บริการข่าวไทยรัฐ

ไปดู “หิมพานต์ อวตาร” สุดยอดวรรณคดีไฮเทค

โดย ซูม

ช่วงนี้คงไม่มีศูนย์การค้าแห่งไหนในกรุงเทพมหานครอีกแล้วที่จะโด่งดังไปกว่าศูนย์การค้าโชว์ ดีซี พระราม 9 ที่เพิ่งทำพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรไปเมื่อ 2–3 วันที่ผ่านมา

ดังทั้งในแง่การทุ่มทุนอย่างมโหฬารจาก ห้างสรรพสินค้าใหญ่จากเกาหลี เพื่อที่จะเนรมิต ศูนย์การค้าแห่งนี้ให้เป็นศูนย์ท่องเที่ยว ศูนย์รวมแห่งความบันเทิงและแหล่งช็อปปิ้งเทรนด์เกาหลีใต้มีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร

รวมทั้งดังในวันเปิดตัวเมื่อ 2 พิธีกรชายหญิงกาละแมร์กับวู้ดดี้ไปปล่อยลูกเล่นลูกฮาแซวดาราเกาหลีเยอะไปหน่อยโดนถล่มจากกองเชียร์ที่ชื่นชอบพลังโสมจนเละตุ้มเป๊ะคาโซเชียลไปทั้งคู่

แต่ที่ทีมงานซอกแซกจะเขียนถึงวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความดังที่เริ่มมาตั้งแต่ก่อนพิธีเปิดศูนย์ การค้าอย่างเป็นทางการเสียด้วยซ้ำ

นั่นก็คือการแสดง “โชว์” แสง สี เสียง และสื่อผสมระดับโลกชุด “หิมพานต์ อวตาร” ที่สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้สื่อข่าวและแขกเหรื่อที่เข้าชมในรอบปฐมทัศน์ จนเป็นที่ร่ำลือและนำมาพาดหัวข่าว พร้อมเขียนถึงในหน้าบันเทิงอย่างเอิกเกริกทุกฉบับและทุกช่องทีวีก็ว่าได้

ทีมงานซอกแซกเพิ่งจะมีโอกาสตามไปดูเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านนี่เอง บังเกิดความตื่นตาตื่นใจและประทับใจในความยิ่งใหญ่อลังการสมกับคำโฆษณาที่ว่า “สุดยอดโชว์ระดับโลก” จนต้องขออนุญาตนำมารายงานต่อในวันนี้

ขอเริ่มจากขนาดของโรงละครหรือเวทีแสดงเสียก่อนว่ามีพื้นที่สำหรับจุผู้ชมได้ประมาณ 700 ที่นั่ง แต่ทว่าครอบคลุมพื้นที่ถึง 5,000 ตารางเมตร ที่ในแผ่นปลิวแจกสื่อมวลชนระบุไว้ด้วยว่าประมาณ 3 ไร่ ซึ่งนานๆครั้งที่เราจะได้ยินโรงละครทั้งหลายแจกแจงเนื้อที่ออกมาเป็นไร่เช่นนี้

เดี๋ยวค่อยเฉลยก็แล้วกันว่าทำไมในเอกสาร ข่าวแจกถึงต้องระบุจำนวนไร่เอาไว้ด้วย?

โรงละครที่ใช้แสดงโชว์ชุด “หิมพานต์อวตาร” ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของศูนย์การค้าโชว์ ดีซี พระราม 9 ออกแบบหน้าโรงเอาไว้สวยงามทีเดียวมีช้างจากป่าหิมพานต์ยืนต้อนรับอยู่ 1 ตัว (ช้างป่าเขามักจะนับกันเป็นตัวๆ ยกเว้นช้างบ้านที่ถูกล่ามโซ่หรือผูกเชือกไว้เท่านั้นที่จะนับออกมาเป็นเชือก)

ทีมงานไปดูรอบ 14.30 น. ผู้คนไม่เต็ม 700 ที่นั่ง แต่ก็น่าจะมีมากกว่า 500 คน ถือว่าหนาตาพอใช้และจะรู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่เดินเข้าโรงละคร เพราะจะต้องเดินลอดถ้ำสลัวที่ตกแต่งด้วยแสงไฟเป็นป่าหิมพานต์และมี กินรี (สตรี) ที่มีชีวิตจริงมานั่งบ้างยืนบ้าง ต้อนรับตามรายทางเป็นระยะๆ

ได้เวลา 3 โมงเป๊ะ การแสดงก็เริ่มขึ้นอย่างอึกทึกครึกโครมและกระหึ่มไปด้วยเสียงเพลงอันกึกก้องจากฉากใต้น้ำขึ้นไปท้องฟ้าแล้วกลับลงมาสู่ป่าและสระอโนดาตก่อนจะเปิดตัวนางอัปสร–ปักษี และอสูรราหู จากนั้นก็เต็มไปด้วยการต่อสู้ฟาดฟัน ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า เปลวไฟลุกท่วมจอ และเวที ฯลฯ

