บริการข่าวไทยรัฐ

ขับอย่างไรไม่ทำให้เกียร์ออโต้พังเร็ว

การขับรถเกียร์ธรรมดาท่ามกลางสภาพการจราจรที่ติดขัด กลายเป็นเรื่องที่ทรมาน คนใช้รถเกียร์ออโต้ช่วยทำให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้นสำหรับการขับใช้งานในเมืองที่มีรถคับคั่ง ส่วนปัญหาการใช้งานของเกียร์ออโต้ในปัจจุบันที่พบเห็นได้บ่อยครั้งก็คือ ผู้ใช้ขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้งานเกียร์ชนิดนี้ หรือใช้แบบไม่ได้ใส่ใจเรียนรู้วิธีการใช้งานเกียร์อัตโนมัติให้ถูกต้อง ซึ่งการใช้งานที่ถูกต้องถือเป็นการยืดอายุการใช้งานของเกียร์ออโต้ไปในตัว เขียนเรื่องเกียร์จนคนอ่านเริ่มรำคาญ แต่ก็ยังคงมีผู้คนโดยเฉพาะพวกนักขับมือใหม่ที่อยากเรียนรู้วิธีใช้งานที่ถูกต้องเมล์มาถามกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะท่านที่เพิ่งถอยรถใหม่คันแรกของชีวิต

ราคาค่าซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัตินั้นไม่ใช่ถูกๆ บางทีล่อกันถึงหลักหลายหมื่นหรือเจ๊งกระจายโดนไปหลายแสนบาท เมื่อพบว่าบิลแจ้งค่าซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์ออโต้ทั้งลูกนั้นพอๆ กับเงินดาวน์รถใหม่! หลักใหญ่ใจความของการดูแลใช้งานเกียร์ที่ไม่มีคลัตช์ก็คือ น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ ที่ต้องดูแลเปลี่ยนถ่ายกันเป็นพิเศษที่ระยะ 2-3 หมื่นกิโลเมตร ของเหลวหล่อลื่นที่มีความสดใหม่ กับการขับใช้งานที่ถูกวิธีจะช่วยประคับประคองเกียร์ของคุณให้มีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น เมืองไทยนั้นแค่สองฤดูก็คือ ฤดูร้อน และฤดูร้อนโคตรๆ เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงมีสภาพอากาศที่ร้อนระอุ รวมถึงสภาพการจราจรในเมืองยังติดหนึบหนับจนน้ำมันเครื่องน้ำมันเกียร์ร้อนจัด และเสื่อมสภาพเร็วมากกว่าการขับใช้งานในเมืองหนาว ไม่ควรขับจนลืมแช่ยาวโดยไม่ยอมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะ อย่าไปเชื่อศูนย์บริการที่บอกว่าเกียร์เค้าเป็นระบบปิดไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นตลอดอายุการใช้งาน ใช้ไปเรื่อยๆ เกียร์คุณจะเจ๊งแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว!

1- เกียร์ออโต้กับการจอดแบบถูกวิธี
การใช้เกียร์ออโต้ที่เคยเขียนบอกกันไปเมื่อไม่นานมานี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยของการใช้งานในสภาพการณ์ต่างๆ ง่ายๆ เลยก็ต้องไม่ขับแบบ Fast 8 หรือขับแบบซิ่งลากรอบยาวๆ เอามัน ขึ้นรถได้ก็หวดไม่ยั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กวัยรุ่นขาแรงซึ่งเมื่อก่อนผมก็เคยเป็นแบบนั้นสมัย The Palace ยังร้อนแรง แม้กระทั่งการจอดที่ถูกวิธีก็ยังช่วยเซฟเกียร์ของคุณไม่ให้เฟืองล็อกจอดเสียหายเร็วกว่าปกติ ยกตัวอย่างเช่น ขณะที่คุณกำลังจะเข้าจอด พอรถหยุดนิ่งสนิทดีแล้วพบว่าที่จอดกลายเป็นการจอดแบบหน้าทิ่มก้นโด่ง หรือหน้าโด่งก้นทิ่มก็แล้วแต่สภาพของความลาดเอียงและทิศทางของการจอด ให้เหยียบเบรกจนรถนิ่งสนิทดีแล้วตามด้วยการเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่งเกียร์ว่างหรือ N ดึงเบรกมือจนสุดแล้วค่อยเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง P หรือตำแหน่งของการจอดรถเพื่อป้องกันเฟืองล็อกเกิดอาการขบกันขณะกลับมาขับอีกครั้งจนตามมาด้วยความเสียหายของเฟืองล็อก 

