วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สงกรานต์ดุ อุบัติเหตุ 6 วัน สังเวย 335 ศพ โคราชยังครองแชมป์ตายมากสุด

อุบัติเหตุ 6 วันสงกรานต์ สังเวย 335 ศพ เจ็บ 3,506 คน โคราชยังครองแชมป์ตายมากสุด 17 ศพ ศปถ.กำชับเข้มดูแลเส้นทางสายหลัก จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทางโค้ง ทางลาดชัน เส้นทางตรงยาว...

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงศึกษาธิการ แถลงสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า สถิติวันที่ 16 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุ 403 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 44 ราย โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 37.72 ขับรถเร็ว ร้อยละ 31.02 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.58 รถปิกอัพ ร้อยละ 8.37 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 17 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 16 คน โดยระหว่างวันที่ 11-16 เม.ย. มีผู้เสียชีวิต 21 ราย

ส่วนอุบัติเหตุทางถนนรวม 6 วัน (11-16 เม.ย.) สรุปเกิดอุบัติเหตุ รวม 3,388 ครั้ง ผู้เสียชีวิต รวม 335 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 3,506 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 7 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ นราธิวาส พังงา ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน สมุทรสงคราม และอำนาจเจริญ จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 6 วัน ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 153 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 17 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 160 คน

ทั้งนี้วันสุดท้ายซึ่งประชาชนเดินทางกลับ ศปถ.เน้นย้ำให้จังหวัดเพิ่มจุดตรวจ จุดบริการบนเส้นทางสายหลักอย่างเข้มข้น การดูแลความปลอดภัยในการเดินทางและอำนวยการจราจร โดยเปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ และปิดสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมถึงกวดขันการจอดรถริมทางและร้านค้าที่วางสิ่งของล้ำช่องทางจราจร พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกบริเวณเส้นทางที่มีการจราจรแออัด โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมสู่ถนนสายหลัก อีกทั้งเข้มข้นการดูแลเส้นทางสายรองที่ประชาชนใช้เป็นทางลัดและทางเลี่ยงเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นถนนทางตรง วิ่งสวนเลน และไม่มีเกาะกลาง จึงสามารถใช้ความเร็วได้สูง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงการเดินทางกลับ พบว่า อุบัติเหตุบนเส้นทางสายหลัก ซึ่งเป็นถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และกว่าร้อยละ 54.66 ของผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นบนถนนทางหลวง ซึ่งวันนี้คาดว่าเส้นทางสายหลักจะมีปริมาณรถหนาแน่นตลอดทั้งวัน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุชนท้ายและเฉี่ยวชน ศปถ.ได้กำชับจังหวัดให้เพิ่มความถี่ในการจัดตั้งจุดตรวจบนเส้นทางสายหลัก เพื่อชะลอความเร็วรถและป้องกันการแซงในระยะกระชั้นชิด รวมถึงเข้มข้นการดูแลจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งทางโค้งที่มักเกิดอุบัติเหตุ รถแหกโค้ง ทางลาดชันที่มักเกิดอุบัติเหตุเบรกแตก และเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาวที่มักเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน.