วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขานรับรัฐธรรมนูญใหม่ กกต.จ่อเตรียมเลือกตั้ง : วันชี้ชะตาประเทศ

ทันทีที่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

องค์กรอิสระที่ถูกจับตามองที่สุด คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะต้องรีเซ็ต องค์กรให้เป็นไปตามร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเดินหน้าทำตาม “หน้าที่และอำนาจ”

อาทิ จัดให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

การเลือกสมาชิกวุฒิสภา

การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น

พร้อมควบคุมดูแลให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม

ดูแล้วตามกติกาใหม่ กกต.ย่อมมีโอกาสถูกรีเซ็ต อย่างน้อยจะต้องเพิ่ม กกต.อีก 2 คน รวมเป็น 7 คน และ กกต.ที่อยู่ในวาระปัจจุบัน 5 คน อาจจะมีบางคนที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ย่อมถูกปลดระวางก่อนครบวาระ

ในระหว่างที่สังคมรอคอยการเลือกตั้งทุกระดับที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เราไปดูความพร้อมของ กกต.กันก่อนว่ามีมากน้อยแค่ไหน โดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า กกต.ได้เตรียมปรับโครงสร้างภายในสำนักงาน กกต. โดยไม่จำแนกด้าน

จากเดิมมี 5 ด้านรองรับ กกต. 5 คน ประกอบด้วย ด้านกิจการบริหารกลาง ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ด้านกิจการบริการงานเลือกตั้ง ด้านกิจการพรรคการเมืองและออกเสียงประชามติ และด้านกิจการมีส่วนร่วม

เมื่อด้านต่างๆถูกทลายทิ้งไป การทำงานก็จะเปลี่ยนรูปแบบเป็นสำนักฯ โดยมอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต.ดูแลสำนักฯ เมื่อปรับโครงสร้างเสร็จเรียบร้อยก็จะมีระยะเวลาปรับตัวให้เข้าที่เข้าทางก่อน

จากนั้น กกต.จะถูกละลายด้านเพื่อทำงานในลักษณะบอร์ด

เฉกเช่นด้านบริการกลางก็ปรับให้รองรับการทำงานที่ไม่มีด้าน เช่น ขอให้ผู้บริหารในสำนักงาน กกต.รับผิดชอบในการทำงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดขึ้นมา มีทั้งระยะสั้น 1 ปี ระยะยาวตามยุทธศาสตร์ 20 ปีของ กกต.และตัวชี้วัดในแต่ละช่วง จะวัดเมื่อสิ้นสุดการเลือกตั้งครั้งใหม่ หรือวัดแต่ละปี หรือวัดเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับสมบูรณ์

ขณะที่ตัวชี้วัดด้านบริหารงานเลือกตั้ง เรากำลังกำหนดว่าจะต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆอย่างน้อย 11 นวัตกรรม ในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก

เช่น ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด หรือต่างประเทศ สามารถลงทะเบียนผ่านอินเตอร์เน็ต การสมัคร ส.ส.ผ่านอินเตอร์เน็ต การใช้สิทธิเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศผ่านอินเตอร์เน็ต

ส่วนตัวชี้วัดด้านมีส่วนร่วม ต้องมีเกณฑ์ให้องค์กรประชาชนเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งครบทุกจังหวัด ที่ผ่านมายิ่งจัดยิ่งน้อยลง ฉะนั้นต่อไปต้องครบทั้ง 77 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่อย่างน้อยร้อยละ 75 ของหน่วยเลือกตั้งทั้งประเทศ ยกเว้นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะมีน้อยแค่ร้อยละ 25 ของหน่วยเลือกตั้ง

ตัวชี้วัดด้านสืบสวนสอบสวน จากเดิมการทำสำนวนคดีการเลือกตั้งใช้เวลาเต็มกรอบ ใบเหลือง-ใบแดงต้องหลุดจาก กกต.ให้ได้ภายใน 1 ปี ที่ผ่านมา กกต.ชุดนี้หรือ กกต.ชุดก่อนใช้เวลาเต็มที่ 11 เดือน 28 วันก็มีแบบนี้ล่าช้าเกินไป เกิดผลเสียต่อรูปคดี เพราะคนที่มีอำนาจอิทธิพลเหนือกว่าสามารถข่มขู่พยานได้
ฉะนั้นจึงตัดตอนจาก 1 ปีให้เหลือเพียง 6 เดือน

ด้านบริการกลาง มีตัวชี้วัดในด้านความโปร่งใส มีคุณธรรม เพื่อให้เป็นแบบอย่างขององค์กรต่างๆ โดยตั้งเป้าดุเดือดมาก พนักงานทำผิดทุจริตต่อหน้าที่ต้องเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ในแต่ละปี การตั้งเป้าหมายไว้เพื่อบีบบังคับตัวเองให้ทำให้ได้ และยังจะมีแนวทางปฏิบัติต่อพนักงานของเรา ซึ่งจะประกาศใช้ภายในเดือน พ.ค.60นี้

เช่น ห้ามเรี่ยไรเงินเลี้ยงคนที่ไปตรวจราชการ มอบของขวัญที่มีมูลค่าสูง การใช้ตำแหน่งหาประโยชน์ การสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาให้มาดูแล กกต.ตัวชี้วัดมากมาย ตอนนี้การทำงานเกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทำให้การทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้นและไม่ต้องไปแยกเป็นด้านของใครของมัน

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า กกต.ปรับโครงสร้างขนาดใหญ่เพื่อรองรับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายสมชัย บอกว่า หลายคนมักตั้งคำถามว่า กกต.ทำอะไรเมื่อไม่มีการเลือกตั้ง เป็นวาทะแห่งปีเลย

