บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลิฟท์ ไม่ชอบให้จิก! หญิง จุก! เจอกิ๊กเรียก 'ผัวขา' ต่อหน้า

ถ้าย้อนกลับไปในวงการเพลงของยุค 90 นักร้องดูโอ้ที่ดังที่สุดในยุคนั้น คงหนีไม่พ้น ลิฟท์-ออย ซึ่งคงไม่ต้องบรรยายถึงจำนวนแฟนคลับ เรียกได้ว่าสาวน้อยสาวใหญ่ต่างก็ชื่นชอบ 2 หนุ่มดูโอ้คู่นี้กันครึ่งค่อนประเทศ

วันนี้รายการ คลับฟรายเดย์โชว์ ช่อง 25 พูดคุยอัพเดตชีวิตของหนุ่มลิฟท์ จนถึงรักครั้งปัจจุบันว่า ความรักของเค้านั้นเป็นอย่างไร และผ่านเรื่องราวอะไรกันมาบ้าง โดยเค้าพาภรรยามาเปิดใจเรื่องความรักจากปากของทั้งคู่ กับ ลิฟท์ สุพจน์ และ หญิง นราวัลย์ จันทร์เจริญ

ลิฟท์ เปิดใจว่าย้อนกลับไปสมัยหนุ่มๆ ตนเจ้าชู้ เพราะตอนที่ออกทัวร์คอนเสิร์ต จะมีผู้หญิงตามตลอด ตามถึงขั้นมาเปิดโรงแรมห้องข้างๆ มาเคาะหน้าประตูห้องก็เคยมี ลิฟท์บอกแม้จะเป็นคนเจ้าชู้แต่ก็คบที่ละคน นอกนั้นเป็นแค่เพื่อนคุย บอกตนไม่เคยมีแฟนที่คบเกิน 4 ปี เนื่องจากตนทำงานในวงการ และเป็นคนชอบคนง่าย เห็นใครสวยก็รู้สึกชอบ 

จนได้มาเจอหญิงที่ดอยปุย และรู้สึกประทับใจที่หญิงมาเที่ยวกับครอบครัว พอลงมาจากดอยก็ได้มาเจอกันที่ร้านอาหาร และรู้สึกปิ๊งหญิงตั้งแต่ตอนนั้น ขอเบอร์หญิงจากเพื่อน ส่งข้อความไปหาจนอีกฝ่ายส่งข้อความกลับมา และตนกำลังโสด รับเห็นหญิงก็รู้สึกชอบเพราะสวยและดูมีหน้าอก

ด้านหญิงเผยต่อว่าในช่วงที่ได้เจอลิฟท์ที่ดอยปุย ตนยังไม่ได้สนใจอีกฝ่าย และตอนนั้นความสัมพันธ์กับแฟนเก่าเหมือนจะไปไม่รอด และมีความคิดว่าจะไม่คบกับคนในวงการอีก คบคนหล่อก็แล้ว คบคนไม่หล่อก็แล้ว ยังเจ้าชู้อีก ก็เลยไม่ได้สนใจอีกฝ่ายเท่าไร จนอีกฝ่ายส่งข้อความมาหาจึงรู้ว่าน่าจะมีใจให้ตน 

ลิฟท์เล่าต่อว่าหลังจากที่เริ่มคบกันไปสักพัก ความเป็นตัวของตัวเองเริ่มออกมา เวลาทะเลาะกัน อีกฝ่ายเป็นคนใจร้อนมักจะขอเคลียร์ให้รู้เรื่อง แต่ตนหากทะเลาะกันรุนแรง จะไม่ยอมคุยต่อ

เมื่อเจอแบบนี้จึงทำให้เริ่มเบื่อและอยากจะห่างอีกฝ่าย ความเจ้าชู้ในตัวก็กำเริบเพราะรู้สึกว่าเบื่อหน่ายกับความสัมพันธ์ เลยแอบไปมีกิ๊กอยู่ที่เชียงใหม่

ส่วนหญิงก็รู้สึกว่าตนเปลี่ยนไปเพราะเวลาที่หญิงพูดอะไรก็ไม่เข้าหูตนไปหมด แม้จะมีคนอื่นแต่ตอนนั้นตนยังไม่คิดจะเลิกคบกับหญิงแต่อย่างใด แค่อยากให้อีกฝ่ายปรับปรุงตัว

จากนั้นหญิงเผยต่อว่าหลังจากที่จับได้เรื่องลิฟท์มีคนอื่น ตนก็เริ่มระแวงลิฟท์มากขึ้น เลยไปปรึกษาเพื่อนที่มีแฟนเจ้าชู้ เพื่อนบอกว่าไม่จำเป็นต้องฉลาดไปทุกเรื่อง ให้ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เงียบๆ ไป ตนเลยลองทำดู

ช่วงที่ต้องคอยตามลิฟท์บอกตนมีสภาพที่โทรมมาก ตัวผอม ดำ ไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนั้น แต่พอเห็นลิฟท์มาในสภาพที่หล่อ ขาว อ้วน ก็เริ่มคิดได้เลยกลับมาใช้ชีวิตปกติ เที่ยว ช็อปปิ้งกับเพื่อน ชีวิตกลับมามีความสุขอีกครั้ง

