บริการข่าวไทยรัฐ

'แข้งเทพ' เจองานหิน! ยกพลบุกรัง 'ฉลามชล' ศึกไทยลีก

บิ๊กแมตช์ไทยลีก อังคารนี้ (18 เม.ย.) รองแชมป์เก่า “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด เจองานหนักในการยกพลบุกรัง “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่คว้าชัยชนะมาแล้ว 4 นัดติด โดย “บิ๊กขจร” ขจร เจียรวนนท์ ประธานใหญ่ หวังให้ลูกทีมบุกเก็บแต้มออกมาให้ได้เพื่อเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้พลพรรคแข้งเทพกลับมาคืนฟอร์มเก่งเช่นฤดูกาลที่แล้วอีกครั้ง ขณะที่ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลุ้นแซงขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวของตาราง หากเปิดบ้านถล่มทีมบ๊วย ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ ที่จะบุกขึ้นมาเยือน ส่วน “ตะหานน้ำ” ราชนาวี สุดเซ็ง! เมื่อต้องชวดใช้แข้งต่างชาติทั้ง 4 คน ที่พร้อมใจกันทั้งเจ็บและแบน ในเกมที่จะเปิดบ้านรับของแข็ง “มังกรไฟ” โปลิศ เทโร และ “โลมาน้ำเงิน” พัทยา ยูไนเต็ด เตรียมเปิดรังรอรับแข้ง สุพรรณบุรี เอฟซี ที่เพิ่งปลดกุนซือ ฟารีอาส พ้นเก้าอี้หลังผลงานทีมย่ำแย่ โดยจ่อตั้ง “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ กลับมาเป็นเฮดโค้ชใหญ่อีกรอบ

ศึกฟุตบอลไทยลีก 2017 ที่เว้นวรรคให้เทศกาลสงกรานต์ วันปีใหม่ไทยไป 1 สัปดาห์ จะกลับมาเตะกันต่อในวันอังคารที่ 18 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นเกมที่ 9 ของ ฤดูกาล ทั้งหมด 4 คู่ 4 สนาม ตามโปรแกรมดังนี้

ที่สนามราชนาวี สัตหีบ เวลา 17.45 น. ราช นาวี พบ โปลิศ เทโร เอฟซี (ทรูสปอร์ต 2 ถ่ายทอดสด) ที่สนามไอ โมบาย สเตเดียม เวลา 18.00 น. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ (ทรูสปอร์ต 6 ถ่ายทอดสด) ที่สนามชลบุรี สเตเดียม เวลา 19.00 น. ชลบุรี เอฟซี พบ แบงค็อก ยูไนเต็ด (ทรูโฟร์ยู กับทรูสปอร์ตเอชดี 2 ถ่ายทอดสด) และที่สนามเทศบาลหนองปรือ เวลา 20.00 น. พัทยา ยูไนเต็ด พบ สุพรรณบุรี เอฟซี (ทรูสปอร์ต 2 ถ่ายทอดสด)

โดยบิ๊กแมตช์ที่ชลบุรี สเตเดียม ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดให้ชมทางฟรีทีวี ช่องทรูโฟร์ยู “หมายเลข 24” และทรูสปอร์ต เอชดี 2 ในเวลา 19.00 น. ซึ่งรองแชมป์เก่า “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ฤดูกาลนี้ฟอร์มลุ่มๆดอนๆ ล่าสุดเพิ่งบุกไปแพ้โปลิศ เทโร มา 0-2 ทำให้หล่นลงไปอยู่อันดับ 10 จะยกพลมาเยือนรัง “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่คว้าชัยมา 4 เกมติด จนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7 ของตาราง

“บิ๊กขจร” ขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสรแบงค็อกฯ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า เกมรับยังเป็นปัญหาสำหรับเราซึ่งต้องแก้ไข หาผู้เล่นชั้นดีมีคุณภาพมาอุดรอยรั่วในช่วงเปิดตลาดพักเลกแรก ส่วนเกมรุกตนยังมั่นใจในประสิทธิภาพของผู้เล่น อย่าง “โจโจ้” เจย์ซี จอน, ดราแกน บอสโควิช, กิแบร์โต มาเชนา รวมทั้งมาริโอ ยูรอฟสกี ว่ายังมีประสิทธิภาพเฉียบคมอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนหวังว่านัดนี้เราจะบุกไปเก็บแต้มจากชลบุรีได้ ซึ่งอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แข้งเทพกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีอีกครั้งเฉกเช่นฤดูกาลที่แล้ว

