บริการข่าวไทยรัฐ

สงกรานต์เลือด! 4 คลิปแชร์สนั่น "เล่นน้ำ เมา ตีกันยับ" - สปท.จี้ตำรวจดำเนินคดี

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา โลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปวิดีโอ บันทึกเหตุการณ์การทะเลาะวิวาทในหลากหลายเหตุการณ์ด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี กระทั่งล่าสุด นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น ระบุว่าต้องการให้ตำรวจติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้เร็วที่สุด ทีมข่าวจึงได้รวบรวมคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ มาให้ดูว่าช่วงวันหยุดเทศกาลเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้าง...

เริ่มจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 เม.ย.60 เกิดขึ้นบริเวณหลังตลาดเม่งอุย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ สังคมออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปนาทีที่กลุ่มวัยรุ่นราว 7 คน กำลังรุมทำร้ายสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง ในคลิปเผยภาพคนผมสั้นสีทองนอนบาดเจ็บอยู่ที่พื้น แต่เมื่ออีกคนจะไปช่วยเหลือก็กลับถูกทำร้าย เมื่อวิ่งเข้าไปในรถก็ถูกกระชากออกมา และโดนเตะไปที่ใบหน้าอย่างแรง แม้ชาวบ้านจะส่งเสียงห้ามก็ไม่ฟัง ก่อนที่วัยรุ่นจะเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในรถเก๋ง จากนั้นจึงหลบหนีไป ทิ้งให้ผู้ที่ถูกทำร้ายนอนบาดเจ็บอยู่ที่พื้นถนน

สาเหตุการทะเลาะวิวาทครั้งนี้ เกิดจากผู้บาดเจ็บได้ขับรถย้อนศรเข้ามาในตลาดดังกล่าว ขณะกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีกำลังเล่นน้ำสงกรานต์ โดยกลุ่มวัยรุ่นได้พยายามขอร้องให้ถอยรถกลับออกไป เพราะอาจทำให้รถติด แต่ผู้บาดเจ็บไม่ยอมทำตาม พร้อมชักปืนออกมายิงข่มขู่ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นเกิดความไม่พอใจและเข้ามารุมทำร้าย ซึ่งจากการตรวจสอบในรถเก๋งคันดังกล่าว พบอาวุธปืนขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุนจำนวน 10 นัด และยาบ้าอีก 28 เม็ด ล่าสุดตำรวจจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว 4 คน เหลืออีก 3 คน อยู่ระหว่างติดตามตัว


ต่อมาในวันเดียวกัน แฟนเพจ Social Hunter ได้แชร์คลิปวิดีโอ เหตุการณ์กลุ่มชายวัยรุ่นกว่า 10 คน เกิดมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถ.ราชดำริ กทม. ท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยในคลิปเผยภาพขณะเจ้าหน้าที่ รปภ. ของทางห้างฯ ได้พยายามกันทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกัน แต่ชายหนุ่มรายหนึ่งที่สวมชุดลายดอกสีเขียว ได้เดินอ้อมมาทางด้านซ้าย แล้วใช้ปืนฉีดน้ำขว้างใส่กลุ่มคู่อริ ปรากฏว่าขว้างพลาดไปถูกเจ้าหน้าที่ ทำให้ รปภ.ไม่พอใจ ชกเข้าไปที่บริเวณหน้าอก จนชายคนดังกล่าวถึงกับล้มลงไปนอนกับพื้น จากนั้นชายหนุ่มที่สวมเสื้อสีฟ้าอมม่วง ได้ขว้างปืนฉีดน้ำใส่ชายคนดังกล่าวซ้ำ ต่อมาชายอีก 4-5 คน ก็กรูกันเข้าไปรุม กระทั่งเกิดเป็นเหตุชุลมุน ก่อนมีชาย 2-3 คน และเจ้าหน้าที่ รปภ.เข้ามาห้าม สุดท้ายทั้งหมดได้แยกย้ายกันไป

เหตุการณ์ต่อมาเกิดขึ้นวันที่ 15 เม.ย.60 สังคมออนไลน์ได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ในคลิปวิดีโอ ที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิด เป็นภาพขณะกลุ่มวัยรุ่นชาวเมียนมา นั่งดื่มสุราด้วยกันแล้วเกิดทะเลาะวิวาทกันขึ้น บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ในภาพจะเห็นว่าวัยรุ่นประมาณ 7 คน ได้รุมทำร้ายวัยรุ่นชายคนหนึ่ง จนล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้น จากนั้นคู่กรณีได้ใช้ทั้งไม้ อิฐบล็อค และอาวุธมีดยาว 1 ฟุต รุมทำร้ายร่างกายอีก ซึ่งในขณะเกิดเหตุ ชาวบ้านได้ออกมาห้ามปราม แต่กลุ่มวัยรุ่นกลับไม่ฟัง ยังคงรุมทำร้ายกัน จนกระทั่งชาวบ้านนำอาวุธปืนออกมาขู่ ทำให้วัยรุ่นแยกย้ายและหลบหนีไป เหตุการณ์ครั้งนี้พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย อาการสาหัส เนื่องจากถูกมีดแทงไส้ทะลัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ปิดท้ายด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย.60 โลกออนไลน์ได้แชร์คลิปวิดีโอ เป็นภาพขณะกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันเล่นสงกรานต์บนถนนสุขุมวิท หน้าโรงพยาบาลขลุง จังหวัดจันทบุรี แล้วเกิดทะเลาะวิวาทกันขึ้น ทั้งสองฝ่ายได้ตะโกนท้าทายกันไปมา โดยต่างฝ่ายต่างมีอาการมึนเมา ขณะนั้นอีกฝ่ายได้ชักปืนออกมา แล้วยิงขึ้นฟ้าจำนวน 1 นัด เพื่อเปิดทางให้พรรคพวกเข้าไปรุมทำร้ายคู่อริ จนกลุ่มอริแตกกระเจิง เหลือเพียงวัยรุ่น 1 รายที่หนีไม่ทัน ถูกรุมทำร้ายจนสะบักสะบอม จากนั้นเกิดเสียงปืนดังขึ้นอีก 2 นัด ทำให้วัยรุ่นทั้งสองฝ่ายวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง โดยเหตุการณ์ครั้งนี้พบวัยรุ่นถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ส่วนสาเหตุตำรวจได้ตั้งประเด็นเมาสุราและเขม่นกันภายในงาน ก่อนจะนำไปสู่การทะเลาะวิวาทชกต่อยและสาดกระสุนใส่กัน


สำหรับเหตุการณ์การทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์นั้น นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วง พร้อมกับเผยว่าตำรวจควรเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ครบทุกคดี และเมื่อเรื่องไปถึงศาล ควรลงโทษอย่างจริงจัง โดยไม่ควรรอลงอาญา เพื่อทำให้เกิดความเกรงกลัวกฎหมายและไม่กล้ากระทำความผิดซ้ำ หากตำรวจพื้นที่ใดจับตัวคนร้ายไม่ได้โดยเร็ว ถือว่าหย่อนยานในหน้าที่ จึงควรยกเครื่องกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปตำรวจทั้งโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องการให้ตรวจสอบตำรวจที่ละเลยหน้าที่ เนื่องจากเป็นต้นตอของปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย