วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นั่งบินเจ็ต 'โชกุน' ปัดร่วมตุ๋น ป.สอบเค้น2ดารา

‘อุ๊ มิณทร์ลดา’-‘ติ๊กฉัตรมงคล’ อ้างถูกชักชวนไปเที่ยวหัวหิน ยึด10ล.-แจ้งข้อหา8เครือญาติ

ซินแสโชกุนกระอักเจอ “อั้งยี่ซ่องโจร” อีกข้อหา ส่วนเพื่อนฝูงญาติพี่น้องอีก 8 คน ที่ถูกทหารควบคุมอยู่โดนด้วยฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และอั้งยี่ ซ่องโจร ทั้งหมดจะถูกคุมตัวส่งกองปราบฯ 18 เม.ย. ด้านฐิติราชประชุมร่วม 6 หน่วยงาน เร่งติดตามทรัพย์สิน แนวทางเยียวยาผู้เสียหาย และออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพิสูจน์ทราบ มีใครอยู่เบื้องหลัง ขณะที่ “ติ๊ก-ฉัตรมงคล” และ อุ๊-มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์ 2 ดารานักแสดงโผล่ ป. แจงตำรวจแสดงความบริสุทธิ์ หลังมีชื่อร่วมบินเหมาลำไปหัวหิน

กรณีทอมแสบจอมตุ๋น น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ น.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือซินแสโชกุน ถูกจับกุมพร้อมพวกรวม 9 คน หลังร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลอกลวงผู้เสียหายกว่า 1,000 คน ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นสมาชิกขายตรงอาหารเสริม ของบริษัทเวลท์ เอเวอร์ จำกัด ที่มี น.ส.พสิษฐ์ หรือซินแสโชกุน เป็นผู้บริหาร ใช้วิธีโฆษณารับสมัครสมาชิกด้วยเงินลงทุนหัวละ 9,730 บาท ได้โปรโมชั่นไปเที่ยวญี่ปุ่นฟรีช่วงระหว่างวันที่ 11-16 เม.ย. แต่ไม่สามารถไปได้จริง จนเกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อค่ำวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบมีดารานักแสดงร่วมทริปด้วย ตำรวจเตรียมเชิญมาสอบปากคำว่ารู้เห็นหรือเป็นการแอบอ้างของผู้ต้องหา

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำนายฉัตรมงคล บำเพ็ญ หรือติ๊ก นักแสดงแนวละครจักรๆวงษ์ๆ พร้อมผู้เสียหายกว่า 30 คน เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน และนำหลักฐานประกอบไปด้วยรายชื่อแม่ข่ายกว่า 10 คน รวมทั้งสมาชิกบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของซินแสโชกุนมอบให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐาน

นายฉัตรมงคลกล่าวในฐานะผู้เสียหายว่า มีบุคคลแนะนำบริษัทของซินแสโชกุน จัดทัวร์ไปประเทศญี่ปุ่นในราคาถูก ตกลงซื้อทัวร์ในราคา 9,730 บาท เมื่อถึงกำหนดนัดวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนกับพวกถูกลอยแพ ได้เข้าร้องเรียนสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ยืนยันว่าไม่ได้ชักชวนบุคคลอื่นต่อ และไม่ได้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับซินแสโชกุน เพียงแค่สนใจไปร่วมทัวร์ เนื่องจากเห็นว่าราคาถูกเท่านั้น

มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นักแสดงผู้นี้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อหลายแห่งหลังปรากฏเป็นข่าวพัวพันกับซินแสโชกุนว่า แค่เดินทางไปร่วมทริปและดูดวงด้วยกันเท่านั้น โดยติ๊ก-ฉัตรมงคลเผยว่า ไม่ได้รู้จักซินแสโชกุนเป็นการส่วนตัว แต่มีคนรู้จักติดต่อมาถามว่าอยากดูดวงไหม จะมีทริปไปเที่ยว ทำบุญ และดูดวงที่หัวหิน ช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นการเดินทางโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ มองว่าเป็นเรื่องดีที่เราได้ถือโอกาสดูดวง ทำบุญ และเที่ยวพักผ่อน พอมีข่าวซินแสโดนจับ คงต้องรอฟังไปตามข้อเท็จจริงว่าเขาโกงจริงหรือเปล่า เพราะล่าสุดเห็นเขาบอกว่าโดนแกล้ง

