บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

3 สิ่งต้องเปลี่ยนก่อนสู่ยุค 4.0

วารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนเมษายน ฉบับครบรอบ 35 ปี ของนิตยสารนอกจากการประกาศผล Bank of the Year 2017 ธนาคารแห่งปี 2560 ซึ่งปีนี้ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังได้สัมภาษณ์พิเศษเชิงลึก คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของ เครือซีพี ที่ถูกมอบหมายให้เป็นผู้บริหารสูงสุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น สองธุรกิจหลักของเครือซีพี ในเรื่อง “เทคโนโลยี” ที่กำลังถูกผลักดันให้เป็น “เครื่องยนต์ใหม่” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายใต้นโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ด้วย

คุณศุภชัย ดูเหมือนจะ “อิน” กับเทคโนโลยีอนาคตเป็นอย่างมาก

คุณศุภชัย ได้ชี้ให้เห็นว่า ประเทศชั้นนำในโลก เช่น สหรัฐฯ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย ต่างมุ่งพัฒนาเรื่อง Space Technology หรือ เทคโนโลยีด้านอวกาศ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีด้านอื่นๆ เพราะการวิจัยและพัฒนาด้านพื้นฐานของเทคโนโลยีอวกาศก็คือ การทำให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในอวกาศ โจทย์นี้จะพ่วงไปสู่การวิจัยและพัฒนาด้านอื่นอีกมากมาย เช่น สุขภาพ การใช้ชีวิต ล้วนเป็นความคิดด้านสุดโต่ง ทุกอย่างมีความเป็นไปได้หมด ทำให้มนุษย์สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดในหลายเรื่อง

ที่น่าสนใจก็คือ ฝรั่งเศส มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีอวกาศเพียง 1,500 ล้านดอลลาร์ ราว 52,500 ล้านบาท แต่กลับสามารถก้าวเข้าไปอยู่ในหัวแถวของ Space Technology เมื่อเทียบกับ การลงทุนด้านการศึกษาของไทยปีละ 600,000 ล้านบาท ถือว่า Space Technology เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

คุณศุภชัย บอกว่า วิธีคิดแบบ Space Technology คือสิ่งที่ ประเทศไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้ทันที หากเราต้องการก้าวไปสู่ประเทศ 4.0 ประเทศไทยจะต้องคิดครอบคลุมทุกเรื่อง เป็นการคิดครอบจักรวาล ไม่ใช่คิดแค่ครอบโลก

ผมเห็นด้วยกับวิธีคิดของ คุณศุภชัย เพราะ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ต้องคิดถึงอนาคตล่วงหน้าหลายสิบปีเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ 5 ปี 10 ปี ทุกวันนี้การออกแบบรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เพื่อจำหน่ายในอนาคต ก็คิดกันล่วงหน้าอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป ผมเคยไปดูห้องแล็บอาร์แอนด์ดีรถยนต์และการสื่อสารในญี่ปุ่นมาแล้ว เห็นแล้วก็ได้แต่ตื่นตะลึง

แม้แต่ รถยนต์ไร้คนขับ เขาก็คิดล่วงหน้ากันมากว่ายี่สิบปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาคิดกันตอนนี้ ยิ่งเรื่อง IOT หรือ Internet of Things ที่เรากำลังเห่อกันว่าเป็นของใหม่ ซึ่งเป็นการใช้คลื่นวิทยุ RFID เก็บข้อมูลแล้วประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ ความจริงเขาใช้กันมากว่า 30 ปีแล้ว ในสหรัฐฯยุโรปเขาใช้ในเกษตรกรรมด้วยซ้ำ เช่น วัดความชื้นขององุ่นและพืชผักไปจนถึงปศุสัตว์ แต่วันนี้มีการประมวลผลในรูปของ Big Data ทำให้สามารถวิเคราะห์สิ่งต่างๆได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งพฤติกรรมของมนุษย์ในเรื่องต่างๆด้วย

เขียนแล้วเพลิน กลับมาที่บทสัมภาษณ์ คุณศุภชัย กันต่อนะครับ คุณศุภชัย บอกว่า เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ได้คาดการณ์ว่า ปี 2560 จีดีพีมาเลเซียจะเท่ากับประเทศไทย และภายในปี 2561 จีดีพีฟิลิปปินส์จะขยับขึ้นมาเท่ากับประเทศไทย ขณะที่ ค่าเฉลี่ยการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียนอยู่ที่ 4.8% แต่เศรษฐกิจไทยโตแค่ 3% ภาพนี้สะท้อนว่าประเทศไทยกลายเป็น 1 ในปัจจัยที่ถ่วงค่าเฉลี่ยการเติบโตของอาเซียนลง

การหลุดพ้นจาก “หล่มเศรษฐกิจ” นี้ ประเทศไทยจะต้องเร่งดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญ เพื่อแก้ปัญหาลึกลงถึงต้นตอ หากประเทศไทยสามารถทำได้ ไม่เพียงสามารถก้าวไปสู่ยุค 4.0 ได้ แต่จะพร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆในอนาคตได้อีกด้วย

3 เรื่องสำคัญที่ไทยต้องเร่งดำเนินการก็มี เรื่องที่ 1 การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เรื่องที่ 2 การผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Education R&D Hub เป็นแหล่งรวมของ Startup ของภูมิภาค เรื่องที่ 3 ยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรสู่ 4.0 คุณศุภชัยอธิบายเรื่องเหล่านี้ไว้ยาวมาก แสดงว่า “อิน” มากๆ แต่คงเอามาเล่าตรงนี้คงไม่ไหว

การไล่ตามเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากที่สุดก็คือ “เรื่อง การพัฒนาคน” ถ้า ระบบการศึกษาไทยไม่ได้มาตรฐาน พัฒนาคนไม่ได้ เรื่องอื่นก็คงต้องแพ้เพื่อนบ้านไปเรื่อยๆ ไม่มี “อภินิหาร” อะไรช่วยได้ แม้แต่ “อภินิหารทางกฎหมาย” ที่ไทยเก่งที่สุดก็ตาม.

“ลม เปลี่ยนทิศ”