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงเป้า นำไปปรับปรุงเพิ่มเติมตามยุทธศาสตร์ที่มีอยู่แล้วได้อย่างดี โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจุดแข็งคือธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มองว่าจะเป็นประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวและการศึกษาเรียนรู้ เพราะโลกเราต้องการธรรมชาติที่ดีอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ในการทำธุรกิจต้องคุยกับชุมชนให้เข้าใจ มองว่าชุมชนต้องการแบบไหน ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรม ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันฟื้นฟูให้กลับมาอยู่คู่บ้านคู่เมือง การค้าชายแดนมีการขอผ่อนผันกับทาง สมช. และเจรจาต่อฝ่ายความมั่นคง เพื่อเปิดการค้าขายและการท่องเที่ยวกับจังหวัดลอยกอว์แห่งสหภาพเมียนมา ในความร่วมมือการเป็นบ้านพี่เมืองน้อง โดยจะพัฒนาในทุกด้านร่วมกันต่อไป”.