คำสัมภาษณ์ของนักแสดงหนุ่มระบุต่อว่า “ส่วน ที่มีรูปหรือมีชื่อโยงกับซินแสโชกุน ไม่ได้ซีเรียสคือมันก็ไม่แปลก เพราะเมื่อเราไปเที่ยวหรือจะมีรูปกับใคร เป็นเรื่องปกติของดาราที่ต้องโดนถ่ายรูป พอผ่านไปสักพัก คนที่มาถ่ายรูปโดนคดีขึ้นมา ก็จะโดนขุด โดนงัดรูปแล้วบอกว่าเกี่ยวข้อง ไปได้หมดนั่นแหละ เห็นมีรูปน้องนักแสดงช่อง 3 ถ่ายรูปกับซินแสโชกุน น้องก็ยังไปเป็นข่าวเลย ซินแสเขาก็มาขอถ่ายรูปกับน้องเฉยๆ ฉะนั้นไม่แปลกเลย ที่ผมไปทริปแล้วถ่ายรูป แล้วมาโดนขุด โดนโยง ว่าไปเกี่ยวกับเขา เบื่อมากข่าวพวกนี้ ทีข่าวเกี่ยวกับอำนาจการเมืองไม่เห็นไปขุดคุ้ย แต่พอคนธรรมดา ดารา มีประเด็นถ่ายรูปกับใคร ใครเคยไปเที่ยวกับใคร บอกว่าพัวพันกับเขา แต่ไม่เป็นไร ผมเข้าใจว่ามันคือข่าว ก็ชี้แจงไปนี่แหละว่าไม่ได้รู้จักส่วนตัวหรือเกี่ยวข้องอะไรกับเขา”

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เปิดเผยว่า วันนี้จะมีการประชุมคดีของซินแสโชกุน ร่วมกับ 6 หน่วยงาน ประกอบด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) กรมบังคับคดี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และตำรวจกองปราบปราม พิจารณาความคืบหน้าคดีติดตามทรัพย์สิน แนวทางเยียวยาผู้เสียหาย และการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง คดีนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 300 คน อยู่ระหว่างตรวจสอบการโอนย้ายทรัพย์สินไปให้บุคคลอื่น เบื้องต้นพบว่าถูกโอนย้ายไปบางส่วนแล้ว โดยจะดำเนินคดีกับบุคคลที่รับโอนทรัพย์สินทั้งหมด และขอเตือนผู้รับโอนว่ามีความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินด้วย ดังนั้นใครรับไปให้รีบแสดงตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังซินแสโชกุนอีกหรือไม่

หลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ศาลได้ออกหมายจับญาติและบุคคลใกล้ชิดซินแสโชกุนอีก 8 คน ที่ถูกควบคุมตัวได้ที่ จ.ระนอง ขณะนี้ถูกคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 11 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและอั้งยี่ ซ่องโจร ประกอบด้วย 1.น.ส.ทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ อายุ 35 ปี 2.นางมณฑญาณ์ นิรันดร หรือจันทร์ฉาย นาคฤทธิ์ อายุ 55 ปี 3.นายก้องศรัณย์ แสงประภา อายุ 22 ปี 4.นางประนอม พลานุสนธิ์ อายุ 40 ปี 5.นางณิชมน แสงประภา อายุ 64 ปี 6.นางพารินธรญ์ หงส์หิรัญ ดัคกอร์ อายุ 35 ปี 7.น.ส.สุดารัตน์ อเนกนวล อายุ 25 ปี และ 8.นายโกวิท ช่วยสัตว์ อายุ 30 ปี โดยเจ้าหน้าที่ทหารจะคุมตัวส่งตำรวจกองปราบปรามดำเนินคดี ในวันที่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น. ทั้งนี้ ตำรวจจะแจ้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร เพิ่มเติมกับซินแสโชกุน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง อีกหนึ่งข้อหาด้วย อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่อย่างไร

พล.ต.ต.สุทินกล่าวต่อว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำนายฉัตรมงคล บำเพ็ญ ดารานักแสดง ว่าเข้าข่ายผู้เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากพบรายชื่อเป็น 1 ใน 7 คน ที่นั่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปยังที่ต่างๆกับซินแสโชกุน ส่วนทรัพย์สินของซินแสโชกุน ขณะนี้ ปปง.ได้อายัดทรัพย์สินไปแล้วประกอบด้วย เงินฝากในธนาคารกว่า 3 ล้านบาท ห้องพักในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองนนทบุรี และรถยนต์ 6 คัน มูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท ทรัพย์สินหลายรายการ ปรากฏชื่อซินแสโชกุนเป็นผู้ครอบครอง และบุคคลอื่นๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาที่ไปของทรัพย์สิน

ขณะที่เจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดีผู้หนึ่งกล่าวว่า ขอแนะนำผู้เสียหายให้เข้าร้องทุกข์ 2 ส่วนคือ 1.แจ้งกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม และ 2.แสดงสิทธิกับ ปปง. เพื่อให้ครอบคลุมทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง เพื่อแสดงสิทธิของผู้เสียหายในการรับเงินเยียวยาด้วย