เกือบหรือกว่าครึ่งชั่วโมงได้กระมังกว่าการสู้รบระหว่างอสูรราหูกับนางนกอัปสรปักษี โดยการช่วยเหลือของพญานาคา ฯลฯ จะจบลงและทั้งโลก ทั้งป่าก็กลับคืนสู่ความสวยงามอีกครั้ง

หัวหน้าทีมซอกแซกลำดับเรื่องไม่ถูกจริงๆ เพราะเรื่องเดินเร็วมาก ประกอบกับฉากการแสดงต่างๆ ทั้งการเหาะเหินกลางอากาศ การทิ้งดิ่งสู่พื้นน้ำ ล้วนตื่นตาตื่นใจ ทำให้อารมณ์ของเราไปจดจ่ออยู่กับความตื่นเต้นเหล่านั้นจนลืมเนื้อเรื่อง

ข้อแนะนำก็คือใครที่เข้าชมควรขอแผ่นสูจิบัตรสรุปเรื่องติดมือเข้าโรงไปด้วย และควรจะอ่านก่อนเสีย 1 จบจะทำให้ดูรู้เรื่องและสนุกมากขึ้น

ทีเด็ดของการแสดงอยู่ตรงฉากจบนั่นล่ะครับ หลังจากกลับคืนสู่ภาวะปกติสุขอันสวยสดงดงามแล้วเขาก็เชิญชวนคนดูเดินออกประตูไปสู่ป่าหิมพานต์จำลองที่อยู่ด้านข้างเวที

เดินไปพักเดียวก็เจอป่าสุดอลังการตกแต่งด้วยแสงสีสวยงามขนาดย่อมๆ มีทั้งส่วนล่างที่เป็นพื้นดินและที่สูงขึ้นไปเป็นเนินเขาพร้อมสรรพ

บนเนื้อที่ราวๆ 2 ไร่ได้กระมังรวมกับโรงละครที่เราไปนั่งดูเมื่อตะกี้จึงเป็น 3 ไร่ และนี่แหละครับข้อเฉลยของปริศนาที่ทีมงานซอกแซกตั้งไว้ในช่วงต้นว่า เหตุใดฝ่ายประชาสัมพันธ์ของการแสดงชุดนี้จึงต้องบอกขนาดพื้นที่ออกมาเป็น ไร่ แทนที่จะบอกเป็นตารางเมตรดังเช่นโรงละครทั่วไป

เพราะเขาซุกป่าหิมพานต์จำลองเอาไว้ทั้งป่าอยู่ข้างๆโรงละครนี่เอง แถมยังส่งนักแสดงร่วมๆร้อยชีวิตที่เป็นนางปักษีบ้าง พญาครุฑบ้าง พญาอสูรบ้าง มักกะลีผลบ้าง ลิงบ้าง รวมตลอดถึงเทวดา นางฟ้า ที่เราเห็นเหาะเหินเดินอากาศและแสดงบนเวทีเมื่อสักครู่มายืนต้อนรับตามจุดต่างๆของป่าหิมพานต์

จึงกลายเป็นปาร์ตี้ถ่ายภาพสำหรับ “เช็ก-อิน” หรือ โพสต์ ส่งไลน์ส่งเฟซบุ๊กไปให้เพื่อนฝูงญาติมิตรกันอย่างสนุกสนาน ณ นาทีนั้น และกลายเป็นว่าช่วงอยู่ในป่าหิมพานต์นี้เองที่เป็นช่วงแห่งความสุขที่สุด และสนุกที่สุด (ถ่ายรูปกันสนุก) ของคนดูในรอบที่ผมไปดู

ต้องปรบมือให้กับ เสริมคุณ คุณาวงศ์ ซีอีโอของ บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด จอมยุทธ์ด้านแสงสีเสียงและสื่อผสม เด็กรุ่นน้องจากปากน้ำโพบ้านเดียวกับหัวหน้าทีมซอกแซกสำหรับผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้

อาจจะอึกทึกและเขย่าหัวใจคนแก่ที่ทำบายพาสมาแล้ว 4 เส้นของหัวหน้าทีมซอกแซกไปสักนิด แต่การดูแสงสีเสียงถ้าไม่อึกทึกมันก็ไม่แซ่บจริงไหมครับ

แต่ช่วงสุดท้ายตอนให้คนดูออกไปเดินป่าหิมพานต์นั้นถูกใจคนแก่มาก จากการเดินชมป่าหิมพานต์และถ่ายรูปกับลูกหลานโดยมีดาราแสดงมาร่วมแจมเป็นฉากหลังดังที่บรรยายไว้

หมายเหตุ การแสดงโชว์ “หิมพานต์อวตาร” จะมีวันละ 1 รอบ สำหรับวันธรรมดาคือรอบ 19.30 น. เสาร์-อาทิตย์ 2 รอบ มี 14.30 น. ด้วย ใครไปดูรอบบ่ายจะเป็นภาษาไทย ส่วนรอบอื่นน่าจะเป็นภาษาอังกฤษ โดยบัตรราคาถูกสุด 1,400 บาท สูงสุด 2,000 บาท ส่วนราคากลางๆโปรดถามไถ่เอาเองที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ก็แล้วกัน.

“ซูม”