บริการข่าวไทยรัฐ

รปภ.แทงยับ ดับทนาย แค้นด่าวงเหล้า เมาส่งเสียงดัง

รปภ.คอนโดจอมโหด รุมฆ่าโหดทนายความ ใช้มีดกระหน่ำแทงพรุน 6 แผล วิ่งหนีไปตายข้างสำนักงานทนายความแล้วเผ่นหนี ก่อนเกิดเหตุกลุ่ม รปภ.ทมิฬตั้งวงกินเหล้าส่งเสียงดังตั้งแต่เย็นยันดึก เหยื่อนอนพักในสำนักงานสุดทนลงไปต่อว่าทำให้มีเรื่องทะเลาะกันถึงขั้นเปิดศึกมวยหมู่อุตลุดก่อนพลาดท่าถูกฝ่ายตรงข้ามชักมีดจ้วงแทงดับดิ้น ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อนรวบ 1 ในแก๊ง รปภ.ดำเนินคดี ยอมรับพ่อเคยมีเรื่องไม่ถูกกับเหยื่อมาก่อน พอถูกต่อว่าเรื่องเลยบานปลาย แต่ยังเล่นลิ้น อ้างพยายามห้ามแล้วไม่สำเร็จและไม่รู้ใครเป็นคนแทง

รปภ.โหดรุมฆ่าทนายความรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 16 เม.ย. ร.ต.อ.ชาตรี สีจันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุแทงกันตายในคอนโดมิเนียม “บุญโตแมนชั่น” ซอยรัตนาธิเบศร์ 17 แยก 1 ต.บางกระสอ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก. พ.ต.ท.เมษนนท์ นาขวัญ รอง ผกก.สส. แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นำกำลังและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปสอบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมสูง 10 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้าและสำนักงานกฎหมายเนติวิทย์ พบศพนายเกียรติศักดิ์ โรจนอิศรานนท์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ซอยนนทบุรี 10 แยก 2 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี เป็นทนายความและเจ้าของสำนักงานกฎหมายเนติวิทย์ นอนจมเลือดข้างโต๊ะหินใกล้กับสำนักงานกฎหมายดังกล่าว สภาพศพถูกแทงด้วยของมีคมเข้าราวนมซ้าย 2 แผล สีข้างซ้าย 2 แผล สะบักซ้าย 1 แผล และขาซ้าย 1 แผล รวม 6 แผล จุดเกิดเหตุบริเวณป้อม รปภ.หน้าอาคารคอนโดดังกล่าว พบเศษแก้วเศษขวดแตกกระจายเกลื่อน

สอบสวนนายเทพ รุ้งทอง อายุ 30 ปี รปภ.คอนโดที่เกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงทะเลาะกันบริเวณป้อม รปภ.ออกมาดูเห็นนายประทีป รุ้งทอง อายุ 61 ปี พ่อของตน และนายปรีดา หรือดุ่ย อยู่จุ้ย อายุ 40 ปี เป็น รปภ.คอนโดดังกล่าวเช่นเดียวกัน ตั้งวงกินเหล้ากันตั้งแต่หัวค่ำ กำลังทะเลาะกับผู้ตาย ตนเข้าห้ามปรามหลังจากนั้นกลับมาที่ป้อม รปภ.อีกครั้ง พ่อและเพื่อนๆหายตัวไปหมดแล้ว ส่วนนายเกียรติศักดิ์นอนตายอยู่ข้างโต๊ะม้าหินดังกล่าว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ

ต่อมาตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุพบว่านายเทพนั่งอยู่ในวงเหล้าด้วย นำตัวมาสอบเค้นอีกรอบ จนเปิดปากว่าตนกับพ่อและเพื่อนร่วมงานตั้งวงกินเหล้ากันตั้งแต่เย็นจนกระทั่งเกิดเหตุ นายเกียรติศักดิ์นอนพักอยู่ในสำนักงานทนายความและเคยมีเรื่องไม่ถูกกับพ่อของตน ออกมาต่อว่าที่ตั้งวงกินเหล้าส่งเสียงรบกวนจนดึกดื่น ทำให้มีปากเสียงทะเลาะถึงขั้นชกต่อยกัน ตนพยายามห้ามแล้วแต่ไม่สำเร็จ ระหว่างที่มีการชุลมุนต่อสู้กันจนเข้าไปชั้นล่างของคอนโด ไม่รู้ว่าใครแทงนายเกียรติศักดิ์วิ่งไปฟุบข้างโต๊ะหินดังกล่าว ส่วนพ่อของตนกับนายปรีดาแยกย้ายหลบหนีไป คุมตัวนายเทพดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา