บริการข่าวไทยรัฐ

วัยใส "หาดสองแคว" ชวนเยาวชนปั่นจักรยานเก็บขยะ สานฝัน "รักษ์สิ่งแวดล้อม"

โดย ยายรหัส

“จักรยานสานฝันรักษ์สิ่งแวดล้อม”

โครงการที่ก่อกำเนิดจากสองมือเล็กๆ ในชุมชนเพียงไม่กี่คน แต่ได้สร้างสรรค์ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับหมู่บ้านด้วยการปั่นจักรยานเก็บขยะตามจุดต่างๆ สร้างภาพลักษณ์ที่สะอาดสวยงามให้ผู้ผ่านไปมาได้ชื่นชม กระทั่งโครงการได้ถ่ายทอดสู่รุ่นต่อรุ่น ขยายผลไปถึงหมู่บ้านอื่นๆ

ที่มาที่ไปของโครงการ “ยายรหัส” ต้องขอไปพูดคุยกับแกนนำโครงการ “แน๊ก” ชลธิกาญจน์ กัลยา ปี 3 สาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนตำบลหาดสองแคว จ.อุตรดิตถ์ ย้อนภาพถึงอดีตจุดกำเนิดโครงการว่า “สมัยแน๊กเด็กๆ 4-5 ขวบ ได้ติดตามพี่ๆ ในหมู่บ้าน ต.หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ รวม 5-6 คนไปปลูกผักแล้วปั่นจักรยานไปขายให้กับชาวบ้านละแวกใกล้เคียง จนโตขึ้นประมาณ 8 ขวบ ก็เห็นว่าสภาพข้างทางที่ปั่นจักรยานมีเศษขยะ รู้สึกว่าไม่น่ารื่นรมย์ ยิ่งใครมาพบเห็นคงไม่ดี จึงคิดว่าน่าจะช่วยกันเก็บขยะไปทิ้งด้วย พอเห็นขยะก็เก็บไปทิ้งพร้อมกับนำผักไปขายด้วย แรกเริ่มเรารวมตัวกันกับเด็กๆ แค่ 2 หมู่บ้านจาก 7 หมู่บ้านใน ต. หาดสองแควแต่ไปเก็บให้กับหมู่บ้านอื่นด้วย เมื่ออดีตกำนันขณะนั้นเห็นก็ประกาศเสียงตามสายว่าทำไมต้องให้เด็กหมู่บ้านอื่นมาทำ จึงเป็น แรงกระตุ้นให้เด็กเยาวชนทุกหมู่บ้านเห็นเป็นตัวอย่างและพากันออกมาช่วยกันทำในหมู่บ้านตนเอง”

“แน๊ก” ขยายความต่อไปอีกว่า “ปี 2553 มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนตำบล จึงได้เสนอโครงการ “จักรยานสานฝันรักษ์สิ่งแวดล้อม” ทำให้โครงการได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีหลายภาคส่วน ซึ่งแน๊กก็ได้รับหน้าที่เป็นประธานโครงการตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน โครงการมีการจัดทำอย่าง เป็นระบบมากขึ้น โดยเด็ก และเยาวชนจะปั่นจักรยานเก็บขยะทุกวันเสาร์หรืออาทิตย์ แล้วแต่เวลาสะดวก จากนั้นนำมาคัดแยกและนำไปฝากที่ธนาคารขยะ สามารถสร้างรายได้ให้กับเยาวชน โดยแต่ละปีจะมีการปันผลให้กับทุกคนประมาณปีละ 800-1,000 บาท ขณะเดียวกันเราก็ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆที่เข้ามาช่วยเหลือในการจัดทำกิจกรรมต่างๆ ของสภาเด็กฯ เช่น กิจกรรมวันเยาวชน กิจกรรมลานนมชมจันทร์ ซึ่งเราเห็นว่าผู้ใหญ่ยังมีลานเบียร์ได้ ทำไมเด็กจะมีลานนมบ้างไม่ได้ โดยกิจกรรมลานนมชมจันทร์จะจัดขึ้นทุกปีช่วงปิดภาคเรียน เป็นเวทีให้เด็กเยาวชนได้มาร่วมแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ นอกจากนี้ เรายังได้ทำเรื่องจิตอาสา เช่น ไปช่วยทำความสะอาดบ้านให้กับผู้สูง อายุ ผู้พิการ หรือการเข้าร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่มาพัฒนาชุมชน สิ่งที่ทำถือเป็นประสบการณ์ และเป็นจิตสำนึกในการรักษ์บ้านเกิด ค่ะ”