มีรายงานว่า ในส่วนรถยนต์ทั้ง 6 คัน ที่พนักงานสอบสวนได้ตรวจยึดเป็นของกลางประกอบไปด้วย 1.รถเบนซ์ รุ่นเอสแอลเค 350 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน พศ 9995 กรุงเทพมหานคร 2.รถเรนจ์ โรเวอร์ รุ่นอีโวค สีแดง ทะเบียน 6 กค 4990 กรุงเทพมหานคร 3.รถเก๋งนิสสัน รุ่นทีดา ทะเบียน ฎท 6198 กรุงเทพมหานคร 4.รถมิตซูบิชิรุ่นปาเจโร่ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กฉ 5444 ลพบุรี ตรวจยึดได้ที่ จ.ระนอง ขณะจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 5.รถโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีดำ ทะเบียน 4 กฌ 789 กรุงเทพมหานคร 6.รถตู้แวน ฮุนได รุ่นสตาเร็กซ์ วีไอพี ทะเบียน 3 กฮ 9797 กรุงเทพมหานคร ที่คอนโดฯของซินแสโชกุน

มีรายงานแจ้งว่า หลังคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนและ ปปง. ตรวจสอบรถที่ยึดมาทั้ง 6 คันแล้วพบว่ามีรถ 4 คัน เป็นทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากกระทำความผิด ประกอบไปด้วย 1.รถเบนซ์ รุ่นเอสแอลเค 350 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน พศ 9995 กรุงเทพมหานคร 2.รถเรนจ์ โรเวอร์ รุ่นอีโวค สีแดง ทะเบียน 6 กค 4990 กรุงเทพมหานคร 3.รถโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีดำ ทะเบียน 4 กฌ 789 กรุงเทพมหานคร 4.รถตู้แวนฮุนได รุ่นสตาเร็กซ์ ทะเบียน 3 กฮ 9797 กรุงเทพมหานคร ในส่วนของรถนิสสัน รุ่นทีดา ทะเบียน ฎท 6198 กรุงเทพมหานคร และรถมิตซูบิชิรุ่นปาเจโร่ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กฉ 5444 ลพบุรี จะต้องนำส่งคืนตามขั้นตอน เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนการกระทำความผิด รวมทั้งเป็นรถของบุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดี

ต่อมาเวลา 17.00 น. น.ส.มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์ หรืออุ๊ พิธีกรชื่อดัง ดารานักแสดง อดีตนางเอกละครยอพระกลิ่น และรองมิสทีนไทยแลนด์ 2010 เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. และคณะพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าให้ปากคำแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังปรากฏรูปถ่ายเมื่อครั้งไปเที่ยวหัวหินร่วมกับซินแสโชกุน โดย น.ส.มิณทร์ลดากล่าวว่า รู้จักซินแสโชกุนผ่านการว่าจ้างให้เป็นพิธีกร ในงานกิจกรรมล่องเรือสำราญของบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด ที่มี น.ส.พสิษฐ์ หรือซินแสโชกุน งานดังกล่าวถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นงานสังสรรค์พบปะระหว่างแม่ทีมและลูกข่าย ภายในงานมีการพูดถึงความประสบความสำเร็จของบริษัทและแม่ข่ายแต่ละสาย มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน นอกจากงานกิจกรรมลงเรือที่ตนเป็นพิธีกรแล้ว เมื่อวันที่ 30 มี.ค. น.ส.พสิษฐ์ยังได้ชักชวนตน และดารานักแสดงอีก 3 คน คือนายฉัตรมงคล บำเพ็ญ และดารานักแสดงสาวอีกท่านหนึ่งร่วมเดินทางไปท่องเที่ยวที่หัวหินด้วยเครื่องบินส่วนตัว มีทั้งหมด 7 คน อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าไม่เคยร่วมธุรกิจ หรือถ่ายรูปโปรโมตผลิตภัณฑ์ ชักชวนผู้อื่นร่วมลงทุน และไม่ได้ตกเป็นผู้เสียหายในกรณีนี้ แต่เดินทางเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน และแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ด้าน พ.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำดาราสาวไว้ในฐานะพยาน ประเด็นในการสอบปากคำนั้นเป็นเรื่องที่ว่า รู้จักผู้ต้องหาได้อย่างไร เหตุใดถึงมีภาพไปปรากฏร่วมทริป ทั้งนี้ยืนยันว่าการเข้าให้ปากคำของดาราสาวนั้นอยู่ในฐานะพยานเพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุดเพื่อประกอบสำนวนดำเนินคดี