ส่วนลิฟท์พอเห็นสภาพหญิงในตอนนั้นไม่ได้รู้สึกสงสารอีกฝ่าย รู้สึกว่าทำไมอีกฝ่ายไม่รักตัวเอง แล้วจะให้ตนมารักได้อย่างไร จากนั้น หญิง เปลี่ยนมุมคิด ก็ไม่เคยโทรตามลิฟท์เหมือนเมื่อก่อน จน ลิฟท์ รู้สึกมีความสุขที่อีกฝ่ายไม่โทรตาม

แต่เวลาผ่านไป 2 อาทิตย์ เริ่มรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายหายไป ต้องเป็นฝ่ายโทรหาหญิงเอง จนกลายเป็นคนที่วิ่งตามแทน หลังจากนั้นเริ่มคุยกันรู้เรื่อง เริ่มไม่ใช้อารมณ์คุยกัน จึงทำให้ความสัมพันธ์ค่อยๆ ดีขึ้น

แต่มันเริ่มมีจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อพาหญิงไปเที่ยวที่เชียงใหม่ และบังเอิญเจอน้องคนที่เคยคุยที่เชียงใหม่ มาสะกิดข้างหลังพอตนหันไปเห็นก็ตกใจมาก และหญิงก็อยู่ตรงนั้นด้วย อีกฝ่ายพยายามเรียกลิฟท์ว่าผัวขา เป็นยังไงบ้างคะ พยายามพูดให้หญิงได้ยิน จนหญิงทนไม่ไหวต้องบอกผมให้บอกน้องคนนั้นให้เลิกมายุ่ง

ซึ่งบรรยากาศตอนนั้นมาคุมากก็เลยมอมเหล้าตัวเอง จนร้านจะปิดก็เลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้หญิงเช็กบิลและไปรอที่รถ และอีกฝ่ายได้ฝากข้อความมาบอกตนว่าลาก่อน ซึ่งในตอนนั้นตนคิดว่ากลับบ้านจะต้องทะเลาะกันแน่ แต่อีกฝ่ายกลับไม่พูดเรื่องนี้เลย และบอกให้ตนเลือกเอาเอง จึงทำให้ตนรู้สึกผิด และคิดได้ว่าหญิงพร้อมจะให้อภัยตนได้หากในอนาคตเรามีเรื่องผิดพลาดขึ้นอีก

เผย ลิฟท์ เป็นฝ่ายขอหญิงแต่งงาน เพราะมันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกหลายๆ เรื่อง จนตนเริ่มรู้สึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนให้อภัยตน และเป็นคนใจกว้าง ก็เลยตัดสินใจแต่งงาน

ส่วนหญิงเผยว่าหลังจากที่แต่งงานแล้วลิฟท์ก็ยังมีเล็กๆ น้อยๆ บ้าง แต่ตนรู้แล้วว่าจะรับมืออย่างไร แค่อีกฝ่ายรับโทรศัพท์ก็รู้แล้วว่าสายนี้มีอะไรไม่ปกติ

เผยเรื่องที่ตนยอมให้ลิฟท์ซื้อกิน เพราะยอมรับว่าตนไม่มีเวลาดูแลอีกฝ่ายเหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากมีลูกที่ต้องดูแล และมองว่าการซื้อกินมันเป็นแค่ครั้งคราว แต่ถ้าหากยอมให้มีกิ๊กเรื่องมันยาว หากมีลูกก็จะมีอะไรหลายๆ อย่างตามมาอีก รายละเอียดมันเยอะกว่า และตนก็เข้าใจในความเป็นผู้ชายย่อมมีความต้องการในเรื่องนั้นตลอด ซึ่งลิฟท์บอกต่อว่ายิ่งหญิงเปิดโอกาสให้ตนมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจมากเท่านั้น

เผยเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหญิงและลิฟท์เคยเกือบเลิกกัน เนื่องจากตอนนั้นหญิงงานเริ่มลด และเริ่มเครียด รายได้ที่หามาได้น้อยลง และตนก็ไม่กล้าขอเงินใช้เนื่องจากเห็นว่าลิฟท์ทำงานเหนื่อยและต้องดูแลครอบครัว ยิ่งทำให้เครียด จึงทำให้ตนรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ซัพพอร์ต แต่หลังจากที่คุยกันทุกอย่างก็โอเค

หญิง เปิดใจปิดท้ายว่า 11 ปีที่ใช้ชีวิตคู่ ประทับใจในความเสมอต้นเสมอปลายของลิฟท์ และอีกฝ่ายเป็นคนรักครอบครัวมาก จากที่คุณแม่ไม่เคยยอมรับในตัวลิฟท์ จนตอนนี้คุณแม่รักลิฟท์มาก ส่วนลิฟท์ประทับใจในความให้อภัย และความเข้าใจที่หญิงมีต่อตน.