วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 16/04/60

โดย สีกาอ่าง

พระท่ากระดาน กรุเก่า อ.ศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี ของมนต์ชัย เกียรติเจริญ.

สนามพระทุกแห่งยังปิดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยกเว้น สนามพระวิภาวดี ของท่านผู้ชม ไม่เคยปิดเลย ตลอด ๒๐ ปี วันนี้ ก็มีธรรมะ หลวงปู่ทวด มาฝากกันว่า “ทุกสิ่งในโลกนี้ ล้วนแต่เคลื่อนสู่อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือเคลื่อนไปสู่ความสลายตัวทั้งสิ้น ถ้าไม่ยึด ก็ไม่ทุกข์ไม่สุข และถ้าละได้ ย่อมใจสงบ”--คำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้ยินกันบ่อย อนิจจัง แปลว่า ไม่เที่ยง ไม่แน่นอน ทุกขัง แปลว่า ภาวะที่คงทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ หมายถึงสังขาร ส่วน อนัตตา แปลว่า ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน

ส่วนพระเครื่ององค์แรกที่อัญเชิญมาเป็นสิริมงคลในโอกาสปีใหม่ไทย คือ พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ใหญ่นิยม ๗ ชั้น A วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง ของ เสี่ยวิทยา ชัยคุณผล

ประวัติของพระพิมพ์นี้ก็เล่ากันมามากมายแล้ว วันนี้ขอหยิบยกเรื่อง พระสมเด็จเกศไชโย รุ่นสร้างเขื่อน ที่ทำให้เล่นหากันสับสนกับรุ่นที่ สมเด็จฯโต ไปสร้างไว้ มาเล่าสู่กันฟัง

ว่าเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ เจ้าอาวาสสมัยนั้น คือ เจ้าคุณมหาพุทธพิมภาพิบาล อยากทำเขื่อนกันน้ำริมตลิ่งหน้าวัดซึ่งถูกน้ำเซาะซัดจนดินพังทลาย จึงนำเศษผงพระสมเด็จเกศไชโยที่หักเสียหายซึ่งรวบรวมไว้ตอนรื้อเจดีย์สร้างวิหารและองค์พระโตขึ้นใหม่ มาผสมเนื้อกดพิมพ์สร้างพระสมเด็จเกศไชโยขึ้นใหม่โดยใช้แม่พิมพ์เดิม และออกให้ทำบุญได้ปัจจัยไปทำเขื่อน จึงเรียกว่า รุ่น สร้างเขื่อน

จริงๆก็แยกกันชัดเจน ชื่อรุ่นก็ต่าง แต่ไปมามีการแอบอ้างว่าเป็นรุ่นเดียวกับที่ สมเด็จฯโต สร้าง รุ่น สร้างเขื่อน จึงถูกหาว่าเป็นพระเก๊ ซึ่งประสา สีกาอ่าง ไม่คิดแบบนั้น

เพราะชื่อก็ต่าง และเนื้อพระก็แตกต่าง เพราะรุ่น สร้างเขื่อน จะแก่ปูน เนื้อจะแน่นและขาว ยังคม มุมทั้งสี่ฝนจนกลมมน และด้านหลังมักจะเป็นลายมือ

สำนักต่อไปคือ พระปิลันทน์ พิมพ์ซุ้มประตู สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.ร.ว.ทัด) วัดระฆังฯ เป็นพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณที่นิยมหามาใช้แทน “พระสมเด็จ” ด้วยความมั่นใจอย่างสูงสุด เพราะผู้สร้างเป็นศิษย์เอก อยู่ทันอายุ “สมเด็จฯโต” รู้ทุกงานแบบทำแทนได้ เห็นได้จากที่ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯสืบต่อ ในสมณศักดิ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ เหมือนองค์อาจารย์

