บริการข่าวไทยรัฐ

การเมืองไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร

โดย หมัดเหล็ก

การปฏิรูปด้านการเมืองตามข้อเสนอของกรรมาธิการ สปท. โดยการแก้ไขกฎหมายและปรับโครงสร้างการเลือกตั้งรูปแบบใหม่ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงการเมืองระดับชาติ อาทิ การแก้ไขให้ การเมืองระดับท้องถิ่น เป็นรูปแบบ เทศบาล ทั้งหมด การเลือกตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านโดยมีวาระในการดำรงตำแหน่งชัดเจน หรือการเมืองใหญ่ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองใหญ่จนเกินไป กำหนดเพดานของสมาชิกพรรคการเมืองไม่เกินกว่าครึ่งของสมาชิกทั้งหมด

เพราะฉะนั้นการลงทุนของพรรคการเมืองจึงมีขอบเขตจำกัด พรรคการเมืองขนาดใหญ่ก็จะลดขนาดลง หันไป ตั้งพรรคนอมินีแทน ยิ่งรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้มี นายกฯมาจากคนนอก ได้ด้วยแล้ว จะย้อนตำนาน หิ้วกระเป๋าเงินใบเดียวก็เป็น ส.ส.ได้ เป็น รมต.ได้ หรือเป็นนายกฯเลยก็ได้

การกำหนดจำนวน ส.ส.ไว้ 500 คน รวมกับ ส.ว.อีก 250 คน ตามกติกาของรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้การโหวตลงคะแนนในสภาต้องได้เสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง จะต้องมากกว่า 375 เสียง ถ้าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพียงพรรคเดียวและอยู่ได้อย่างมั่นใจ ก็จะต้องมี ส.ส.มาจากทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ รวมกันแล้ว ไม่น้อยกว่า 375 เสียง ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วสำหรับการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม

ที่ไม่เอาจำนวน ส.ว.สรรหาจำนวน 250 เสียง ที่จะมีวาระยาวนานถึง 5 ปีมาคำนวณด้วย เพราะที่มาของ ส.ว.สรรหาเหล่านี้ อยู่ภายใต้การทำคลอดของ คสช. เพราะฉะนั้นถ้าได้พรรคการเมืองที่ไม่เป็นมิตรกับ คสช.โอกาสที่จะบริหารบ้านเมืองอย่างราบรื่นเป็นไปได้ยาก

ขณะเดียวกัน ถ้า คสช.จะลงสนามการเมืองต่อไปอีก เพื่อต่อยอดการปฏิรูปประเทศให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ก็ต้องมั่นใจว่าจะมีเสียง ส.ส.สนับสนุน อีกไม่น้อยกว่า 150 เสียงเพื่อไปรวมกับ ส.ว.สรรหา 250 เสียง ไม่อย่างนั้นก็อยู่ลำบากเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม แม้จำนวน ส.ส.และ ส.ว.จะเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารประเทศ ในทางปฏิบัติยังมีช่องว่างอีกเยอะ เพราะการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ต่อให้หมกเม็ดเอาไว้ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญพิสดารอย่างไร ถึงเวลาเข้าโค้งสุดท้ายจริงๆ ต้องวัดดวงกันเป็นวินาที ในอดีต การเมืองลงสัตยาบันกันไม่ทันข้ามวัน ยังเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในพริบตาเดียว

เงื่อนไขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ ถ้าการตั้งรัฐบาลไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ บรรดานักการเมืองมืออาชีพก็จะต้องบวกลบคูณหารว่า ไพ่ใบไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน

ถ้าจะให้การเลือกตั้งมีปัญหาบ่อยๆ นักการเมืองคงไม่ชอบใจเพราะการเลือกตั้งแต่ละครั้งไม่ใช่แค่บาทสองบาท หรือถ้าได้รับการเลือกตั้งมาแล้วจะให้นั่งอดอยากปากแห้งเป็นฝ่ายค้านไปทั้งปีทั้งชาติก็ไม่ใช่เป้าหมายหลัก เมื่อทุกฝ่ายต้องการชิงธงในการจัดตั้งเป็นรัฐบาล

การเมืองจะถึงเวลาประจัญบานอีกรอบ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th