วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชือกแดง ฉุดชักราชรถ ใกล้เสร็จ

ทำชนิด‘พิเศษ’ เหนียวและทน กรมอู่ฯพาสื่อดู

ทหารเรือพาชมการจัดทำเชือกฉุด ชักราชรถในงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใช้เชือกรวม 1 พันเมตร แบ่งเป็นสองชุด สำหรับฝึกซ้อมและใช้จริง คาดส่งมอบเชือกฝึกซ้อมได้ปลาย พ.ค.นี้ ด้านสวนนงนุช เร่งย้ายต้นมะขาม 44 ต้น จากท้องสนามหลวง ใน 25 เม.ย.พบย้ายชุดแรก 14 ต้น ไม่รอด 1 แต่ตอนกิ่งเก็บสายพันธุ์นำไปทาบมะขามต้นใหม่แล้ว

จากที่คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มอบหมายให้กองทัพเรือ จัดสร้างเชือกสำหรับฉุดชักราชรถ ในริ้วขบวนพระอิสริยยศ ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในพระราชพิธี ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ว่า พลเรือตรีสมัย ใจอินทร์ ผอ.อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ มอบหมายให้ น.ต.ธีรเมธ นาคมาโนช หัวหน้านายช่างโรงงานช่างเย็บ กองโรงงาน อู่ทหารเรือธนบุรี นำสื่อมวลชนชมขั้นตอนการจัดสร้างเชือกฉุดชักราชรถ ภายในกองโรงงานช่างเย็บ พบว่า กำลังพลเร่งจัดทำเชือกฉุดชักราชรถอย่างขะมักเขม้น โดยแนวทางจัดทำเป็นไปในรูปทรงที่ใช้ในราชประเพณีโบราณทุกประการ แบ่งเป็นสองขั้นตอน คือ การจัดทำเชือกห่วงและถักแทงเข้าไปในเชือกหลัก ติดห่วงกลมปลายเชือก และการหุ้มผ้าสีแดงลงบนเชือก

น.ต.ธีรเมธกล่าวว่า เชือกฉุดชักราชรถ ที่กรมอู่ทหารเรือจัดทำขึ้นในพระราชพิธีนี้ เป็นเชือกชนิดที่เรียกว่า “เปอร์ล่อน” มีความเหนียวคงทนเป็นพิเศษ สามารถรับแรงดึงได้หลายสิบตัน ปกติจะใช้สำหรับผูกเรือขนาดใหญ่ ไปจนถึงเรือรบ แบ่งเป็น 1 เชือกหลัก ที่ใช้ฉุดชักราชรถ มีขนาดเส้นรอบวง 4.5 นิ้ว และ 2 เชือกที่ใช้เป็นห่วงคล้องไหล่สำหรับ กำลังพลฉุดชักราชรถ มีขนาดเส้นรอบวง 2 นิ้ว วิธีการจัดสร้างคือ นำเชือกเส้นรอบวง 2 นิ้ว มาทำ เป็นห่วงขนาดเส้นรอบวง 120 ซม. จากนั้นใช้กรรมวิธี ที่เรียกว่า “ถักแทง” เพื่อนำเชือกห่วงที่ทำขึ้น เข้าไปเชื่อมติดกับเชือกหลัก ห่างกันห่วงละ 70 ซม. แล้วจึงนำผ้าโทเรสีแดง ที่ทดสอบแล้วว่าสีไม่ตกมาหุ้มและสอยเข้ากับทุกส่วน

หัวหน้านายช่างโรงงานช่างเย็บระบุว่า เชือกทั้งหมดแบ่งเป็น 1 เชือกฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ หมายเลข 9780 และเวชยันตราชรถ หมายเลข 9781 ทั้งสององค์ จะใช้เชือกขนาดใกล้เคียงกัน คือเชือกหน้าชนิด 43 ห่วง เชือกหลัง 22 ห่วง 2.ราชรถน้อย ทั้ง 3 องค์ ประกอบด้วย หมายเลข 9782-9883-9784 แต่ละองค์จะใช้เชือกแบบเดียวกัน คือเชือกหน้า ชนิด 14 ห่วง เชือกหลัง 9 ห่วง ส่วนที่ 3 คือราชรถปืน ใช้เชือกหน้าชนิด 20 ห่วง เชือกหลังชนิด 9 ห่วง และ 4. เชือกสำหรับฉุดชักเกรินบันไดนาค จะใช้เชือกหน้าชนิด 5 ห่วง เชือกหลังชนิด 1 ห่วง

