บริการข่าวไทยรัฐ

ปฏิบัติการลดเจ็บตาย ชุมชนอาสา เพิ่มสุข

“เมาแล้วขับ”...“ขับรถเร็ว” เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอุบัติเหตุ สูญเสียชีวิต...ทรัพย์สิน

“ลดเมา เพิ่มสุข : ปฏิบัติการ ชุมชนอาสา ลดเมา ลดเหตุ” หนึ่งในรูปแบบชุมชนช่วยลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืนในอนาคต สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. ร่วมกับเครือข่ายสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่

ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) บอกว่า ปฏิบัติการที่ว่านี้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่สองแล้ว มุ่งหวังว่าจะเป็นกลไกที่ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากการดื่มสุรา รวมถึงเป็นการกระตุ้น...หนุนเสริมให้ขยายผลไปยัง อปท. ที่เป็นเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นต่อไป

โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น, สกลนคร, เชียงราย, เพชรบูรณ์ และ นครปฐม รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเครือข่าย ในพื้นที่ถนนสาธารณะ ในถนนสายหลักและสายรองด้วย

“เราต้องการให้ชุมชนมาทำระบบเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัยในทุกเรื่อง เช่น อุบัติเหตุจราจร การลักทรัพย์ การก่อการร้าย ไม่ใช่เพียงแค่การเฝ้าระวังอุบัติเหตุจากการดื่มสุรา แต่ทำในกรอบใหญ่ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง...ทำให้ต่อเนื่องไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาล ทำให้เป็นระบบที่เป็นปกติของ อปท.และกลไกหลักในหมู่บ้าน”

ถ้าทุกอย่างสามารถพัฒนาให้เป็น “ระบบภายในชุมชน” ก็จะลดความสูญเสียและจะเป็น “ชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็ง” ขึ้นถอดบทเรียน ต.บ้านต๊ำ อ.เมือง จ.พะเยา ครั้งหนึ่งเคยติดอันดับเมืองที่มีคนดื่มเหล้ามากที่สุดในประเทศไทย จนเรื่อง “สุขภาพ” และ “อุบัติเหตุ” กลายเป็นปัญหาที่สืบเนื่องตามมา

จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “พลังสังคม” เมื่อทุกคนในชุมชนเห็นตรงกันว่านี่เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่อาจปล่อยปละให้ลุกลามบานปลายไปกว่าที่เป็นอยู่

ไพบูลย์ หาสิ่ง นายกเทศมนตรีฯ เกิดและโตที่นี่ฉายภาพอดีตให้ฟังว่า พื้นที่บ้านต๊ำมี 13 หมู่บ้าน ประชากรรวม 7,000 คน...จากกว่า 2,900 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ทำการเกษตร ตั้งแต่เด็กก็พบเห็นการดื่มเหล้าจนเป็นเรื่องปกติ นำไปสู่การทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ...และการเสียชีวิตจากต้นเหตุแอลกอฮอล์ปีละเกือบ 60 คน

การลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ มีที่มาจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่...มาตรการแรกคือการณรงค์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เริ่มต้นก็มีผู้ไม่เห็นด้วยออกมาตอบโต้ไม่ยอมรับทำให้ต้องปรับหาวิธีที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการให้พระที่ชาวบ้านนับถือมาช่วยพูดกับชาวบ้าน หรือเข้าผ่านทางบุตรหลานให้เป็นคนกลางสื่อสารไปถึง

นงเยาว์ เดินแปง อายุ 54 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.บ้านต๊ำ หนึ่งในตัวอย่างที่ลดการดื่มเหล้ามานานหลายปี เล่าว่า แต่ก่อนคนที่นี่ดื่มเหล้ากันเป็นเรื่องปกติ ทุกงานศพ งานบวช ต้องมีเหล้าทุกงาน ฉันเมื่อก่อนก็เดินกำขวด...ถือแก้วเหล้าเดินรอบโบสถ์ รอบวิหาร มาหลายต่อหลายงาน วันหนึ่งเห็นว่ามันเป็นอันตรายทั้งสุขภาพ อุบัติเหตุ ก็มาคิดว่าต้องหาทางเลิกกันให้ได้...เปลี่ยนเพื่อลูกเพื่อหลาน ไม่ใช่เลิกแต่ก็ลดไปมาก ประหยัดได้เยอะ

มาตรการที่สอง...การทำข้อตกลงร่วมกันของประชาชนในหมู่บ้าน นอกเหนือจากกฎหมายบ้านเมืองที่บังคับใช้ปกติ โดยออกเป็นกฎ กติกาของชุมชน ซึ่งได้รับความยินยอมจากคนในสังคม กำหนดให้พื้นที่ต่างๆเป็นพื้นที่ปลอดเหล้า ห้ามทะเลาะวิวาท ใครฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000-5,000 บาท

มาตรการที่สาม...ผู้หลักผู้ใหญ่ต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ทั้งในงานเลี้ยง สถานที่ราชการ...ต้องไม่มีแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ...เป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านได้ยึดถือปฏิบัติตาม