2- ใช้เกียร์ P ให้ถูกเมื่อจอด
เมื่อจอดรถในลักษณะที่ไม่อยู่ในแนวระนาบ หรือจอดแบบหน้าทิ่มท้ายโด่ง พอเดินกลับมาที่รถเพื่อสตาร์ตแล้วออกเดินทางต่อ ก็ทำในวิธีที่กลับกันก็คือเหยียบเบรกก่อน สตาร์ตเครื่องยนต์ แล้วเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่ง P ไปที่ตำแหน่ง N แล้วปลดเบรกมือตาม ขณะที่ทำตามขั้นตอนนั้นเท้ายังคงเหยียบอยู่ที่แป้นเบรกตลอดเวลา หลังจากนั้นจึงเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง D หรือตำแหน่งขับเคลื่อนแล้วปลดเบรกมือ ค่อยๆ ถอนเท้าออกจากแป้นเบรก การใช้งานในลักษณะดังกล่าวจะช่วยลดการสึกหรอของเฟืองเกียร์ล็อกในตำแหน่ง P ได้เป็นอย่างดี รถเกียร์ออโต้ยุคใหม่นั้นส่วนใหญ่เวลาจอดดับเครื่องต้องยัดเกียร์ไปที่ตำแหน่ง P เท่านั้นถึงจะสามารถดึงกุญแจออกได้ หรือหากจอดในลักษณะขวางรถชาวบ้านหากดับเครื่องแล้วก็ไม่สามารถเลื่อนเกียร์ได้ บริษัทรถยนต์บางรายจึงออกแบบช่องข้างคันเกียร์ที่พอใช้กุญแจเสียบลงไปก็สามารถเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง N หรือเกียร์ว่าง เพื่อช่วยให้รถชาวบ้านที่คุณจอดขวางสามารถเข็นหลบให้เค้าออกกันได้ อย่าไปจอดขวางชาวบ้านโดยยัดเกียร์ P คาไว้จนเค้าออกกันไม่ได้ ทำแบบนั้นรถคุณอาจเป็นรอยได้ง่ายๆ

3- เกียร์ถอยหลังหรือเกียร์ R 
เข้าเกียร์ถอยแต่ละครั้ง รถยังหยุดไม่สนิทดีก็ยัดเกียร์ถอยซะแล้ว ลองสังเกตดูหากคุณมีพฤติกรรมใจเร็วกว่าจักรกลแบบนั้นก็ควรเลิกซะ เมื่อรถยังไม่หยุดสนิทดีแต่คุณดันยัดเกียร์ถอยทั้งๆ ที่รถไหลไปข้างหน้าช้าๆ จะได้ยินเสียงเฟืองเกียร์ขบกันอย่างชัดเจนราวกับใครเอาค้อนมาทุบไปที่ห้องเกียร์ ทำแบบนั้นบ่อยๆ ไม่นานเกียร์ลูกนั้นก็กลับบ้านเก่าตามด้วยเงินค่าซ่อม หรือไม่ก็ยกทั้งลูกที่แพงพอๆ กับการถอยมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เลยทีเดียว เมื่อไม่ยอมเลิกและทำตัวเป็นพวกนักขับใจร้อน เกียร์ของคุณก็จะกระจายก่อนเวลาอันควรอย่างแน่นอน ใจเย็นรอจนรถหยุดไหล เหยียบเบรกจนหยุดนิ่งสนิทจะปลอดภัยกว่า เวลาไม่ได้วิ่งไปข้างหน้าเร็วจนทำให้คุณถึงกับลน รอให้รถหยุดนิ่งสนิทดีเสียก่อนแล้วค่อยเลื่อนคันเกียร์จาก D มาเป็น R

