วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เฮเลน’ ที่ปรึกษาความงาม โร่พบ ตร.ปัดร่วม ‘ซินแสโชกุน’ ตุ๋นทัวร์เจแปน

“เฮเลน ศรีเทพ” นักจัดรายการทีวี ที่ปรึกษาเรื่องสุขภาพความงาม เข้าให้การตำรวจกองปราบ ยันความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง “ซินแสโชกุน” หลังมีภาพปรากฏบนโปสเตอร์โปรโมตทริปเที่ยวโอซาก้า...

เมื่อช่วงบ่าย วันนี้ 15 เม.ย. 60 ที่กองปราบปราม พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้สอบปากคำเฮเลน หรือ ชุติมนฑ์ ศรีเทพ อายุ 57 ปี นักจัดรายการทีวีช่องหนึ่ง และเป็นที่ปรึกษาเรื่องสุขภาพและความงาม หลังเดินทางเข้าให้การกับตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลากิจ หรือ ซินแสโชกุน หลังจากที่มีภาพโปสเตอร์โปรโมตทริปท่องเที่ยวเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นทริปที่จัดขึ้นของซินแสโชกุน

น.ส.ชุติมณฑ์ ศรีเทพ หรือ เฮเลน อายุ 57 ปี กล่าวว่า ตนและซินแสโชกุนรู้จักกันผ่านเพื่อน เมื่อต้นเดือนมีนาคม 60 ที่ผ่านมา ครั้งแรกที่เจอกันซินแสโชกุนอาสาดูดวงให้ตน โดยใช้ไพ่ที่ทำขึ้นมาเอง เมื่อตนสังเกตพบว่าภาษาอังกฤษที่ปรากฏในสำรับไพ่ถูกหลักไวยากรณ์มาก จึงถามว่าใครเป็นคนสอนภาษาอังกฤษ ซินแสโชกุนระบุว่าตนมีบริษัทชื่อ อลิเซียน เป็นบริษัทจำหน่ายอาหารเสริม และมีนายทุนอยู่ที่ฮ่องกง

พร้อมชักชวนตนให้ร่วมโครงการขายอาหารเสริมดังกล่าว ซึ่งมีโปรโมชั่นว่าหากซื้อผลิตภัณฑ์จะได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยจ่ายเงินเพียง 13,130 บาท และจะให้เหมาลำเครื่องบินเฉพาะส่วนของตนไป 150 ที่นั่ง ตนเห็นว่าดูน่าเชื่อถือเพราะเป็นบริษัทใหญ่ มีนายทุนอยู่ต่างประเทศ จึงตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน และทำโปสเตอร์โปรโมตเองทั้งหมด ใช้ชื่อว่า “หลบเมืองร้อนไปทริปสุขภาพดี ที่..โอซาก้า” ซึ่งโปสเตอร์ดังกล่าวนั้นจะถูกส่งแค่เฉพาะกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ของเพื่อนตนเท่านั้น จากนั้นเพื่อนๆ ที่เป็นทั้งเซเลบ และบุคคลมีชื่อเสียงหลายคนสนใจและโอนเงินให้จนครบทุกคน เนื่องจากเห็นว่าราคาถูก ขณะเดียวกัน นางประนอม พลานุสนธิ์ หรือ แมว ซึ่งอ้างว่าเป็นเลขาของซินแสโชกุนได้พยายามโทรศัพท์ทวงเงินจากตน ซึ่งตนยืนยันว่าได้เงินจากเพื่อนๆ มาครบแล้ว แต่ทั้งนี้ตนยังไม่แน่ใจ จึงโอนให้ไปเพียง 11 ราย

น.ส.ชุติมณฑ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นคนในสมาคมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทรศัพท์มาสอบถาม พร้อมให้ข้อมูลว่าการจัดทริปที่มีคนจำนวนมากขนาดนี้จะต้องมีบริษัททัวร์รองรับ จากการตรวจสอบไม่พบบริษัททัวร์ใดทราบเรื่องดังกล่าว ประกอบกับสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ได้ติดต่อมายังตนพร้อมระบุว่าในวันที่ 11-16 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ซินแสโชกุนจัดทริปนั้น ไม่มีการจองไฟลต์บินแต่อย่างใด

ทั้งนี้ยอมรับว่าเริ่มรู้สึกเอะใจ เนื่องจากใกล้วันเดินทาง แต่ฝ่ายซินแสโชกุนกลับไม่เคยให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางมาเลย กระทั่งวันที่ 18 มีนาคม ตนได้ไปร่วมกิจกรรมล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ ถนนโยธา แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ เป็นการพบปะของกลุ่มนายทุน ทำให้ตนได้พบกับซินแสโชกุนและนางประนอม อีกครั้ง ตนพยายามทวงถามรายละเอียด ไฟลต์บิน ที่นั่ง และสถานที่ เกี่ยวกับทริปที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น แต่ซินแสโชกุนพยายามบ่ายเบี่ยง ตอบเพียงว่า ทริปนี้เกิดขึ้นแน่นอน ไม่เบี้ยว แต่ไม่ยอมให้รายละเอียด อ้างว่ายังอยู่ระหว่างดำเนินการ ก่อนที่จะเดินหนีไป

จากนั้นตนจึงได้เจอหญิงสาวชาวฮ่องกง จึงพยายามสอบถามว่าเป็นนายทุนหรือไม่ และขอรายละเอียดเกี่ยวกับทริปดังกล่าว แต่หญิงคนดังกล่าวกลับไม่ให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นชื่อ หรือเบอร์โทรศัพท์ ก่อนที่ซินแสโชกุนจะให้ชาย 2 คน ลักษณะเป็นบอดี้การ์ดมานำตัวหญิงชาวฮ่องกงไปทันที ถึงตอนนี้ตนยอมรับว่าเริ่มรู้สึกว่ากลุ่มซินแสโชกุนมีพิรุธ จึงตะโกนขู่ไปว่า “ฉันน่ะของจริงนะ” หลังจากนั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ นางประนอม เลขาซินแสโชกุนได้โอนเงินค่าเดินทางของเพื่อนตนทั้ง 11 คนคืนมาให้ทั้งหมด และตนก็ได้ไปบอกกับเพื่อนๆ ว่าทริปดังกล่าวเกิดปัญหา ก่อนจะโอนเงินคืนเพื่อนๆ ที่เหลือทุกคน จากนั้นได้มีกลุ่มบุคคลอื่นนำภาพโปสเตอร์ทริปท่องเที่ยวที่ตนทำขึ้นไปโปรโมตอีก ตนจึงได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.โชคชัย และ วังทองหลาง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการจัดทริปทัวร์ไปเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ของซินแสโชกุนแต่อย่างไร

“การมาในวันนี้เป็นการให้ข้อมูลกับตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่ได้รู้เห็นกับการกระทำความผิด เป็นการให้ปากคำในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้เสียหาย เนื่องจากตนและเพื่อนๆ โชคดีที่ไหวตัวทัน และได้รับเงินคืนครบทุกบาท” น.ส.ชุติมณฑ์ กล่าวทิ้งท้าย