เชื่อกันว่าท่านได้สร้างพระพิมพ์ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระพุทธบาทปิลันทน์ เมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๑๘ ออกแบบจัดทำแบบพิมพ์หลากหลายด้วยฝีมือช่างหลวง มีลักษณะรูปแบบแตกต่างจากทั้งพิมพ์และเนื้อพระสมเด็จของอาจารย์ โดยการนำผงพุทธคุณของสมเด็จฯโต มาผสมผงใบลานเผาผงหิน สีเนื้อออกดำปนเทาแกมเขียว

ได้พิมพ์พระหลายรูปแบบ หลายขนาด อาทิ พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ซุ้มประตู พิมพ์เปลวเพลิง และพิมพ์พิเศษอย่างพิมพ์พระปิดตา พิมพ์พระโมคคัลลา ฯลฯ

พบมีทั้งชนิดลงกรุ มีมาก และไม่ลงกรุจำนวนน้อย พระลงกรุที่ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๑ และอีกหลายครั้งในเขตวัดระฆังฯและวัดข้างเคียง มีไขขาวขึ้นคลุมเป็นเกล็ดซ้อนๆทับกัน และล่อนหลุดเป็นชั้นๆ

พิมพ์พระมาตรฐาน ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ราคาหลักแสน เป็น พระพิมพ์ซุ้มประตู แบบองค์นี้ ของ เสี่ยเปรม ร้านพระเครื่องพุทธสิริ สภาพสวยสมบูรณ์ มีคราบไขแสดงความเป็นพระกรุที่ได้รับความนิยมมากกว่าไม่ลงกรุแบบนี้ ถือเป็นพระตรงสเปก ซื้อง่ายขายคล่อง

โอย สัมปทานหมดไปเกือบครึ่งหน้าแล้ว แล้วยังไม่ถึงไหนเบย รีบต่อกันเร็วๆกับองค์ที่สามคือ พระท่ากระดาน กรุเก่า อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พระยอดขุนพล ที่ได้รับการขนานนามว่า “ขุนศึกลุ่มน้ำแม่กลอง” จาก เสี่ยมนต์- ชัย เกียรติเจริญ

พระงามมาก ชัดเจนทั้งพิมพ์ทรงองค์พระ เนื้อตะกั่ว สนิมแดง สนิมไข คราบไคลสนิมกรุ ทองเก่า ครบถ้วนกระบวนการพิจารณา ตลอดยี่สิบปีที่เห็นองค์จริงหลายสิบองค์ ต้องแทรกองค์นี้เข้าในทำเนียบ ท็อปเท็น ทันที

องค์ต่อไป คือ พระร่วงนั่ง หลังลิ่ม กรุวัดช้างล้อม อ.ศรีสัชนาลัย สุโขทัย วัดนี้เป็นวัดหลวง มีองค์พระเจดีย์ประธานรอบฐาน มีช้างปูนปั้น ๓๖ เชือก รายรอบโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

และในพระเจดีย์องค์นี้ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๐ มีการค้นพบ พระพิมพ์นั่ง ปางมารวิชัย เนื้อชินตะกั่ว เทหล่อครึ่งซีก หลังมีร่องแบบด้ามลิ่ม เป็นที่มาของชื่อ พระร่วงนั่ง หลังลิ่ม

ด้วยอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ที่มีประสบการณ์สูง ด้านคุ้มครองป้องกันภัย โชคลาภโภคทรัพย์บ่อยๆ ทำให้พระที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยมอยู่แล้วได้รับความนิยมมากขึ้น แพงขึ้น และหายากขึ้น องค์ในภาพของ เสี่ยสุรัตน์ ตรีธนากร บ.พาวเวอร์เวล เอนจิเนียริ่ง เป็นพระดูง่ายและสวย

ตามด้วย พระพิมพ์ ๘ ชั้น แขนหักศอก หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร กทม. อีกหนึ่งสกุลพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ “ชั้นศิษย์” ของ สมเด็จฯโต เช่นเดียวกับ พระปิลันทน์ แต่ยังคงรูปแบบ เนื้อผงพุทธคุณ ขาวเหลือง รูปทรงมีทั้งสี่เหลี่ยม (ชิ้นฟัก) แต่รายละเอียดในเส้นสายลายศิลป์ แยกแตกต่างชัดจากพระขององค์อาจารย์