4- ทำไมห้ามใส่เกียร์ว่างขณะรถกำลังวิ่ง
ขับลงเนินก็คิดว่าการยัดเกียร์ว่างปล่อยรถไหลลงมาจะเป็นการประหยัดเงินได้มากพอที่จะทำให้ค่ากับข้าวในมื้อต่อไปเกิดความหรูหราขึ้นมาได้ เลยปล่อยเกียร์ว่างลงเขาโดยไม่มีเอนจิ้นเบรก หรือการทดเกียร์ลงต่ำสำหรับการขับลงเขาเพื่อหน่วงความเร็วไม่ให้รถไหลลงมาเร็วเกิน จนแม้กระทั่งการกระทืบเบรกเต็มๆ ก็ไม่สามารถหยุดรถได้ สุดท้ายก็ไปจบลงที่ก้นเหวลึกร้อยกว่าเมตร ขับลงทางลาดชันก็ยัดเกียร์ต่ำก่อนไหลลงเนินด้วยการใช้ความเร็วต่ำและใช้เกียร์ 2-3 ในการขับลงเนิน หากชันมากๆ บางทีต้องเบรกช่วย ซึ่งทางแบบนั้นก็ไม่ควรแซงหรือขับเร็วแบบบ้าระห่ำอยู่แล้ว เบรกให้ลึกหน่อยก่อนมุดเข้าโค้ง ช่วยดึงความเร็วให้ลดลง คาเกียร์เอาไว้ตามตำแหน่งที่บอก คุณจะร่อนลงมาจากเนินเขาในแบบปลอดภัยไร้กังวล

5- เปลี่ยนเกียร์ไม่สัมพันธ์กับรอบเครื่องระวังพัง
หากเกียร์ของคุณไม่มีเซนเซอร์คอยป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำที่รอบเครื่องยนต์สูง เมื่อใช้งานในสภาพการปกติในตำแหน่งเกียร์ D ความสัมพันธ์กันระหว่างตำแหน่งเกียร์กับความเร็วและการเปลี่ยนเกียร์จะขึ้นตรงกับกล่องสมองเกียร์คอยลดหรือเพิ่มเกียร์ให้เองแต่นักขับบางคนไม่ชอบ เมื่อเจอเข้ากับทางโค้งหรือทางแบบภูเขาที่ต้องใช้เกียร์เยอะ ยอดรักนักขับบางท่านจัดการเปลี่ยนเกียร์เองด้วยการกดแป้น Paddle Shift เพื่อลดหรือเพิ่มเกียร์ไปตามสภาพของเส้นทาง หากเกียร์ไม่มีเซนเซอร์คอยป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเมื่อขับด้วยรอบเครื่องยนต์สูงๆรับรองว่าเมื่อทำแบบนั้นบ่อยๆเข้า สักวันเกียร์อาจรูดกระจายวายป่วงอย่างแน่นอน ถ้ารีบร้อนยัดจากเกียร์ 6 ลงมาเกียร์ 3 ด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์แบบที่นักแข่งชอบใช้ เกียร์รถแข่งนั้นมีชิ้นส่วนไส้ในที่ทนทานเหนียวแน่นมากกว่าเกียร์รถบ้านแบบไม่พังกันง่ายๆ เนื่องจากต้องรับแรงบิดมากกว่าหลายเท่าตัว หากขับใช้งานเกียร์รถบ้านในแบบเกียร์รถแข่ง ไม่นานเกียร์ลูกนั้นก็จะถูกชั่งกิโลฯ ขายเป็นเศษอะลูมิเนียมอย่างเร็ว การใช้เบรกเพื่อลดความเร็วก่อนการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำช่วยได้บ้างแต่ต้องไม่รีบร้อนเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำในจังหวะที่รอบเครื่องยนต์ยังคาอยู่ในรอบที่สูงมาก ใช้ความเร็วให้เหมาะสม ไม่ควรขับเร็วมากจนเกินไปแล้วลดเกียร์ลง 2-3 ตำแหน่งแบบทันทีทันใด เกียร์ออโต้นั้นสามารถเชนเกียร์ได้ แต่ประสิทธิภาพของการลดเกียร์จะด้อยกว่าเกียร์ธรรมดาแบบมีคลัตช์ เมื่อใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด จะช่วยทำให้ควบคุมทิศทางหรือแม้แต่เบรกได้ดีกว่าการขับด้วยความเร็วที่สูงเกินไป สุดท้าย ความเร็วที่สูงเกินไปกับสภาพของโค้งที่คุณไม่คุ้นชิน จะทำให้คุณและรถไปจบลงที่ข้างทาง ก้นเหว โคนต้นไม้ หรือเสาไฟฟ้า แทนที่เกียร์จะพังกลายเป็นรถพังทั้งคันเพราะขับมาเร็วเกิน 

