วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจ้งจับ ‘แพทย์หญิง’ รพ.ดัง ตุ๋นร่วมลงทุนบริษัททัวร์ สูญกว่า 64 ล.

“ร.ท.แพทย์หญิง” นำทีมกลุ่มผู้เสียหายหลากหลายอาชีพรวมตัวร้องกองปราบ แจ้งจับ “ว่าที่ น.ต.แพทย์หญิง โรงพยาบาลรัฐชื่อดัง” เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยม หลอกระดมลงทุนบริษัททัวร์ ก่อนเชิดเงินหนีกว่า 64 ล้านบาท...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ 16 เม.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เรืออากาศโทหญิง พญ.นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์ รพ.รัฐบาลชื่อดัง พร้อมกลุ่มผู้เสียหายรวมกว่า 10 คน ประกอบด้วยหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ วิศวกร สจ๊วต อาจารย์มหาวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ทหาร รวมตัวเข้าพบ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงประจำโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในบริษัททัวร์ชื่อ วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด มีผู้เสียหายกว่า 38 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 64 ล้านบาท

เรืออากาศโทหญิง พญ.นิจชา กล่าวว่า ว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงคนดังกล่าว เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของตน ได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนบริษัททัวร์และรับจองโรงแรม ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นของนายโจ้ แฟนหนุ่มของว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิง โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงร้อยละ 6 ถึง 18 ต่อเดือน ทำให้เพื่อนหลากหลายอาชีพ ส่วนใหญ่เป็นแพทย์ถึงร้อยละ 50 ร่วมลงทุนด้วย ในอัตราที่แตกต่างกัน มีลงทุนตั้งแต่ต่ำสุด 80,000 บาท จนถึง 12 ล้านบาท

ส่วนสาเหตุที่มีคนร่วมลงทุนด้วยเงินจำนวนมากนั้น เนื่องจากว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงคนดังกล่าวมีอาชีพเป็นแพทย์ของ รพ.ดัง ทำให้มีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม การลงทุนธุรกิจนี้ไม่เหมือนกับแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากไม่ต้องชักชวนสมาชิกเพิ่ม และไม่ได้รับผลตอบแทนในการชักชวนสมาชิกเพิ่มแต่อย่างใด

สำหรับตนนั้นถูกชักชวนให้ลงทุนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 59 แต่ตัดสินใจลงทุนจริงเมื่อเดือนสิงหาคมเป็นเงิน 500,000 บาท โอนเข้าบัญชีว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงคนดังกล่าว ก่อนที่เดือนต่อมาจะได้เงินปันผล 80,000 บาท แต่ตนไม่ได้ถอนเงินออกมา แต่กลับเพิ่มยอดเงินร่วมลงทุนเพิ่มไปอีก เพราะเห็นว่าได้ผลตอบแทนจริง รวมแล้วลงทุนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 59 จนถึงกุมภาพันธ์ 60 ได้เงินปันผลคืนทุกเดือน รวมแล้วกว่า 300,000 บาท แต่ยังมีเงินต้นที่ตนลงทุนค้างอยู่อีก 1 ล้านบาท กระทั่งเดือนมีนาคม กลับไม่ได้รับเงินปันผล จึงพยายามทวงถามแต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงอ้างว่าบัญชีถูกอายัด และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เมื่อโทรศัพท์ติดต่อไปแต่ก็ไม่มีการรับสาย จากนั้นได้ไปตรวจสอบที่บ้านแต่ไม่พบตัว ส่วนที่ทำงานทราบว่าได้ลาพักร้อน จึงเชื่อว่าถูกหลอกแน่นอน ก่อนตัดสินใจรวมตัวกันเข้าแจ้งความในที่สุด

ด้าน พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. ได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้น ก่อนรายงานให้ พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก.ทราบ จากนั้นได้แนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพราะเป็นหน่วยงานที่รับเรื่องนี้โดยตรง.