วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชู "เกาะเต่า" ร.ร.สอนดำน้ำอันดับ 1 ในเอเชีย

แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในบ้านเรา ได้รับการยกย่องเรื่องความ สวยงามตามธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำนานาชนิด

โดยเฉพาะ “เกาะเต่า” นางนงเยาว์ จิรันดร ผอ.ททท.สนง.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลว่า เมื่อปี 2559 นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศเข้าไปเที่ยวถึง 448,494 คน มีเม็ดเงินหมุนเวียนบนเกาะถึง 6,228 ล้านบาท

สำหรับเกาะเต่านั้น ในอดีตเป็นเกาะร้าง ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทะเล การเดินทางลำบากแร้นแค้น จึงถูกใช้เป็นสถานที่กังขังนักโทษคดีสำคัญๆ อย่างเช่น กบฏบวรเดช พ.ศ.2476 และคดีกบฏ พ.ศ.2481

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง นายควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรี ได้ขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนักโทษ จากนั้นมาเกาะจึงถูกปล่อยทิ้งร้างเดียวดาย กระทั่งปี 2490 มีชาวบ้านจากเกาะสมุย และเกาะพะงัน อพยพไป ตั้งถิ่นฐาน ทำให้เป็นที่รู้จักของนักเดินเรือในทะเลมากขึ้น

ด้วยความโดดเด่นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ทุกๆปีชาวบ้านมักพบเห็นเต่าทะเลนานาชนิดว่ายขึ้นมาวางไข่บนชายหาดต่างๆบนเกาะ ส่งผลทำให้เกาะแห่งนี้ ถูกเรียกจนติดปากว่า “เกาะเต่า”

ที่สำคัญขณะนี้ยังมีโรงเรียนสอนดำน้ำเข้าไปเปิดสอนกว่า 40 บริษัท นายวิเรน บัวสมุย ครูสอนดำน้ำ เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า นี่เองทำให้เกาะเต่า ถูกขนานนามว่า เป็นแหล่งผลิตนักดำน้ำอันดับ 1 ของเอเชีย

อีกทั้งยังเป็นแหล่งฝึกฝนนักดำน้ำลำดับต้นๆของ PADI หรือสถาบันสอนดำน้ำที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้นักดำน้ำ ระดับต่างๆ

ขณะที่จุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อในความสวยงามอยู่บริเวณเกาะฉลาม หรือ ชาร์คเบย์ กับบริเวณกองหินชุมพร ซึ่งนักดำน้ำพบเห็นฉลามวาฬอยู่บ่อยๆ อีกที่แห่งหนึ่ง บริเวณซากเรือหลวงสัตกูด ถูกนำไปวางจมไว้ใต้ท้องทะเล

ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นสิ่งยืนยันความสมบูรณ์ของเกาะสำคัญแห่งนี้ในอ่าวไทยได้เป็นอย่างดี.....!

วิสุทธิ์ รองพล