บริการข่าวไทยรัฐ

เมาแล้วขับ ตร.จับเพราะรัก! นครพนม 6 วัน จับคนเมายอดพุ่ง 400 ราย

ผู้การฯ นครพนม พูดจากหัวใจ ตำรวจจับเพราะรักและห่วง เหตุเมาแล้วขับ 6 วัน ยอดพุ่งเกือบ 400 ราย ไม่มีการอะลุ่มอล่วย ไม่วิ่งเต้น หากพบนายตำรวจนายใดเมาแล้วขับ ความผิดร้ายแรงถึงขั้นให้ออกทันที  

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2560 พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้บูรณาการตำรวจกับหน่วยงานทหาร มณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม นรข. ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเพิ่มมาตรการดูแลป้องกันความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ 7 วันอันตราย เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ 12 อำเภอ ประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน นักท่องเที่ยว รวมไปถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เกี่ยวกับการกระทำผิดด้านการจราจร หากพบเห็นให้มีการจับดำเนินคดีทันที ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎจราจร ใช้ความเร็วสูง หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

พล.ต.ต.สุวิชาญ กล่าวว่า ปัญหาเมาแล้วขับ เป็นต้นเหตุสำคัญในการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต ทั้งนี้ ตำรวจภูธรนครพนมจึงได้เน้นการตรวจสอบจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเมาแล้วขับ หากพบเห็นให้มีการจับกุมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่มีอะลุ่มอล่วย ห้ามวิ่งเต้นใช้เส้นเด็ดขาด ซึ่งยืนยันจากใจว่า การจับกุมดำเนินคดีของตำรวจ ทำไปด้วยความรัก ความจริงใจ เพราะการเมาแล้วขับเป็นต้นเหตุสำคัญการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ส่วนใหญ่พิการ และเสียชีวิต เพราะขาดสติ ตำรวจจึงได้ใช้ความรัก ความห่วงใย ในการจับกุมดำเนินคดี เพื่อตัดต้นเหตุการตาย

"ในช่วง 6 วันที่ผ่านมา ในการเข้มงวดกวดขันจับกุมผู้กระทำผิด มียอดจับกุมดำเนินคดี รวม 12 อำเภอแล้ว จำนวน 384 ราย ส่วนสถิติการเกิดอุบัติเหตุ มียอดผู้บาดเจ็บ 23 ราย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ฝากเตือนประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน ระมัดระวังในช่วงเดินทางกลับวันสงกรานต์

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของท่านเอง และเพื่อนร่วมทาง นอกจากนี้ในการเพิ่มมาตรการเข้มงวดกวดขันผู้กระทำผิดกฎหมายเมาแล้วขับ ตำรวจจะต้องเป็นต้นแบบ เป็นตัวอย่างที่ดี หากพบเห็นหรือมีการจับกุมตำรวจกระทำผิดเมาแล้วขับ ยืนยันว่าจะไม่มีข้อยกเว้น สั่งให้มีการจับกุมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด และต้องมีการเอาผิดวินัยร้ายแรงด้วย โชคร้ายถึงขั้นออกจากราชการ เพราะการบังคับใช้กฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์ จะต้องเริ่มจากตำรวจเองต้องเป็นแบบอย่างด้วย".