ขอบอกว่า กกต.ชุดนี้ใช้เวลาที่มีอยู่จัดเตรียมการเลือกตั้ง

พร้อมดูปัญหาต่างๆทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งการทุจริต ซื้อเสียง การทำงานที่ประชาชนไม่มี ส่วนร่วม เพื่อตอบโจทย์ทุกเรื่องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นต้องสุจริต เที่ยงธรรม ที่ผ่านมาพยายามทำสิ่งนี้จริงจังแค่ไหน เราติดบ่วงการจัดเลือกตั้งให้เสร็จ เลยทำเรื่องนี้น้อย

จึงเตรียมพนักงานที่พร้อมทำงานในพื้นที่ มีกระบวนการสืบสวนสอบสวนใหม่ สำนวนระดับจังหวัดต้องเสร็จภายใน 2 เดือนหลังเลือกตั้ง ใช้แอพพลิเคชั่นตาสับปะรด ช่วยสอดส่องการเลือกตั้งสุจริต มีองค์กรเอกชนหาข่าวก่อนการเลือกตั้งช่วยจับหาคนกระทำผิด

การเลือกตั้งต้องมีคุณภาพ แม้ทำยากที่สุด เพราะต้องทำให้ประชาชนได้ล่วงรู้ถึงการตัดสินใจ การคิดไตร่ตรองของตนเองเป็นทางออกของสังคม เพื่อให้ได้พรรคการเมืองที่มีคุณภาพมาปกครองบ้านเมือง ตรงนี้เป็นบทบาทของ กกต.ที่จะมีกลไกและการสื่อสารให้ถึงประชาชน

การเลือกตั้งคราวนี้ไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จ แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับความสะดวกที่สุด ออกมาใช้สิทธิมากที่สุด เช่น การเลือกตั้งล่วงหน้าคราวนี้จะใช้ทั้ง 350 หน่วย ใช้สมาร์ทการ์ดที่เป็นบัตรประชาชนรุ่นใหม่แสดงตน ลงคะแนนหน่วยไหนก็ได้

จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ไม่มีการเลือกตั้ง กกต.ทำงานตลอด

โดยเตรียมการรับมือการเลือกตั้งอย่างหนักหน่วงทั้งระดับท้องถิ่นที่ กกต.เป็นฝ่ายกำกับ และระดับชาติ ที่ได้สร้างกลไกการทำงานให้มีประสิทธิภาพ หามาตรการป้องกันทุจริตที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มาตรการป้องกันปิดหน่วยเลือกตั้ง

และตามยุทธศาสตร์ 20 ปี ได้วางไว้ถึงขั้น กกต.สามารถจัดการเลือกตั้งทุกอย่างภายในวันเดียว ทั้งการเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว.-เลือกตั้งท้องถิ่นในระดับต่าง-คำถามประชามติกี่ข้อก็ได้

กกต.ชุดใหม่เข้ามาจะสานต่อได้อย่างไร นายสมชัย บอกว่า ถ้ายังมี กกต.คนเดิมอยู่เชื่อว่าจะสานต่อได้ เพราะมีประสบการณ์ รู้ธรรมชาติ วัฒนธรรมภายในและสไตล์การทำงานขององค์กร

แต่ถ้าเปลี่ยน กกต.ใหม่ทั้ง 7 คนจะได้ความสดใส แต่ต้องใช้เวลาศึกษางาน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมือง

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ในฐานะอยู่กับการเลือกตั้งมานาน มีมุมมองการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยได้ขนาดไหน นายสมชัย บอกว่าอย่าผลักภาระให้ กกต.ฝ่ายเดียว ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกัน

เริ่มต้นจากรัฐบาลต้องยอมรับกติกา

ที่ผ่านมารัฐบาลเกือบทุกยุคมักอาศัยกติกาและใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายตัวเอง เมื่อ กกต. ต้องไปสู้รบปรบมือก็กลายเป็นว่าคู่ขัดแย้ง

องคาพยพหน่วยงานต่างๆ พลังทาง สังคม สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ต้องร่วมมือกับ กกต. ไม่เลือกฝ่ายเลือกข้าง และมีเป้าหมายสุดท้ายได้รัฐบาลที่ดีมาปกครองบ้านเมือง ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม จะทำให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ที่สำคัญอย่ามองว่าการเลือกตั้งแค่ออกไปใช้สิทธิแล้วจบ ขอให้มองว่าเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง สิทธิ 1 เสียงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีหรือไม่ ต้องมองไปที่ผู้ใช้สิทธิการเลือกตั้งด้วย

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า เมื่อกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศใช้ กกต.ก็พร้อมที่จะจัดการเลือกตั้ง นายสมชัย บอกว่า กกต.สามารถจัดการเลือกตั้งหลังจาก 3 เดือนหลังจากมีกฤษฎีกาการเลือกตั้ง

สังคมอาจจะเข้าใจแตกต่างกับ กกต. ตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าหลังกฎหมายลูก 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศใช้ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 5 เดือน

หากไปยึดเต็มแม็ก 5 เดือน ประกาศผลอีกภายใน 2 เดือนเป็น 7 เดือน

อาจจะมีมือดีไปร้องศาลรัฐธรรมนูญว่า กกต.ทำผิดรัฐธรรมนูญ

ฉะนั้น กกต.เห็นว่าจะจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

รวมประกาศผลอีก 2 เดือนเพื่อประกาศผล และพิจารณา ใบเหลือง-ใบแดง

ทั้งหมด กกต.เตรียมจัดการเลือกตั้งให้เสร็จ-สะดวก-เที่ยงธรรม

และยังต้องการให้เป็นทางออกแก่บ้านเมือง.

ทีมการเมือง