วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สหรัฐฯพยายามรักษาอิทธิพล

ผู้อ่านท่านที่รักความยุติธรรมมีข้อความเข้ามาในไลน์ @LGJ0596P ทั้งประเด็นสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ สหรัฐฯ-ซีเรีย และสารพันปัญหา ผมมุ่งมั่นตั้งใจตอบรับใช้ทุกคำถาม ส่วนคำถามไหนที่เป็นประเด็นใหญ่ ผมก็จะนำมาตอบในเวทีเปิดฟ้าส่องโลกนี้นะครับ

ท่านหนึ่งถามถึงสหประชาชาติ ว่าทำไมจึงไม่เข้าไปแก้ไขความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้น และถามถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจหากสงครามเกิด

ขอเรียนว่า ท่านอย่าไปหวังว่าโลกใบนี้จะมีเสถียรภาพจากการมีสถาบันระดับโลกอย่างสหประชาชาติเลยครับ สหประชาชาติไม่ใช่สถาบันที่รักษากฎระเบียบของโลกอย่างได้ผล บทลงโทษของยูเอ็นใช้ได้แต่กับเพียงชาติเล็กประเทศน้อย พอเป็นประเทศใหญ่กลับใช้ไม่ได้ ที่เห็นเด่นชัดก็ตอนที่สหรัฐฯบุกอิรักเมื่อ พ.ศ.2546

สหรัฐฯเป็นประเทศใหญ่แถมมีสถานะเป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ แต่สหรัฐฯนี่แหละครับ ดันเป็นตัวปัญหาและเป็นผู้ละเมิดกฎระเบียบที่โลกเราช่วยกันสร้างไว้ซะเอง

ปลาย พ.ศ.2534 สหรัฐฯกลายเป็นมหาอำนาจเดี่ยวและบังคับโลกให้ปฏิบัติตามเรื่องต่างๆ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง สหรัฐฯตั้งฐานทัพอยู่ในมากมายหลายสิบประเทศ เมื่อต้องการจะเล่นงานใคร สหรัฐฯ ก็เรียกกำลังทหารในฐานทัพเหล่านี้ไปจัดการ

สหรัฐฯระแวงว่าจะมีประเทศอื่นมาถ่วงดุลอำนาจของตัว ซึ่งขณะนี้มี 2 ประเทศที่สหรัฐฯกลัวมาก ก็คือจีนและรัสเซีย หน้าที่หลักของผู้นำ สหรัฐฯในปัจจุบันก็คือ ต้องสร้างยุทธศาสตร์ปิดล้อมและยับยั้งการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนและรัสเซีย

อย่างเกาหลีเหนือนี่สหรัฐฯ ก็ต้องจัดการ เพราะเกาหลีเหนือเป็นประเทศเขตอิทธิพลเดิมของโซเวียตและจีน เกาหลีเหนือเป็นประเทศในตะวันออกไกลที่ทำให้เกิดดุลอำนาจในภูมิภาค ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันประกาศตนชัดเจนว่าเป็นเด็กสร้างของสหรัฐฯมีเพียงเกาหลี เหนือที่มีความโน้มเอียงไปทางจีนและรัสเซีย หากสหรัฐฯล้มระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือได้ สหรัฐฯจะเป็นรัฐที่เข้มแข็งมากจนถึงขนาดเข้าไปมีอิทธิพลในจีนและรัสเซียได้

สหรัฐฯ จีน หรือรัสเซีย พยายามที่จะเพิ่มอำนาจของตัวและลดอำนาจของฝ่ายตรงข้ามด้วยการใช้อาวุธ (สหรัฐฯยิงโทมาฮอว์กใส่ซีเรียและทิ้งโคตรระเบิดลงอัฟกานิสถาน) เข้ายึดดินแดน (รัสเซียยึดไครเมียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตน) ตั้งกลุ่มพันธมิตร (องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ/ซีเรียและเลบานอนสร้างกองกำลังร่วมตามพรมแดน) เข้าแทรกแซงกิจการภายในของรัฐอื่น แบ่งแยกและการเอาชนะ สร้างเขตกันชน ฯลฯ

อย่างที่ผมเรียนรับใช้ไปเมื่อวานนะครับ ว่าถ้าสหรัฐฯโจมตีเกาหลีเหนือขึ้นมาจริงๆ จีนและรัสเซียก็อาจจะต้องกระโจนเข้าไปช่วย หากเกรงว่าเหตุการณ์จะบานปลายกลายเป็นสงครามใหญ่ จีนก็อาจจะช่วยด้วยการเสนอตัวไปเป็นตัวกลางในการเจรจา

มีคนวิเคราะห์ว่า ก็เป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะใช้โอกาสที่มีประธานาธิบดีซึ่งกล้าบ้าบิ่นอย่างทรัมป์ปราบเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก เพื่อสหรัฐฯจะได้มีอิทธิพลอย่างเต็มที่ในคาบสมุทรเกาหลีและตะวันออกไกล ถ้าหากสหรัฐฯประเมินว่าสมรรถนะทางกำลังรบของตนเองเหนือกว่าจีนและรัสเซียรวมกัน

ทหารและผู้คนสายเหยี่ยวในสหรัฐฯรอโอกาสนี้มานาน เพราะในห้วงช่วง 8 ปีที่โอบามาเป็นผู้นำสหรัฐฯความเป็นสายพิราบของโอบามาและคณะ ทำให้ทหารและสายเหยี่ยวทั้งหลายอึดอัดคัดใจ ถ้าผู้อ่านท่านจำภาพตอนที่ทรัมป์ยังเป็นแค่ผู้สมัครประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกันที่จะไปชิงชัยกับนางฮิลลารี คลินตัน ได้ไหมครับ มีอยู่ภาพหนึ่งที่พวกนายพลและผู้ใหญ่สายทหารรวมตัวกันเป็นกลุ่มประกาศสนับสนุนทรัมป์

ถ้าหากสายเหยี่ยวมีอิทธิพลต่อนโยบายต่างประเทศได้ ผมเชื่อว่าสหรัฐฯในยุคของทรัมป์ก็จะต้องมุ่งทำลายชาติรัฐที่มีศักยภาพที่จะขึ้นมาคานหรือถ่วงดุลอำนาจของสหรัฐฯ ในฐานะประเทศอภิมหาอำนาจ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง โลกก็สู้กันยุ่งเหยิงต่อไปไม่รู้จบ

สำหรับผลของสงคราม (หากสงครามเกิด) ผมว่านอกจากผู้คนบนโลกจะทุกข์จากการที่อาชีพเดิมของตนหายไปเพราะการเข้ามาของเทคโนโลยีและนวัตกรรม (เช่น หุ่นยนต์ทำให้คนงานในโรงงานผลิตรถยนต์ตกงาน) เรายังจะต้องทุกข์จากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างรุนแรงเพราะสงครามอีกด้วยครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com