น.ต.ธีรเมธกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่มีการจัดสร้างเชือกฉุดชักราชรถขึ้น 2 ชุด ทำเหมือนกันทุกประการ แยกเป็นชุดสำหรับใช้ฝึกซ้อมและชุดที่สำหรับใช้ในพระราชพิธีจริง โดยรวมแล้วใช้เชือกสำหรับการจัดสร้าง ความยาวประมาณ 1 พันเมตร ขณะนี้เชือกฉุดชักราชรถชุดแรก ที่จะใช้สำหรับฝึกซ้อมเริ่มทยอยแล้วเสร็จ คาดว่าน่าจะส่งมอบให้ทางกรมศิลปากรตรวจสอบความถูกต้อง ได้ในราวปลายเดือน พ.ค.นี้ เพื่อส่งมอบต่อไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ฝึกซ้อม จากนั้นจึงเริ่มจัดสร้างเชือกฉุดชักที่ใช้ในพระราชพิธีจริง

ส่วนการย้ายต้นมะขามในท้องสนามหลวง เพื่อใช้พื้นที่จัดสร้างพระเมรุมาศนั้น นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุช พัทยา จ.ชลบุรี กล่าวว่า การโยกย้ายต้นมะขามอายุกว่าร้อยปีจำนวน 44 ต้น ออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว จะเร่งขนย้ายให้เสร็จภายใน 25 เม.ย.นี้ มีการแบ่งคณะทำงานออกเป็น 3 ทีม โดยเมื่อกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทีมที่ 1 สวนเจ อาร์พันธุ์ไม้ ขุดล้อมมะขามรอบแรก แล้ว 14 ต้น ขนย้ายไปอนุบาลที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ทีมที่ 2 สวนเจ แอนด์ เอ เครน พันธุ์ไม้ ล้อมราก 15 ต้น ไปอนุบาลไว้ที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และทีมที่ 3 สวนพิรุณทรณ์/มงคล พันธุ์ไม้ ขนย้ายอีก 15 ต้น ไปไว้ อ.บ้านนา จ.นครนายก และเมื่อพระราชพิธีแล้วเสร็จถึงค่อยย้ายกลับคืนสู่สนามหลวง โดยจากการโยกย้ายรอบแรก 14 ต้น พบว่า ต้นหนึ่งรากแทบไม่มี ตัวแมลงเกาะกินลำต้นเสียหาย นำไปพักรักษา ซึ่งตายในที่สุด แต่อีก 13 ต้นที่เหลือดูจากต้นจริงมีแตกใบใหม่น่าจะรอดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้นที่ตายได้เก็บพันธุกรรมเดิมของสายพันธุ์มะขามเอาไว้ มีการตอนกิ่งและนำไปฝากให้เติบโตกับมะขามต้นใหม่ เท่ากับมะขามไม่ได้ตายจากไปไหน ซึ่งขั้นตอนเก็บพันธุกรรม ทีมงานจะทำทั้ง 44 ต้นที่ต้องขนย้าย มั่นใจว่าจะเหลือต้นเดิมกลับถิ่นท้องสนามหลวงได้ราว 80 เปอร์เซ็นต์ และสามารถเจริญพันธุ์เป็นมะขามสนามหลวงต่อไป

สำหรับบรรยากาศที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีพสกนิกรจำนวนมากเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการตรวจเข้มจากตำรวจ ทหาร รวมถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม ที่คอยตรวจสอบผู้ที่แต่งกายไม่เรียบร้อย โดยจะไม่อนุญาตให้ผ่านเข้าไปภายในพระบรมมหาราชวังอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวน 34,099 คน ยอดรวม 165 วัน จำนวน 6,215,132 คน ยอดเงินถวายเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราช กุศล ยอดรวม 502,668,371.26 บาท