วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ว่าด้วย...เยาวชน

โดย บี บางปะกง

เรียนคุณบี บางปะกง ที่เคารพ

ในยามนี้ผมเชื่อว่าคนไทยอยากเห็นทีมฟุตบอลชาติไทยของเราสามารถก้าวไปต่อกรกับทีมชาติชุดใหญ่ของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฯลฯ ได้อย่างสูสี ไม่ใช่แพ้หลุดลุ่ยย่อย ยับทั้งในบ้านเราและในบ้านเขา

สิ่งที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้ หากท่านนายกสมาคมฟุตบอลและฝ่ายประธานพัฒนาเทคนิคพร้อมทีมงานเริ่มต้นทำกันอย่างจริงใจไม่ต้องรีรอ น่าจะไม่มีวันสายครับ

สถานศึกษาสร้างฟุตบอลทีมชาติไทย (Football Academy for Thailand หรือ FAT)

1.ให้สมาคมฟุตบอลเปิดรับสมัครเด็กตั้งแต่อายุ 7 ปี ไม่จำกัดน้ำหนักและส่วนสูง เพราะเด็กวัยนี้ยังไม่มีใครคาดหมายการเติบโตของร่างกายพวกเขาได้ แต่ต้องมีทักษะการเล่นฟุตบอลที่คณะกรรมการผู้คัดเลือกเห็นแววว่าเล่นฟุตบอลได้เก่งหรือโดดเด่นเป็นพิเศษ จำนวน 200 คน

โครงการนี้มีเป้าหมายชัดเจนคือ สร้างทีมฟุตบอลชาติไทยชุดใหญ่รวม 2 ทีม ทีมละ 22 คน มีระยะเวลาสร้างทีมฟุตบอลชาติไทยชุดใหญ่ประมาณ 15 ปี คือ จนเด็กเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ 22 ปี

2.เด็กที่ผ่านเข้าสู่โครงการหรือสถานศึกษานี้ จะต้องเรียนหนังสือเพื่อให้อ่านออกเขียนได้วันละ 3 ชั่วโมง ที่เหลืออีก 7 ชั่วโมงต่อวัน เด็กจะฝึกซ้อมเพื่อให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นสำคัญที่สุด เรียนและฝึกซ้อมทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์

3.เมื่อเด็กอายุได้ 17 ปี หากเด็กคนใดมีส่วนสูงไม่ถึง 180 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัว 80 กิโลกรัมเป็นอย่างน้อยแล้ว เด็กนั้นจะต้องถูกคัดออกโดยไม่คำนึงถึงความสามารถ

4.เมื่ออยู่ในทีมฟุตบอลชาติไทยชุดใหญ่ จะเริ่มต้นได้รับเงินเดือนเท่ากับนักฟุตบอลอาชีพ

5.การหาเงินสนับสนุนจะมีจากทุกภาคส่วน รวมถึงเงินจากกรณีมีทีมสโมสรอาชีพขอซื้อตัว นักฟุตบอลจากโครงการนี้และต้องแบ่งเงินค่าตัวให้นักฟุตบอลนั้นด้วย สมาคมฯต้องซื่อสัตย์สุจริต

ด้วยเนื้อที่มีจำกัด แต่เชื่อว่าคงพอขยายความกันเองได้ว่ามันดีกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่า?

“มร.ซอคเกอร์”

ooooooo

ทุกครั้งที่เวลาทีมฟุตบอลชุดใหญ่ พลาดหวังจากการได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ก็จะมีคำพูดบอกต่อๆกันเสมอๆว่า “ต้องเน้นที่เยาวชน”

แต่พอเวลาเนิ่นนานไป ก็ลืมเยาวชน ไปเน้นกันที่ทีมชาติชุดใหญ่เหมือนเดิม

คำว่า “ต้องเน้นที่เยาวชน” ต้องเน้นยังไง ที่เป็นรูปธรรมที่สุด ต้องฝึกกันตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ฝึกที่ไหน ฝึกอย่างไร ฝึกกับใคร มันต้องชัดเจนซะก่อน ตรงจุดนี้ใครจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตเยาวชนไทยของเราได้อย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง

หลายคนคงจำเด็กวัย 7 ขวบ ชื่อ น้องพี จอมตะบันคาน อัจฉริยะพันธุ์จิ๋ว ที่ออกในรายการซุปเปอร์เทน เมื่อต้นเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา ถึงกับทึ่ง อึ้ง กันทั้งสตูดิโอ ที่สามารถเตะชนคานแบบสั่งได้ เตะชนคานติดต่อกัน 3-4 ครั้ง อย่างแม่นยำอย่างตั้งใจเตะจริงๆ ได้รับคำชื่นชมเข้าชมกันทางยูทูบกว่า 10 ล้านวิว ภายใน 1 สัปดาห์ นั่นคือ ต้องฝึกฝนอย่างหนัก อย่างเอาจริงเอาจัง ถึงจะทำได้

สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเยาวชนไทยของเรา มีความสามารถมากๆในวัยเยาว์เหนือกว่าหลายๆ

ประเทศมีกันอยู่อย่างมากมาย แต่ระยะที่เขาเติบโตขึ้นมา มักจะหลุดหายออกจากวงจรฟุตบอลไปกันหมด หลงเหลือมาก็น้อยเต็มที เพราะไม่ได้สานต่อจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอดเส้นทางที่เด็กเดินไป

ขณะนี้ น้องพียังคงฝึกซ้อมที่สถาบันสอนฟุตบอลอินเตอร์ ไทยแลนด์ ที่มีผม อ.สมบัติ ลี-กำเนิดไทย อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย คอยดูแล ปลุกปั้นต่อไป

แต่สิ่งที่น้องพีจะแตกต่างจากเด็กที่เก่งๆในวัยเยาว์แต่ไปไม่ถึงไหนเหมือนสมัยก่อน ก็คือ น้องพี ได้รับการเอ็นดู จากรองประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา สานฝันน้องพี สู่นักเตะอาชีพ โดยนำตัวน้องพีไปฝึกซ้อมกับอะคาเดมี่ของสโมสรฯจนโต เพื่อต่อยอดในการเล่นฟุตบอลอาชีพต่อๆไปในเร็วๆนี้

หากองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถทำได้แบบที่ทางคุณอัยยวัฒน์กำลังทำอยู่นี้ เชื่อมั่นได้ว่า ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยของเรา คงไม่ต้องรอ รอ รอ

สำหรับการเดินทางไปเล่นฟุตบอลโลก อีกต่อไป....นะ

สมบัติ ลีกำเนิดไทย

ผู้อำนวยการสถาบันสอนฟุตบอลอินเตอร์ ไทยแลนด์.

บี บางปะกง