บริการข่าวไทยรัฐ

ตร.ศรีสะเกษ จับ 5 ผู้ก่อเหตุ คดีดังรุมทำร้ายชายหญิงขับรถเก๋ง

คืบหน้าคดีวัยรุ่น รุมทำร้ายชายหญิง 2 คน ที่ขับขี่รถเก๋งสีขาว ที่เป็นกระแสดังในโซเชี่ยล จับผู้ก่อเหตุได้แล้ว 5 คน พร้อมพยาน เผย ก่อนถูกรุม เพราะคำด่า"มึงเก๋าหรอ" และพยายามใช้ปืนตบและทำร้าย 1ในผู้ก่อเหตุ

วันที่ 17 เม.ย. ความคืบหน้า จากกรณีที่มีกลุ่มคนประมาณ 7 คน รุมทำร้ายชายหญิง 2 คน ขณะขับขี่รถเก๋งสีขาว โดยเหตุเกิดที่บริเวณด้านหลังตลาดเม่งอุย ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งในภาพเป็นกลุ่มคนรุมทำร้ายชายหญิงคู่หนึ่ง ที่บริเวณรถเก๋งสีขาว มีพลเมืองดีบันทึกภาพและแชร์ไปทั่วโซเชียล จนเป็นกระแสดัง ซึ่งขณะนี่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุรุมทำร้ายได้แล้ว 5 คน

พลตำรวจตรี สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ สั่งการให้เจ้าหน้าตำรวจได้เร่งทำงานเพื่อคลี่คลายคดี ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว โดยช่วงบ่ายวันนี้ 17 เมษายน 2560 พันตำรวจเอก สมจิตร เหล่ามคลนิมิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ออกติดตามความคืบหน้าและออกไปตรวจดูพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุร่วมกับ พันตำรวจเอก ชยากร เทศะบำรุง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน โดยได้ติดตามจับกุมคนร้ายที่ร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายคมกริช แสงกอง และนางสาวปิยวรรณ สามสี โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน คือ 1 นายเอก(นามสมมุติ) อายุ 19 ปี บ้านอยู่ที่ ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ 2 นายแดง(นามสมมุติ) อายุ 18 ปี บ้านอยู่ ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ 3 นายอนุสรณ์ พรหมคุณ อายุ 20 ปีบ้านอยู่ หมู่ 6 ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ 4 นายดำ(นามสมมุติ) อายุ 18 ปี บ้านอยู่ ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ 5 ท้าวสันติ แจ่มแจ้ง ชาวลาว อายุ 50 ปี บ้านโพนโฮง อำเภอแขวงโพนโฮง ประเทศลาว

โดยตั้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส” ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ ท้าวสันติ ว่า เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายอนุสรณ์ ตั้งข้อหาว่าเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)

ดยวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว นายรณชัย หรือ บิ๊ก ชาติสมานนท์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 6 บ้านโนนเปือย ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พยานปากสำคัญ ที่อยู่ในเหตุการณ์และเข้าไปแย่งปืน มาทำการสอบสวน

โดย นายรณชัย เล่าว่า ช่วงเวลานั้นที่เกิดเหตุ ตนเดินเข้าไปเห็นผู้ชายในรถลดกระจกลงมา ตะโกนออกมาว่า “มึงเก๋า มึงเจ๋งนักรึ” และเปิดประตูรถออกมากระแทกหน้าอกคนที่โบกรถอยู่ข้างประตู พร้อมเอาปืนออกมา แล้วเอาปืนตบหน้าคนที่โบกรถ คือ ท้าวสันติ 2-3 ครั้ง แล้วนายคมกริช ก็พยายามสลัดซองปืน ให้หลุดออกจากตัวปืน พอซองปืนหลุดแล้ว จึงเอาปืนมาจ่อ ท้าว สันติ คล้ายจะยิง ตนจึงรีบคว้ามือไว้ ดึงมือที่ถือปืนขึ้นข้างบน (บนฟ้า) โดยตนนั้นเข้าทางด้านหลัง ซึ่งตอนนั้นตนอยู่ข้างหลังพอดี พร้อมกับมีเสียงปืนก็ดังขึ้น จำนวน 1 นัด จากนั้นก็เกิดการเหตุการณ์ตะรุมกันดังคลิปที่ถูกเผยแพร่

นายรณชัยเล่าต่อว่า พี่เขา (คนที่โบกรถ ท้าว สันติ) ก็ดันตัวคนยิงเข้าไปในรถ จากนั้นตนก็วิ่งอ้อมไปข้างรถอีกด้าน เปิดประตูเพื่อแย่งเอาปืน โดยหักข้อมือเอาปืนมา เมื่อเหตุการณ์สงบจึงเอาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในตอนนั้น

ขณะที่ของกลางที่ตรวจพบภายในรถคันดังกล่าว และบริเวณที่เกิดเหตุนั้น พบว่า มี 1. อาวุธปืนพกสั้น รีวอลเวอร์ ขนาด .38 สแตนเลส ลำกล้องยาว 4 นิ้ว ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก โดยพบตกอยู่บริเวณขอบถนนใกล้ที่เกิดเหตุ 2. ปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 ปลอก พบอยู่ในรังเพลิงของปืนดังกล่าว 3. เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัด อยู่ในรังเพลิงของปืนดังกล่าว 4. ซองปืนสีดำขนาด .38 จำนวน 1 อัน ตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ 5. เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 13 นัด อยู่ในกระเป๋าผ้ายีนส์แบบสะพายวางไว้ในเบาะข้างคนขับ 6. ยาบ้าสีส้มกลมแบน จำนวน 28 เม็ด อยู่ในกระเป๋าผ้ายีนส์แบบสะพายวางไว้ในเบาะข้างคนขับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมรักษาไว้เพื่อดำเนินคดีกับผู้ครอบครอง ต่อไป

ส่วนอาการบาดเจ็บของนายคมกริช นั้น อาการยังสาหัส ยังไม่รู้สึกตัว และไม่สามารถที่จะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีสะเกษ ส่วนน.ส.ปิยวรรณ แฟนสาว บาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์ รพ.กันทรลักษ์ ได้อนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 60 ที่ผ่านมา

และจากการตรวจสอบประวัติต้องหาคดีของนายคมกริช พบว่า มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด, มีอาวุธปืน และทำร้ายร่างกาย โดยถูกจับกุมในคดียาเสพติดฯ และอาวุธปืน ในวันที่ 14 กันยายน 2559 และจับกุมตามหมายจับคดีจำหน่ายยาเสพติดฯ ของ สภ.กันทรลักษ์ เมื่อ 15 กันยายน 2559 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี และอยู่ในระหว่างประกันตัวออกมา