บริการข่าวไทยรัฐ

'ลาล่า อาร์สยาม' ไม่แคร์หากชาตินี้ขึ้นคาน ขอชีวิตมีความสุขเพื่อครอบครัว!!

รู้จักกันมานาน แต่ ลาล่า อาร์สยาม หรือ ขวัญนภา เรืองศรี เพิ่งจะมาเป็นข่าวกิ๊กกั๊กกับ อ้น-สราวุธ พุทธาร มาตรทอง ก็ตอนเล่นละคร “เงาเสน่หา” ช่อง 8 ถึงแม้หนุ่มอ้นจะออกมาเคลียร์ความสัมพันธ์ว่าเป็นเพียงพี่น้อง แต่ดูท่ากระแสนี้จะไม่จางหายไปง่ายๆ เพราะสาวลาล่า ไปงาน หรือทัวร์คอนเสิร์ตที่ไหน แฟนๆ เป็นต้องถามหาหนุ่มอ้นตล้อดตลอดเวลา ด้านความรัก สาวลาล่าก็ไม่แคร์หากชาตินี้ต้องโสด โหนคานทอง “บันเทิงไทยรัฐ” เปลือยใจสาวอารมณ์ดีคิดบวกอย่างลาล่า มาฝากแฟนๆ โดยเริ่มจาก...งาน

เล่นละครเป็นยังไง เงาเสน่หา “เงาเสน่หา เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สนุกมาก เรื่องนี้พี่โด่ง-องอาจ กำกับเอง เขียนบทเอง คุมเองทุกอย่าง เค้าอยากให้เราฉีกภาพการแสดงกับการเป็นนักร้องออกแบบให้ชัดเจน เล่นละครต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เลยจะยากเรื่องการคุมโทนเสียง ไม่อยากให้แว้ดๆ เหมือนตอนเล่นคอนเสิร์ต จะคุมให้การเป็นเพื่อนนางเอก คือ มัทรี มีความฮา ตลกได้ แต่ต้องไม่แว้ดๆ ก็ยากขึ้นมาอีกหนึ่งสเตป”

มีบทบาทไหนที่อยากเล่นอีก นอกจากตลก “ที่อยากเล่นมากคือ ดราม่าหนักๆ เราอยากให้คนที่ดู ลาล่า ลูลู่ ไม่ได้เห็นแค่ว่าเราฮาได้อย่างเดียว เราอยากรู้ว่าเราจะทำได้ไหม คนดูอิน เชื่อไปกับเราแค่ไหน ซึ่งบางบทที่เราเล่นมา ก็มีเศร้าๆบ้าง เราก็ยังแอบขำตัวเองว่าจะฟูมฟายอะไรขนาดนั้น”

ร้องไห้ง่ายมั้ย “ยากมากค่ะ ตอนอกหักยังขำตัวเองเลย (หัวเราะ) เป็นคนร้องไห้ยาก แต่อยากรู้ว่าถ้าต้องสวมบทบาทดราม่า เราจะทำได้มั้ย”

พอร่วมงานกับอ้น สราวุธ เคยมีข่าวแอบกิ๊กกันจนบางคนมองเราสร้างกระแส รู้สึกยังไงบ้าง “มันก็ตลกดี เรารู้จักกับพี่อ้นมาหลายปีแล้ว ไม่คิดว่าด้วยคำพูดที่พี่อ้นโพสต์ลงไอจี จะเป็นข่าวขึ้นมาได้ จนปัจจุบันนี้คนก็ยังเชื่ออยู่ว่าเราเป็นแฟนกัน (หัวเราะ) บางทีเราเอาเรื่องพวกนี้ไปใช้เป็นมุกบนเวที คนก็ยังขำ แม้กระทั่งพี่อ้นเอง ไปเจอแฟนๆ ก็ถามว่าลาล่าไม่มาด้วยเหรอ ซึ่งเราก็โดนถาม แฟนไม่มาเหรอ คือ เค้าหมายถึงพี่อ้น เค้าอินไปกับข่าวมาก จนบางทีเรากับพี่อ้นไม่กล้าจะใกล้กันแล้ว ทุกวันนี้ก็เกรงใจพี่เค้าด้วย” เจอกัน กล้าเล่นกันมั้ย “เล่นขำกันปกติ บางทีเล่นมากกว่าเดิมอีก หลายๆคนก็เชียร์ ถ้าอยากให้เป็นจริง ก็เชียร์เข้ามาอีกค่ะ (หัวเราะ)” นั่นๆ เดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีกหรอก คริๆ