และยังมีแบบพิมพ์ที่แตกต่างอีกมากมาย เรียงตั้งแต่ พิมพ์นิยมสุด ๑.พิมพ์แซยิด แขนหักศอก ๒.พิมพ์ แปดชั้น แขนหักศอก ๓.พิมพ์เจ็ดชั้นหูติ่ง ๔.พิมพ์ ๓ ชั้น ก้างปลา ๕.พิมพ์แปดชั้น แขนกลม ๖.พิมพ์ฐานคู่ ๗.พิมพ์พระปิดตาสามเหลี่ยม ๘.พระปิดตาสองหน้า ๙.พิมพ์สมาธิห้าเหลี่ยม ๑๐. พิมพ์พระสังกัจจายน์ ๕ เหลี่ยม ๑๑.พิมพ์ปิดทวารแซยิด ๑๒.พิมพ์หยดน้ำ เม็ดข้าวเม่า และอื่นๆ--องค์ในภาพนี้ของ เสี่ยเก่ง ท่าพระจันทร์

ต่อไปเป็น พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก กรุวัดนางพญา อ.เมือง พิษณุโลก พระเครื่องเนื้อดินเผา ผสมผงเกสรปนกรวดทราย (คล้ายพระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่าง) พุทธศิลป์สมัยอยุธยา

ครั้งเปิดกรุ มีการแยกพระเป็น ๓ กลุ่มคือ ๑.พิมพ์ใหญ่ มีพิมพ์เข่าโค้ง เข่าตรง อกนูนใหญ่ ๒.พิมพ์เล็ก มีพิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์เทวดา อกนูนเล็ก อกแฟบ ๓.พิมพ์พิเศษ เป็นพระขนาดเขื่องกว่าพิมพ์ใหญ่มีพิมพ์พระแตกต่าง แต่อย่างละไม่มาก มารวมกัน

สำหรับ “พระพิมพ์อกนูนเล็ก” ซึ่งถูกจัดอยู่ในหมวดพระพิมพ์เล็ก ในอดีตครั้งมีการนำพระออกจากกรุระยะแรกๆ ราวปี พ.ศ.๒๔๔๒-๔๔ ถูกมองข้าม ด้วยขนาดองค์ที่เล็กกระจิริด พิมพ์พระหย่อนงาม นิยมใช้เป็นพระแจกพระแถม ในการเล่นหาแลกเปลี่ยน ส่วนใหญ่คุณย่า คุณยายนำไปบรรจุใช้ในตลับขี้ผึ้งสีปาก

องค์ในภาพของ เสี่ยสุทิน วงศ์สืบชาติ เป็นองค์ที่ผ่านกาลเวลามาได้ แสดงว่ามีอานุภาพแคล้วคลาด เพราะยังสมบูรณ์งดงามมากที่สุดองค์หนึ่ง

สุดท้ายเป็นเครื่องรางของขลัง คือ ตะกรุดมหาโสฬส หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี ดอกนี้เห็นแล้วขนแขนสแตนด์อัพ เพราะเป็น “ตะกรุด” สุดยอดนิยมอันดับ ๑ เห็นก็รู้เลยว่าเจ๋งจริง แท้ดูง่าย ทั้งขนาดที่แจ้งมาว่า ๓.๕ นิ้ว

เนื้อทองแดงเก่าม้วนแน่น ส่องเห็นสี่มุมตัดตามตำรา เชือกปอป่านถึงยุค ลายถักถูกต้อง มีผงหุ้ม รักจีนลงทับดำสนิทแห้งเก่าเข้าเชือกถึงอายุ

