บริการข่าวไทยรัฐ

4 วันสงกรานต์ ดับแล้ว 226 ราย ศปถ.ปรับแผนรับ ปชช.เดินทางกลับ

4 วันสงกรานต์ ดับแล้ว 226 ราย ศปถ.ย้ำ จว.ปรับแผนรองรับ ปชช.เดินทางกลับ ตั้งจุดตรวจบนเส้นทางสายหลักกลับกรุงเทพฯ อธิบดี ปภ.ชี้อุบัติเหตุราชบุรี บรรทุกเกิน-นั่งท้ายกระบะ


เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 60 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า อุบัติเหตุทางถนนรวม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 - 14 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 2,385 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 226 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,457 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 12 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 4 วัน ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 114 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 13 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 119 คน

ทั้งนี้ จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 4 วันที่ผ่านมาพบว่า สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ขาดวินัยจราจร จึงขอความร่วมมือให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามหลัก 4 ห้าม 2 ต้อง ได้แก่ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามโทรขณะขับ ห้ามขับขณะง่วง และต้องสวมหมวกนิรภัย ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่และโดยสารรถ สำหรับในวันนี้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับ

ขณะที่บางส่วนยังคงท่องเที่ยวและเล่นน้ำสงกรานต์อยู่ในพื้นที่ ศปถ.จึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง มุ่งเน้นการเรียกตรวจและบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดกับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย อีกทั้งติดตั้งป้ายเตือน ป้ายสัญญาณ และไฟส่องสว่างให้เห็นอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ให้จังหวัดปรับแผนรองรับการเดินทางกลับของประชาชน โดยจัดตั้งจุดตรวจบนเส้นทางสายหลักที่มุ่งเข้าสู่กรุงเทพมหานครและเส้นทางที่เชื่อมต่อกับจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ เพื่ออำนวยการจราจรให้มีความคล่องตัวและดูแลความปลอดภัยและดูแลพื้นที่จุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจำนวนมาก ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ติดตั้งไฟส่องสว่างและปรับปรุงจุดเสี่ยงอันตราย เพื่อลดความสูญเสีย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 4 วันที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 60.18 ของผู้เสียชีวิตเป็นคนในพื้นที่ ศปถ.จึงได้กำชับให้จังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการใช้กลไกประชารัฐและมาตรการทางสังคม ในการขับเคลื่อนการดูแลความปลอดภัยทางถนนของคนในพื้นที่

โดยสนธิกำลังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านชุมชน จุดตรวจ จุดสกัด บนเส้นทางสายรอง เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ อีกทั้งให้ชุดปฏิบัติการประจำตำบลลงพื้นที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการและข้อตกลงของชุมชนในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ จากอุบัติเหตุรถไฟชนรถกระบะบรรทุกผู้โดยสารท้ายกระบะ จำนวน 16 คน บริเวณจุดตัดทางรถไฟหมู่ที่ 7 ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากและผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งมีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงจากการบรรทุกเกินน้ำหนัก การนั่งท้ายกระบะ และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมื่อประสบอุบัติเหตุจึงกระเด็นออกจากรถ.