รวมไปถึงเรื่องการมอบรางวัลให้กับบุคคลต้นแบบที่เลิกเหล้าได้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นแบบอย่างให้คนอื่นได้นำไปปฏิบัติตาม

ยืนยันความสำเร็จจากรางวัล “หัวใจเพชร” ปีล่าสุด ปิ่นแก้ว พงษ์ยศ อายุ 70 ปี ชาวบ้าน ม.2 ในฐานะที่เลิกเหล้าได้อย่างถาวร บอกว่า เมื่อปีที่แล้วก็ได้รางวัล “หัวใจหิน” เพราะสามารถเลิกดื่มเหล้ามาได้นานหลายปี...“สมัยสาวๆจัดว่าเป็นนักดื่มตัวยง แต่ก็เลิกไป เพราะไม่รู้จะดื่มไปทำไม ไปตามงานก็สนุกกับคนอื่นๆได้ เต้นได้ สนุกได้...แม้ไม่กินเหล้า ยิ่งรู้ว่ากินแล้วเกิดอุบัติเหตุ เสี่ยงต่อชีวิตยิ่งทำให้ไม่อยากกลับไปดื่มเหล้า”

มาตรการต่างๆเหล่านี้ไม่ใช่การไปบังคับให้หยุดดื่มแต่ให้ลดลง ซึ่งได้ผล คนในตำบลบ้านต๊ำเลิกดื่มเหล้าไปได้ 30-40% ทำให้พวกเขาลดค่าใช้จ่าย ลดอุบัติเหตุ และทำให้คนในชุมชนกลับมามีสุขภาพแข็งแรง

ณภัค สร้อยนาค ปลัดเทศบาลฯ บ้านต๊ำ บอกอีกว่า ในพื้นที่มีจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งหลายจุด ด้วยเราเป็นศูนย์กลางการเดินทางไปยังจุดต่างๆ ทั้งตัวเมือง...ที่อื่นๆ จึงต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ทางหมู่บ้านก็ช่วยกันจัดการตนเองแก้ปัญหาร่วมกับเทศบาล ลดดื่ม...รณรงค์เมาไม่ขับ ติดป้ายสัญญาณตามจุดเสี่ยง

บรรจง อ้อยหอม กำนันตำบลบ้านต๊ำ ยืนยันว่า มาตรการป้องกันอุบัติเหตุที่ชาวบ้านช่วยกันทำสามารถลดอุบัติเหตุไปได้ถึง 80% ส่วนมากที่เกิดขึ้นจะมาจากคนต่างถิ่น

ซึ่ง...ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ชาวบ้านร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ด้วยความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ

ภาพรวมเครือข่ายทั่วประเทศที่เกิดขึ้น สมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์...ยึดมั่นอุดมการณ์เพื่อจะนำพาชุมชนไปสู่การจัดการตนเอง ให้สามารถขับเคลื่อน รณรงค์ และให้มีการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ อันประกอบด้วยท้องถิ่นมากกว่า 2,000 อปท. จะร่วมกันรณรงค์และขับเคลื่อน “ลดเมา เพิ่มสุข” ปฏิบัติการ “ชุมชนอาสา ลดเมา ลดเหตุ” ด้วยหลัก 3 สร้าง

หนึ่ง...สร้างจุดบริการ เพื่อช่วยเหลือและบริการแก่ผู้ขับรถสัญจรไปมาทั้งในพื้นที่และระหว่างพื้นที่ ด้วยการให้มีด่านครอบครัว ด่านชุมชน และด่านในรูปแบบต่างๆ

สอง...สร้างสรรค์พื้นที่ปลอดเหล้า เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม...สานสัมพันธ์ โดยไม่ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำหนดพื้นที่ เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดเหล้า งานบุญประเพณีปลอดเหล้า...เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชน และสาม...เสริมสร้างถนนปลอดภัย สำรวจประเมินจุดเสี่ยงบนท้องถนนในชุมชน ปรับปรุงถนนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยโดยความร่วมมือกลไกในชุมชนท้องถิ่น โดยไม่รอการดำเนินงานจากภายนอก

เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จะร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องและร่วมกันเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเพื่อ...งด...ลด...เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดจำนวนอุบัติเหตุจราจรจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยใช้โอกาสสำคัญของชาวไทย ได้แก่ เทศกาลสงกรานต์ เข้าพรรษา วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ 9) และวันขึ้นปีใหม่

...เป็นจุดเริ่มต้นในการดำเนินการและต่อเนื่องจนเป็นวาระปกติของชุมชน เพื่อการปฏิบัติบูชาอาสาทำดีให้เป็นสิริมงคลต่อตนเอง ครอบครัว สังคม

“ชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่”...เป็นฟันเฟืองเล็กๆที่จะค่อยๆขยายใหญ่...เติบโต ร่วมสร้างพลังในการป้องกัน ลดอุบัติเหตุที่จะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพย์สิน...ชีวิตของคนในชุมชน

อย่างน้อยๆเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย เราจะได้เห็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาที่ชัดเจนและยั่งยืน ในการลดการเกิดอุบัติเหตุจากการ “เมาแล้วขับ” ได้อย่างแท้จริง.