ขณะที่เจ้าถิ่น “บิ๊กจี” จีระศักดิ์ โจมทอง ผอ.ฝ่ายการตลาดและสื่อของทีมชลบุรี เอฟซี ได้เผยว่า สภาพขวัญกำลังใจนักเตะในทีมทุกคนดีขึ้นเยอะหลังชนะติดกันมา นักเตะเจ็บมีเพียงสุทธินันท์ พุกหอม เพียงรายเดียว ขณะที่เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ก็พ้นโทษแบนพร้อมกลับมาช่วยทีมแล้ว เกมนี้เล่นในบ้านยอมรับว่าแบงค็อก ยูไนเต็ด ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราจะเล่นเพื่อ 3 แต้มแน่นอน

ส่วนที่สนามราชนาวี กม.5 สัตหีบ “ตะหานน้ำ” ราชนาวี ทีมอันดับ 15 จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “มังกรไฟ” โปลิศ เทโร เอฟซี ที่ฟอร์มกำลังเข้าฝัก รั้งอยู่อันดับ 6 โดยเกมนี้เจ้าถิ่นต้องพบข่าวร้าย เมื่อจะไม่มีนักเตะต่างชาติลงสนามเลยสักคนเดียว เนื่องจากแข้งนอกทั้ง 4 คน พร้อมใจกันติดโทษแบน และบาดเจ็บพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นดูโรซินมี อเดโฟลาริน ปีกตัวทีเด็ดที่เพิ่งบาดเจ็บเป็นรายล่าสุดต่อจากบียอร์น ลินเดมันน์ ส่วนปัง ซุนฮวาน ยังไม่พ้นโทษแบน เช่นเดียวกับโรดริโกที่มาติดโทษแบนเพิ่มอีก ส่วนจูเลียส โออิโบห์ ยังไม่ได้เดินทางกลับมาจากไนจีเรีย

ด้านเกมที่สนามไอ โมบาย สเตเดียม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อันดับ 3 ซึ่งเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใคร จะเปิดรังรับการมาเยือนของทีมบ๊วย ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ ที่ยังไม่ชนะใครมีเพียงแต้มเดียว โดยขุมกำลังของแข้งเซราะกราวหายห่วงทั้ง “จาจ้า” แจ็กสัน โคเอลโญ ดาวซัลโวสูงสุดไทยลีก 6 ประตู จะผนึกกำลังกับดิโอโก หลุยส์ ซานโต, จักรพันธ์ แก้วพรหม และกัปตันทีม สุเชาว์ นุชนุ่ม ลงถล่มตาข่ายล่า 3 แต้ม จากซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ ที่กลายเป็นเต็งหามของทีมที่จะตกชั้นไปเล่นในไทยลีก 2 ฤดูกาลหน้า ซึ่งนัดนี้หากบุรีรัมย์เก็บ 3 แต้ม ด้วยสกอร์มากกว่า 2 ลูกขึ้นไป ก็มีโอกาสลุ้นแซงขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง (ชั่วคราว) ของไทยลีกทันที เพราะทีมอันดับ 1 และ 2 ของตาราง ทั้งเอสซีจี เมืองทองฯ กับเชียงราย ยูไนเต็ด มีโปรแกรมเตะวันพุธ

และคู่สุดท้าย ที่สนามเทศบาลเมืองหนองปรือ “โลมาน้ำเงิน” พัทยา ยูไนเต็ด อันดับ 12 จะเปิดบ้านรับสุพรรณบุรี เอฟซี อันดับ 14 ที่ล่าสุดเพิ่งปลดโค้ช แซร์โจ ฟารีอัส พ้นเก้าอี้ หลังทำผลงานย่ำแย่ พร้อมแต่งตั้ง “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ ผอ.เทคนิคของสโมสร กลับมาทำหน้าที่เฮดโค้ชคุมทีมชั่วคราวอีกครั้ง โดยนับเป็นครั้งที่ 2 ของฟารีอัส อีกด้วยที่ต้องแยกทางกับช้างยุทธหัตถี หลังเคยคุมทีมครั้งแรกเมื่อปี 2015