เจ้าของเป็นด็อกเตอร์ (ขอสงวนชื่อเพราะกลัวคนตามซื้อ) เป็นนักนิยมพระคลื่นลูกใหม่ ที่มีวิชั่นในการเล่นหาสะสมแบบศึกษาก่อนสะสม เล่นเป็นและเลือกเล่น และมีกุนซือชั้นดี เพราะพระเครื่องของขลังล้วนเป็นของดี มีคุณภาพ แท้ดูง่าย ติดระดับ ๕ ดาว อย่างตะกรุดดอกนี้ เห็นแล้วรู้สึกได้ถึงความเข้มขลัง และมีเรื่องปาฏิหาริย์ที่ผู้เล่ารู้มากับตัว เห็นมากับตาระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๖-๑๘ ผู้เล่าได้ไปเป็นนักศึกษาฝึกงานในโครงการสร้างทางสายธนบุรี-ปากท่อ กับ บ.อิตาเลียนไทย ก็เห็น บ.ซัพ– พลายจัดส่งวัสดุ ประกาศรับสมัครรถสิบล้อ มีคนมา สมัครกันมาก

ในจำนวนนั้นมี นายตี๋เล็ก มาสมัคร แต่ติดปัญหารถไม่มีป้ายวงกลม เพราะไม่มีเงินต่อภาษี แต่ก็พยายามขอร้อง จนได้ทำงาน และรับปากว่าภายใน ๑ เดือน จะรับผิดชอบตัวเองไม่ให้ถูกตำรวจจับ

ซึ่งไม่มีใครเชื่อ แต่ปาฏิหาริย์มีจริง ตลอด ๑ เดือน รถคันอื่นถูกเรียกตรวจอย่างน้อย ๔-๕ ครั้ง แต่รถตี๋เล็กไม่โดนเรียกแม้แต่ครั้งเดียว

วันรับเงินค่าจ้าง นายช่างต้องถามว่ามีของดีอะไร ตี๋เล็กจึงปลดตะกรุดดอกเก่าคร่ำ เหลือเชือกถักติดปลายอยู่ด้านเดียว ให้ดู บอกมี ตะกรุดมหาโสฬส หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นี่ดอกเดียว

ถึงวันนี้ นายตี๋เล็ก เป็นเจ้าของกิจการขนส่งระดับเออีซี ยังใช้ตะกรุดดอกนี้ใส่ตลับทองดอกเดียว เพราะแน่ใจว่า อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของตะกรุดนี้ช่วย

สุดท้ายเป็น ผ้ายันต์เสือ พระโพธิสัตว์ วัดทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จันทบุรี ซึ่ง พระครูสถิตธรรมานุวัตร (หลวงพ่อสำราญ) ค้นพบในขณะรื้อหลังคา เพื่อบูรณะพระอุโบสถหลังเก่า เข้าใจว่า หลวงพ่อดำ จันทาโก (ศิษย์หลวงพ่อคล้าย) วัดท่ายาง ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราช กับ ญาท่านเภา วัดป่าจอมตาล ต.นาชุมช้าง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย (๒ พระอาจารย์ทางวิชาพุทธาคม ของ หลวงพ่อสำราญ) ซึ่งเป็นพระเกจิพลังจิตสูงแห่งยุคร่วมกันทำไว้ ครั้งธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดทับไทรเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖

หลวงพ่อสำราญ จึงนำผ้ายันต์ราว ๑,๐๐๐ ผืน เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่ง ๑๒ นักษัตรทั้ง ๓ วาระ เพิ่งนำออกแจกให้สาธุชนที่ไปสรงน้ำพระในวันสงกรานต์ เพื่อใช้คุ้มครองป้องกันภัย บันดาลโชคลาภ

ข่าวนี้ออกช้าไป ๒ วัน ไม่รู้จะทันของหมดหรือไม่เพราะชาวทับไทรคงไม่ยอม “ใกล้ เกลือกิน ด่าง” ให้คน ไกลได้ของดีไปหมดก่อนแน่ ใครไปสงกรานต์เมืองจันท์ หรือผ่านวัดทับไทร ก็ลองแวะยังไงก็ได้เข้าวัดเป็นสิริมงคล