ต่อด้วยอีก 2 สาวแนวร่วมที่แจมโครงการตั้งแต่วัยเด็กเริ่มที่ จินดาพร สนิทพันธ์ “ปลาย” ปี 1 คณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า “ปลายอยู่ในหมู่ 2 หมู่บ้านเดียวกับ “พี่แน๊ก” จึงร่วมกิจกรรมด้วยกันแต่เด็ก เริ่มตั้งแต่ทำปุ๋ย เก็บผักแล้วปั่นจักรยานไปขายตามหมู่บ้าน จนถึงร่วมปั่นจักรยานเก็บขยะ ตอนนั้นก็เห็นภาพขยะที่ทิ้งตามที่ต่างๆ ไม่น่าดู แต่เมื่อเราช่วยกันเก็บก็ทำให้หมู่บ้านเราสะอาดตาน่าดู ใครผ่านไปมาก็ชื่นชมและเห็นเป็นแบบอย่างนำไปขยายผล การที่เราได้ทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะโครงการ “จักรยานสานฝันรักษ์สิ่งแวดล้อมในตำบล” นอกจากเป็นการออกกำลังกายแล้ว ยังได้พบปะเพื่อนๆ น้องๆ ในหมู่บ้านเดียวกันและ ต่างหมู่บ้าน ที่สำคัญคือการได้ทำจิตอาสาช่วยเหลือสังคมส่วนรวม แม้ว่าตอนนี้ปลายต้องมาเรียนที่ ม.แม่โจ้ และจะมีเวลาร่วมทำกิจกรรมช่วงปิดภาคเรียนตอนกลับบ้านเท่านั้น แต่ตอนนี้ก็มีรุ่นน้องๆ ในหมู่บ้านที่สานต่อโครงการ ปลายอยากให้ทุกคนร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา แม้ว่าจะไม่ได้ทำสิ่งที่ใหญ่โต แต่ การสะสมทำความดีทีละเล็กละน้อย และทุกคนช่วยกันทำก็เป็นพลังที่สามารถส่งผลให้เกิดประโยชน์ที่มากมายได้ ค่ะ”

ส่วน อรอุมา เกตุดี “กำไร” ปี 1 คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย เล่าว่า “กำไรเข้าร่วมโครงการจักรยานสานฝันรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นรุ่นที่ 2 สมัยเรียนอยู่ประถม กำไรอยู่ในหมู่บ้านหมู่ที่ 1 ตอนนั้นได้เห็นพี่ๆ หมู่ 2 ปั่นจักรยานเก็บขยะ ก็รู้สึกอยากร่วมปั่นบ้าง จึงได้เข้าร่วมโครงการและทำเรื่อยมาจนเรียนชั้น ม.5 ก็ทำน้อยลง เพราะต้องเรียนหนักประกอบกับต้องเตรียมตัวกับการคัดตัวเป็นนักกีฬาพายเรือทีมชาติ การได้ร่วมกิจกรรมทำให้เราได้รู้จักเพื่อน ได้ทำประโยชน์ให้กับหมู่บ้านและการที่เราได้ทำสิ่งดีๆ ในการเก็บขยะ ทำให้ผู้คนในหมู่บ้านได้เห็นและตระหนักในการช่วยกันรักษาความสะอาดมากขึ้น ตอนนี้เรียกได้ว่าในหมู่บ้านเรามีขยะน้อยมากหรือแทบจะไม่มีก็ว่าได้ เพราะทุกคนช่วยกันคัดแยกขยะแต่ละบ้าน บางส่วนนำไปขายได้เงินมา บางอย่างก็นำไปรีไซเคิล ขยะเปียกก็นำไปทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ทุกคนตระหนักในการคัดแยกขยะมากขึ้น การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม นอกจากจะส่งผลดีที่เกิดขึ้นกับตัวเราแล้วยังก่อผลดีกับผู้อื่นด้วย ค่ะ”

“ยายรหัส” ขอชื่นชมกับการคิดดี ทำดี เพื่อส่วนรวมของเด็กและเยาวชนทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ควรเห็นคุณค่าและสนับสนุน

เพราะเด็กและเยาวชน เป็นพลังยิ่งใหญ่ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับอนาคต.

ยายรหัส