วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัจจัยลบคาบสมุทรเกาหลี กดหุ้นไทยเช้าปิดร่วง 9.63 ดัชนีแตะ 1,579 จุด

ความไม่แน่นอนบนคาบสมุทรเกาหลีระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้น กดดันหุ้นไทยปิดตลาดครึ่งวันเช้าลดลง 9.63 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,579.87 จุด มูลค่าซื้อขาย 14,772.96  ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 17 เม.ย. 60 พบว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปิดปรับตัวลดลง 9.63 จุด เปลี่ยนแปลง -0.61% ดัชนีอยู่ที่ 1,579.87 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 14,772.96 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) 3. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ให้น้ำหนัก Domestic play และหุ้นอิงกับราคาน้ำมัน

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ (17 เม.ย.) ว่า ปัจจัยที่ตลาดจะให้ความสนใจในช่วงนี้คือ ท่าทีหรือการตอบโต้ของสหรัฐฯ และพันธมิตรต่อการทดลองขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา แม้จะล้มเหลว แต่เป็นการบ่งชี้ว่าผู้นำเกาหลีเหนือมีแนวโน้มที่จะไม่ดำเนินการตามที่สหรัฐฯ ร้องขอ คือ ให้ยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ดังนั้น น่าจะเห็นความพยายามในการกดดันให้มีการเจรจานำโดยจีนเพื่อเข้าแก้ปัญหานี้ หากเกาหลีเหนือไม่ได้ทำการใดๆ ที่เป็นภัยคุกคาม ตลาดก็จะมีเพียงความคลุมเครือ และถูกมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงตัวหนึ่ง แต่โอกาสที่จะมีการใช้กำลังทางทหารหรือโจมตีโดยฝ่ายของสหรัฐฯ เวลานี้ยังไม่มากนัก

ขณะที่ ตลาดหุ้นหลายแห่งหยุดในเทศกาลอีสเตอร์ (ยกเว้นสหรัฐฯ) การซื้อขายนักลงทุนจึงรอคอย เรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศสที่ผลสำรวจของหลายสำนัก ผู้ที่มีคะแนนนำสองลำดับแรกจะเป็น Emmanuel Macron และ Marine Le Pen ขณะที่ ประเทศตุรกี ผลการลงประชามติเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่เพื่อเปิดทางให้มีการใช้ระบบอำนาจของประธานาธิบดีแทนระบบรัฐสภาที่มีอยู่เดิม จะมีผลต่อตลาดหุ้นอยู่บ้าง ซึ่งตัวแปรเหล่านี้ จะยังทำให้นักลงทุนต่างชะลอการลงทุน

"ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ แม้จะคาดว่าอาจมีแรงซื้อกลับหลังผ่านช่วงวันหยุดยาวของไทยเอง แต่ด้วยสถานการณ์ของเกาหลีเหนือที่จะเป็นตัวถ่วงตลาด รวมทั้งตัวแปรอื่นๆ เช่น เลือกตั้งฝรั่งเศส ทิศทางดอกเบี้ยและนโยบายเศรษฐกิจ สหรัฐฯ จึงคาดว่าดัชนีฯ จะมีความผันผวนสูง เราจึงยังคงคำแนะนำ ถือ ไว้”

อย่างไรก็ตาม คงต้องตามดูสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี หากสถานการณ์เป็นลบมากขึ้น อาจต้องพิจารณาลดการถือหุ้นลง โดยหุ้นกลุ่มที่ บล.KTBST ให้น้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์นี้ จะเป็นกลุ่ม domestic play หุ้นที่ถูกคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1 จะออกมาดี และหุ้นกลุ่มอิงราคาน้ำมันดิบ (ผู้ผลิต+ถ่านหิน) สำหรับหุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ อาทิเช่น BBL, TCAP, PTTEP, BANPU, CPALL, ADVANC, PTL และ AMATA