สำหรับผู้ร่วมบูรณะพระอุโบสถและสนับสนุนพิธีอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อยากกราบ หลวงพ่อสำราญ ก็ไป ๑๖ เมษา เพราะตอนนี้ท่านรับนิมนต์ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ไปรับสรงน้ำสงกรานต์ ณ พระราชวังเขมรินทร์

ลากันด้วยเรื่องสนุกๆ ปิดเวที สนามพระวิภาวดี อาทิตย์นี้ของ เสี่ยเอกชัย ชาวนาที่อุดรฯ ซึ่งโดนภัยแล้งจนน่วม ปลูกข้าวขายขาดทุนติดต่อกันมาหลายปี มีหนี้สิน จนหมดทางทำมาหากิน จึงคิดหวังพึ่ง หลวงพ่อพระประธาน ในวัด ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในหมู่บ้าน

กลางดึก จึงชวนญาติไปจุดธูปขออนุญาต ขอขโมยองค์หลวงพ่อไปขาย แก้ความ ขัดสน คือทำพิธีขอแบบโบราณ ขอเองเออเอง แล้วช่วยกันยกองค์หลวงพ่อไปซ่อนไว้ชายนา

รุ่งเช้าชาวบ้านรู้เรื่อง ก็เข้าแจ้งความกำนัน กำนันดูร่องรอยแล้วยังใหม่อยู่ คงเอาไปได้ไม่ไกล ก็ให้ช่วยกันหา โดยจุดธูปบอกหลวงพ่อ ให้หาเจอก่อนถูกนำออกนอกพื้นที่

พออธิษฐานปุ๊บ ก็เกิดอัศจรรย์ทันที ฟ้ามืดฝนมาเป็นพายุหน้าร้อน ฟ้าแลบฟ้าร้องฝนกระหน่ำทั่วพื้นที่ ชาวบ้านเลยหลบฝน เลิกหา

นายเอกชัย ก็เห็นเป็นโอกาสดี จึงชวนพวกไปขนย้าย “องค์หลวงพ่อ” ออกจากที่ซ่อน แต่เกิดฟ้าผ่า ทำให้ตกใจปล่อยมือองค์หลวงพ่อตกทับ จนขาหัก ก็ร้องลั่น ชาวบ้านได้ยินเสียง มาดูจึงรู้ตัวขโมย รุมกันแช่งด่าว่าเป็นคนดีไม่ชอบ คิดเป็นขโมย ก็เลยโดนหลวงพ่อลงโทษแบบนี้ เห็นไหมว่าท่านศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน

นายเอกชัย ก็ขอร้องชาวบ้านอย่าเอาเรื่อง เพราะตนจนหมดหนทางจริงๆ กำนันกับชาวบ้านก็ใจอ่อนไม่เอาเรื่อง เพราะเห็นเป็นคนดีไม่มีประวัติ แต่ให้จุดธูปสาบานต่อหน้าหลวงพ่อว่าจะไม่ทำอีก แล้วให้พรรคพวกนำส่ง รพ.

ระหว่างทางพรรคพวกพูดว่าหลวงพ่อท่านศักดิ์สิทธิ์จริง ถึงดลบันดาลให้เกิดพายุ จนเอาท่านไปขายไม่ได้

นายเอกชัย ก็พยักหน้า เชื่อว่าหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์จริง แต่ท่านไม่มีความยุติธรรม เพราะตอนข้าจุดธูปขอ อธิษฐานว่าให้นำองค์ท่านไปขายได้ก่อน ค่อยถูกจับ แต่ท่านทำให้ข้าถูกจับได้ก่อนขาย อย่างนี้ท่านลำเอียงเห็นๆ--เพราะขอก่อนไม่ได้ก่อน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง