บริการข่าวไทยรัฐ

เสธ.ยอด ผนึกกำลังคีย์แมนกีฬาไทยนั่งบริหาร ‘ฟอนซ่า’

คีย์แมนวงการกีฬาไทย ร่วมนั่งคณะกรรมการบริหารสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ (ฟอนซ่า) ถ้วนหน้า “เสธ.ยอด” พล.ต. อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานสหพันธ์ฯ หวังช่วยผนึกกำลังขับเคลื่อนพัฒนาวงการกีฬาไทยไปสู่ระดับโลก วางเป้าสู่โอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2020 ชี้ต่างชาติก้าวไม่หยุด เตือนทุกสมาคมกีฬาต้องไม่หยุดนิ่ง ยันเป้าหมายเดิมคว้าโควตาลุย “โตเกียวเกมส์” 70 คน

“เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ (ฟอนซ่า) เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานฟอนซ่าต่อไปอีกเป็นสมัยที่ 2 โดยมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ระหว่าง พ.ศ.2560-2563 เพื่อให้การบริหารกิจการของฟอนซ่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนากีฬาของชาติให้ก้าวหน้า จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ ดังนี้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล เป็นเลขาธิการและเหรัญญิก, รองประธาน 6 คน ได้แก่ สมควร รวิรัฐ (วอลเลย์บอล), พล.อ.อรรถพจน์ คล่องตรวจโรค (รักบี้), พล.ร.อ.สมเดช ทองเปี่ยม (ฟันดาบ), พล.ท.ทวิช ชินบัญชร (ยิงปืน), พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร (แบดมินตัน), พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา (มวย)

ส่วนกรรมการ ได้แก่ นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล (ปีนหน้าผา), นายสมชัย อัศวสันติ (ยิงธนู), นพ.มีชัย อินวู้ด (ยกน้ำหนัก), นาวาตรี ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ (ยิมนาสติก), ดร.อนิวัธติ์ ศิริเดชวราวงษ์ (คาราเต้โด), ดร.สมคิด ปิ่นทอง (เทควันโด), นายธนาวิชญ์ โถสกุล (ว่ายน้ำ), นายดอน มุดตางาม (เทเบิลเทนนิส), กรรมการฝ่ายกฎหมายและการบัญชี นางสุปราณี คุปตาสา, กรรมการและนายทะเบียน นาวาเอก ปารัช รัตนไชยพันธ์ (ร.น.) และกรรมการและรองเลขาธิการ ดร.สิริลักษณ์ ทัดมั่น

ขณะที่คณะกรรมการที่ปรึกษา ประกอบด้วย พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ (ประธาน), พล.อ.สุพิทย์ วรอุทัย, พล.อ.รุ่งโรจน์ จำรัสโรมรัน, พล.ร.อ.ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ (เรือพาย), พล.อ.อ.จิรศักดิ์ ภูวนารถนุรักษ์ (ยกน้ำหนัก), พล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์ อาริยะมงคล (กรีฑา), นายกิตตน์สมบัติ เอื้อมมงคล (เทนนิส), นายกิตติพศ สุฉันทบุตร (มวยปล้ำ), ศ.ดร.เจริญ วรรธนะสิน, นายเทพปกรณ์ เดชา (ยกน้ำหนัก), คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล (แบดมินตัน), นายพิมล ศรีวิกรม์ (เทควันโด), นายพีรเดช พฤฒิพฤกษ์ (เทเบิลเทนนิส) และนายสมพันธ์ จารุมิลินท (โบว์ลิ่ง)

พล.ต.อินทรัตน์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทุกชาติพัฒนาศักยภาพนักกีฬาของตนเองอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทุกสมาคมกีฬาของไทยจะต้องไม่หยุดนิ่งเช่นกัน โดยตนจะผลักดันให้หน่วยงานของรัฐที่ดูแลด้านกีฬาเข้ามาสนับสนุนสมาคมกีฬาให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งฟอนซ่า ตั้งเป้าว่าจะต้องคว้าโควตาเข้ารอบสุดท้ายได้ 70คน รวมทั้งต้องให้มวยไทยเป็นกีฬาสาธิตในโอลิมปิกเกมส์ให้ได้เร็วที่สุดด้วย

ทั้งนี้ สหพันธ์สมาคมกีฬาชาติเป็นการรวมตัวของสมาคมกีฬาที่บรรจุแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ และสมาคมกีฬาเอกลักษณ์ไทย 2 สมาคมกีฬาคือ ตะกร้อ และมวยไทย เพื่อร่วมกันพัฒนากีฬาของประเทศ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหาแนวทางผลักดันสร้างระบบสวัสดิการนักกีฬา ช่วยเหลือ สนับสนุนผู้บริหารแต่ละสมาคมกีฬาไปสู่การเป็นผู้บริหารระดับทวีปและโลก คุ้มครอง รักษาสิทธิ์และเกียรติภูมิของสมาชิก.