ดูเหมือนช่วงหลังๆ จะเน้นละครมากกว่างานเพลง “ไม่หรอกค่ะ เป็นเรื่องของจังหวะมากกว่า ทุกวันนี้ที่ถ่ายละคร บางทีเสร็จเราก็มีงานทัวร์คอนเสิร์ตต่อ แต่อาจจะไม่ได้เห็นทางสื่อมากกว่า ซึ่งคิวเฉลี่ยกันแล้วเท่าๆกัน ซึ่งคนถามเยอะไม่ร้องเพลงแล้วเหรอ? แต่จริงๆ เราร้องแทบทุกวัน”

ซิงเกิลใหม่ เป็นไงบ้าง “เพลง โศก สาด สาด กระแสตอบรับดีมาก น่ารักมาก เป็นการประยุกต์ดนตรีแนวอีดีเอ็ม แล้วก็มีกลิ่นอายของหมอลำ ดนตรีอีสานเข้ามาผสม ฟังแซ่บไปอีกแบบ คือเพลงนี้เราลงทุนเอง ควบคุมเองทั้งเพลง เสื้อผ้า คอนเซปต์ ท่าเต้น ที่สำคัญ การเงิน (หัวเราะ) ทำให้เราภูมิใจกับเพลงนี้ ซึ่งวันแรกที่ปล่อยออกมา ยอดวิวในยูทูบ มันไปเร็วจนเราดีใจ ก็อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้กับอีกหนึ่งงานเพลงที่เราทุ่มเท ซึ่งคิวงานตอนนี้ ก็มาเรื่อยๆ ช่วงเดือนเมษายนนี่แน่นมาก”

จากวันที่เป็นโปงลางสะออน มาวันนี้มีแค่ลาล่า ลูลู่ กระแสมันค่อนข้างแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน “ต่างกันค่ะ หลายๆคนก็คิดถึง อยากให้เรากลับไปเป็นโปงลางอีก ณ วันนี้ ต่างคนก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว มันเหมือนเราเรียนหนังสือ จากอนุบาล ไปประถม มัธยม จนมหาวิทยาลัย ทุกคนต้องเลือกสาย สาขาที่ตัวเองชอบ วันนี้เราเลือกแล้วว่า เราต้องโตขึ้น ดูแลตัวเอง ถ้ายังอยู่กับพี่อี๊ด พี่อี๊ดก็จะต้องคอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ เราก็จะไม่รู้จักโต วันนี้เรารู้จักการดูแลตัวเอง เราก็ยังคุยกับพี่อี๊ด เรายังช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้เสมอ ตัวพี่อี๊ดเอง ก็บอกว่าถ้ามีเรื่องเดือดร้อนอะไรให้พี่ช่วยก็บอกมาได้ นั่นคือสิ่งที่เราภูมิใจในคำพูดของพี่เรา ถ้าวันหนึ่งเราล้ม พี่เรายังอยู่ข้างๆ คอยซัพพอร์ตเรา ไม่ได้ทิ้งกันไปไหน”

มีโอกาสกลับมารวมกันมั้ย “ถ้ามีโอกาส หรือมีโปรเจกต์เจ๋งๆ ก็อาจจะกลับมารวมกันได้ ก็ต้องรอติดตาม ถ้ามีจริงๆ เราอยากให้มันเซอร์ไพรส์ แบบคนคาดไม่ถึง ไม่อยากให้เห็นในรูปแบบเดิมๆ มันจะเกิดความกดดัน ทั้งพี่อี๊ด ลาล่า ลูลู่ และทุกคน อยากทำให้มันเจ๋งสุด ดีสุด เหมือนตอนที่เราเปิดวงโปงลางสะออนครั้งแรก ไม่อยากให้คนดูแล้วเดาทางถูก”

ความภาคภูมิใจที่ได้ทำให้ครอบครัว “ครอบครัวภาคภูมิใจกับเราทุกอย่าง จากเด็กบ้านนอก ไม่คิดว่าจะได้เข้ามาในวงการบันเทิง ซึ่งต้องบอกว่า พี่อี๊ดเป็นคนที่ทำให้เราได้มายืนอยู่ในจุดที่ยืนอยู่ทุกวันนี้ เราช่วยกันสร้างฝัน สานฝัน ทุกอย่าง จนมันสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ทุกหยาดเหงื่อที่เราแลก เพื่อให้ได้มาทั้งชื่อเสียง บ้าน รถ เงินทอง เรายกเครดิตให้กับคำว่า โปงลางสะออนเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความขยัน มุมานะ ถึงจะทำให้เราก้าวมามีวันนี้ได้ พ่อแม่ภูมิใจกับเรามาก แค่เรายิ้ม เดิน แต่งตัว เค้าก็ภูมิใจ มีความสุข คำว่าโปงลางสะออน ไม่ได้รู้จักแค่ในประเทศไทย แต่มันทั่วโลก ได้เห็นวัฒนธรรม เครื่องดนตรีของไทย ครอบครัวเราเค้าก็ยิ่งภูมิใจไปกับสิ่งที่เราทำค่ะ”