6- น้ำมันเกียร์ หัวใจของการใช้งานเกียร์อัตโนมัติ
การใส่ใจดูแลเปลี่ยนถ่ายสารหล่อลื่นหรือน้ำมันเกียร์ ถือเป็นหัวใจสูงสุดของการใช้งาน ในยุคแรกเริ่ม เกียร์ออโต้ที่ถูกนำมาติดตั้งในรถยนต์ใช้น้ำมันหล่อลื่นภายในห้องเกียร์มากถึง 15 ลิตร ปัจจุบัน ขนาดที่เล็กลงและน้ำหนักที่เบาขึ้นของเกียร์อัตโนมัติ ทำให้ปริมาณของน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้เติมลงไปในเกียร์มีจำนวนน้อยลง เหลือแค่ 4-7 ลิตร แล้วแต่ขนาดและประเภทของเกียร์ที่ขึ้นตรงกับระบบขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ขับเคลื่อนล้อหน้าที่เล็กกะทัดรัด หรือเกียร์ออโต้ขับหลัง รวมถึงเกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่มักจะมีขนาดใหญ่กว่าเกียร์ออโต้ขับหน้า สำหรับการใช้งานโดยเฉพาะการบำรุงรักษาดูแลเพื่อยืดอายุการทำงานของเกียร์ออโต้ ค่าซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติไม่มีคำว่าถูก โดยเฉพาะรถยุโรปขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์บางรุ่นมีราคาถึง 30% จากราคารถทั้งคัน นอกเหนือไปจากวิธีขับขี่ใช้งานเกียร์อัตโนมัติที่ถูกต้องซึ่งระบุไว้ในคู่มือ แต่เจ้าของรถจำนวนไม่น้อยไม่เคยแม้แต่จะเปิดอ่านแล้ว การดูแลรักษาเปลี่ยนถ่ายของเหลวหล่อลื่นตามระยะจึงถือเป็นเรื่องที่คุณควรจะใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ

7- น้ำมันเกียร์รั่วหยดลงพื้น!
การสังเกตจุดและสีของน้ำมันที่รั่วหยดลงพื้น สำหรับท่านที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องช่างคงสังเกตได้ยากว่า น้ำมันอะไรรั่วมาจากตรงไหน เนื่องจากในเครื่องยนต์นั้นมีทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ออโต้ น้ำมันหล่อลื่นระบบพวงมาลัยในปั๊มเพาเวอร์ น้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์ น้ำมันเบรก ลองสังเกตประเภทและสีของน้ำมัน หรือทางที่ดีก็พึ่งพาศูนย์บริการอู่หรือช่างซ่อมระบบเกียร์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะดีกว่ามานั่งเดาเอาเองว่าน้ำมันอะไรกันแน่ที่รั่วหยดลงพื้น ในความเป็นจริงของการขับใช้งานรถยนต์ที่ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น ต่อให้เกียร์รุ่นใหม่มีการออกแบบและใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานขนาดไหน เมื่อมาเจอกับสภาพการขับเคลื่อนทั้งรถติดสาหัสเดี๋ยววิ่งเดี๋ยวหยุด ทั้งสภาพอุณหภูมิที่ร้อนระอุบนถนน จอดๆ วิ่งๆ เดี๋ยวก็เจอน้ำท่วมขังต้องวิ่งลุยฝ่ากลับบ้าน ทำให้เกียร์ออโต้เกิดอาการสึกหรอจากการใช้งาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา ของเหลวหรือน้ำมันเกียร์ที่ใช้หล่อลื่นเมื่อขับใช้งาน น้ำมันเกียร์จะมีอุณหภูมิสูงมากในระบบ แต่เจ้าของก็ไม่เคยใส่ใจดูแลเปลี่ยนถ่ายตามระยะ ขับลูกเดียวไม่เคยเหลียวแล ไม่นานสารหล่อลื่นอะไรต่อมิอะไรที่ใส่เข้ามาในน้ำมันเกียร์ เพื่อคอยปกป้องหล่อลื่นชิ้นส่วนของเกียร์ก็เสื่อมสภาพจากตัวแปรด้านความร้อนขณะทำงาน สุดท้ายเกียร์ก็พัง แทนที่จะเสียน้อยแค่ค่าเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ กับวิธีการขับที่ง่ายๆ ไม่ซิ่งหรือขับแบบกระชาก กลับเสียมากถึงขั้นเปลี่ยนเกียร์ใหม่ทั้งลูก เพราะไม่แคร์ว่าจะขับอย่างไรก็รถของฉัน ชอบแบบไหนเลือกได้นะครับ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/