บริการข่าวไทยรัฐ

เงินค่าปรับไปอยู่ที่ไหน

โดย ซี.12

ผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์คืนกลับสู่ชีวิตการทำงานกันอีกปีหนึ่งจึงเลือกเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับปัญหาสังคมอันขมขื่นเกี่ยวกับการจราจรระหว่างผู้ใช้รถใช้ถนนกับเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตรวจตราจับกุมผู้กระทำความผิดที่กฎหมายกำหนด

สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ยกเรื่องราวเกี่ยวกับเงินค่าปรับเกี่ยวกับการจราจรมาเป็นประเด็นให้รับทราบโดยสมมติกรณีเป็นตัวอย่างว่า

นายป้ายแดงมีหนังสือถึงตำรวจภูธรจังหวัดเพื่อขอทราบเรื่องราวข้อเท็จจริง อำนาจหน้าที่ที่สำคัญและการดำเนินงานของเจ้าพนักงานจราจรในการปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจ จับ ปรับผู้ขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่ทำผิดกฎหมายจราจร ว่าตำรวจจราจรได้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบหรือไม่อย่างไร

ในประเด็น เงินค่าปรับ ผู้ขับขี่รถ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2556-31 ธันวาคม 2558 รวม 3 ปี มีจำนวนเท่าใด มีกี่คดี เงินค่าปรับที่ได้ส่งไปให้หน่วยงานใดบ้าง เป็นเงินเท่าใด ตำรวจจราจรได้รับส่วนแบ่งหรือไม่ จำนวนเท่าใด เงินรางวัลนำจับขอรับในลักษณะบุคคลหรือองค์กรแล้วนำไปจัดสรรปันส่วนกัน ได้หักภาษีหรือไม่และในการปฏิบัติได้อาศัยอำนาจกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร รวม 5 คำถาม

ฟังดูเหมือนการถามไปให้คุณตอบมาซึ่งเคยมีคำวินิจฉัยแล้วว่า กรณีการถามโดยไม่ได้ขอข้อมูลข่าวสารมาด้วยไม่เป็นการใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 แต่กรณีของนายป้ายแดงมีสรุปท้ายคำถามว่าข้อมูลข่าวสารที่ขอเป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยอยู่แล้ว ไม่ กระทบความมั่นคง หรือบุคคลที่สามแต่อย่างใด แสดงให้เห็นถึงคำขอข้อมูลข่าวสารที่ต้องการด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการขอข้อมูลข่าวสารแล้ว

ตำรวจภูธรจังหวัดมีหนังสือชี้แจงนายป้ายแดงว่า นายป้ายแดงอยู่สกลนคร แต่ไปขอข้อมูลที่มุกดาหารโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ หรือนำข้อมูลไปทำอะไร จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิของนายป้ายแดงหรือเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างไร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และมีการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐทุกปี เงินสินบนและเงินรางวัลก็เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี จึงไม่ให้ข้อมูล หากนายป้ายแดงเห็นว่าจำเป็นต้องได้เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพหรือเป็นประโยชน์แก่สาธารณะก็ให้แสดงหลักฐานมา

นายป้ายแดงจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

ตำรวจภูธรจังหวัดได้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้คณะกรรมการวินิจฉัยฯ พิจารณา ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารตามที่นายป้ายแดงมีคำขอแล้วได้รับการปฏิเสธเป็นข้อมูลการปฏิบัติงานตามปกติของหน่วยงาน การเปิดเผยจะเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบและแสดงความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการจึงวินิจฉัยให้ตำรวจภูธรจังหวัดเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง โดยให้นายป้ายแดงชำระค่าธรรมเนียมการถ่ายเอกสารตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการด้วย

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 หารือไปได้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

เรื่องราวที่ส่งมาบอกแต่เพียงขั้นตอนว่าขอให้เปิดเผยได้หรือไม่ได้ แต่ไม่ได้เฉลยเนื้อหาสาระที่คนอยากรู้

จึงนำมาเสนอเป็นตัวอย่างของการเสียเวลาไปเปล่าๆในการเผยแพร่ข้อมูลนี้ไปสู่ผู้อื่น.

“ซี.12”