ทำงานเยอะ แบ่งเวลาให้ครอบครัวยังไง “ดีที่พ่อแม่เราแข็งแรง ถ้าเค้าคิดถึง เค้าขับรถมาหาเราเลย ถ้าเราว่างเราก็กลับบ้าน ต้องขอบคุณโลกโซเชียล เทคโนโลยี ที่ทำให้เราใกล้กัน วีดิโอคอลหากัน เห็นหน้าได้ยินเสียง เราจะรู้ความเป็นมาเป็นไปของกันและกัน การที่เราได้คุยกันทุกวันคือพลังใจที่เรามอบให้กัน ทำให้เรามีพลังในการทำงานทุกวัน บ้านเราจะไม่มีการตัดพ้อกัน ใครเหนื่อย ใครทุกข์ เราให้กำลังใจ”

ชีวิตในวงการบันเทิงมาไกลเกินฝันขนาดไหน “มาไกลกว่าที่เคยคิดไว้ แต่ก็อยากไปให้สุดเท่าที่ทำได้ เราเคยมานั่งคิดกับลูลู่ว่า ทำไมคนเปิดฟังเพลงเรา คนรู้จักเรา แต่ร้องเพลงเราไม่ได้ หรือเค้าดูแค่โชว์ งานโชว์เรามีเยอะจริง แต่ทำไมคนร้องเพลงเราไม่ได้ คือเราอยากให้มีสักเพลงที่คนดูเรา แล้วร้องเพลงเราได้ คนจำบุคลิกเรา แต่ไม่ได้จำเพลงเรามันรู้สึกแปลก”

หรือต้องร้องเพลงช้า “คุยกับลูลู่เหมือนกัน อยากลองอยู่ เคยบอกเบิ้ล ปทุมราช แต่งเพลงช้าให้หน่อย น้องส่ายหัวเลย (หัวเราะ) เราอยากบอกว่าเราสนุก ตลก แต่ก็อกหัก ร้องไห้เป็น อยากให้คนอินว่า ตลกเศร้าได้”

ความรักยังสเปกฝรั่งเหมือนเดิม “สเปกฝรั่งยังไม่หายไปไหน ชอบฝรั่งอยู่ (หัวเราะ) แต่ไม่ได้ดิ้นรนที่จะหาแฟน อาจจะชินกับชีวิตแบบนี้ มีคนมาคุย แล้วก็มาไว ไปไว แต่ก็เป็นเพื่อนกัน เหมือนมันเดินข้ามเส้นความเป็นเพื่อนไม่ได้ อาจจะเพราะเราเรื่องมากในเรื่องความเป็นอยู่ การกิน ที่สำคัญ งานและเวลาของเราไม่เหมือนคนปกติ บางทีเค้าอยากเที่ยว แต่เราเหนื่อยอยากพัก มันก็เป็นปัญหา แต่เวลาเราอยู่กับกลุ่มเพื่อน เรามีความสุขมาก เหมือนอยากอยู่เป็นกลุ่มมากกว่าเป็นคู่ เหตุผลส่วนใหญ่ที่ทำให้ความรักเราสะดุด คือเวลากับภาษา เค้าอยากให้เราเก่งภาษา แบบมีความพร้อมเลย ที่เคยคบมาไม่เคยนานข้ามปีเลย (หัวเราะ)”

เค้าว่าสวยมักนก ตลกมักได้ “ไม่เสมอไปนะคะ อย่างเราเดินไปกับลูลู่ ฝรั่งจะชอบนาง ด้วยความนิ่งหรืออะไรไม่รู้ ขนาดเราพยายามพรีเซนต์ตัวเอง ลดความแว้ดๆ ฝรั่งก็ยังมองนาง เราก็เลยปล่อยผ่าน แต่สเปกลูลู่ไม่ใช่ฝรั่ง ไม่เคยทับไลน์กัน ไม่เคยแย่งผู้ชายกันค่ะ”

เชื่อเรื่องพรหมลิขิตมั้ย “เชื่อค่ะ ก็เลยรออยู่เฉยๆ (หัวเราะ) วันหนึ่งมันจะมาเอง เราเชื่อว่าทุกอย่างในโลกนี้มันโดนจัดสรรมาแล้ว ถ้ามันไม่ใช่ ฝืนกันไปก็คือไม่ใช่ ต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ”

ไม่แคร์คำว่าโสด “ไม่เลย ขึ้นคานก็ไม่กลัว เรามีความสุขกับการเที่ยวคนเดียว มีผู้ชายมาแซะๆ ก็ฟินแล้วค่ะ”.