บริการข่าวไทยรัฐ

ทุกข์ของคน 2 จังหวัด

โดย สายล่อฟ้า

ต่างบ้านต่างเมือง แต่ไม่ต่างปัญหา

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนที่จันทบุรี เมืองที่เคยเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติระดับต้นๆของประเทศ

จังหวัดที่เคยเป็นแหล่งอัญมณีสำคัญคือ “พลอย” ที่สร้างมูลค่าจนทำให้เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดีกว่าจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ

นอกจากนั้น ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม อาหารอร่อย ผู้คนมีจิตใจดีน่านิยมยกย่อง แต่เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงเพราะ “พลอย” ได้ถูกขุดขึ้นมาสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

แต่เมื่อทรัพยากรที่มีจำกัดหมดไปก็แทบไปไม่เป็น

นี่คือสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ที่รัฐบาลชุดไหนก็ตามจะต้องพึงระวังในด้านการพัฒนาจังหวัด ซึ่งจะต้องเร่งแก้ไข

หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นชลบุรี ระยอง ตราด ต่างได้รับการสนับสนุนพัฒนาในเชิงอุตสาหกรรมล่าสุดได้ปรับใหม่ใช้เป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกที่กำลังเดินหน้าอย่างมีอนาคต 3 จังหวัดนี้มีความเจริญภายในเวลารวดเร็ว

แต่จันทบุรีกลายเป็นเมืองที่ต่ำต้อยกว่าหลายเท่า

ไม่รู้ว่ารัฐบาลลืมจังหวัดนี้ไปแล้วหรือไร...

พูดถึงจันทบุรีแล้วก็อดนึกถึงกาญจนบุรีไม่ได้ เพราะแม้จะอยู่ในซีกประเทศที่ต่างกันคือ ตะวันออกและตะวันตก แต่มีความเหมือนกันอย่างแยกไม่ออก

“กาญจนบุรี” ก็เคยมีพลอยที่ทำให้มีรายได้เข้าสู่จังหวัดไม่ต่างกัน มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย สวยงาม มีพื้นที่ใหญ่โต กว้างขวางเป็นอันดับ 3 ของประเทศ

เคยเป็นแหล่งที่มีป่าไม้ เป็นทรัพยากรสำคัญ มีเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าและการเกษตรมากที่สุดในประเทศก็ว่าได้

แต่เมื่อ “พลอย” หมดไป เหมืองแร่ต่างๆก็ต้องปิดตัวลง กลายเป็นสนามกอล์ฟผุดขึ้นมาหลายแหล่ง

พูดง่ายๆว่าเมื่อของดีหมดไปก็ไม่ต่างไปจากจันทบุรีเท่าใดนัก

พื้นที่ใหญ่แต่ความเจริญไม่ใหญ่ตามไปด้วย เปรียบเทียบกับจังหวัดที่รายรอบไม่ว่าจะเป็นนครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ที่ความเจริญแตกต่างกันอย่างชัดเจน

คำถามก็คือ มันเกิดอะไรขึ้น...

เท่าที่สดับตรับฟังเสียงของชาวบ้าน แม้คนละจังหวัดต่างให้คำตอบที่ตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ พอสรุปออกได้ 2 ประเด็นใหญ่ๆ

1. ผู้ว่าราชการจังหวัดมือไม่ถึง

2. นักการเมืองที่เล่นการเมืองเป็นอาชีพเท่านั้น

ที่ว่าผู้ว่าฯมือไม่ถึงก็เนื่องมาจากการแต่งตั้งผู้ว่าฯไปดำรงตำแหน่งใน 2 จังหวัดนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะถูกแต่งไปเพื่อรอเกษียณอายุราชการ ทำให้ไปอยู่ก็เพื่อรอหมดวาระเท่านั้น

การที่จะคิดจะสร้างความเจริญจึงแทบจะไม่มี ดังนั้นจึงเกิดความต่างกับผู้ว่าฯที่ดำรงตำแหน่งในจังหวัดใหญ่ๆ

เพราะได้คนเก่ง มีความสามารถก็ยิ่งจะสร้างความเจริญเพิ่มมากขึ้น การได้คนหนุ่มๆเพื่อการทำงานและอนาคตที่จะก้าวสูงขึ้นไป จึงเป็นตัวเร่งเพื่อโชว์ผลงาน

นักการเมืองก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ เพราะแม้ว่าหน้าที่โดยตรงเพื่อหวังเข้าไปบริหารประเทศ หรือมีหน้าที่ในด้านนิติบัญญัติ

แต่เขาเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกัน หรือไม่กี่ตระกูลเท่านั้น เล่นการเมืองเพื่ออำนาจ เป็นนักการเมืองอาชีพไม่ได้คิดรังสรรค์จังหวัดของตน ในฐานะตัวแทนจนหาความเจริญไม่ได้

เป็นเสียงเรียกร้องไปถึงรัฐบาลได้ฉุกคิดกันบ้าง.

“สายล่อฟ้า”