บริการข่าวไทยรัฐ

เดินเกมรุกสยบโสมแดง ทรัมป์ติดกับดักตัวเอง?

เผชิญหน้า–รัฐบาลเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุด สังเกตการณ์ซ้อมรบในสถานที่ไม่เปิดเผย ขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (รูปเล็ก) ส่งฝูงเรือรบจู่โจมเข้าใกล้คาบสมุทรเกาหลี สุ่มเสี่ยงต่อการปะทะกัน (เอพี/เอเอฟพี)

การรับมือ “เกาหลีเหนือ” นั้นเป็นปัญหาหนักอกสำหรับสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรมาทุกยุคสมัย เพราะไม่มีใครอ่านใจผู้นำโสมแดงออก โดยเฉพาะนายคิม จอง อึน ผู้นำคนปัจจุบัน

เค้าเดิมพันจึงสูงมาก ถ้าเดินเกมผิดพลาด หมายถึง “หายนะ” เพราะเกาหลีเหนือมีเขี้ยวเล็บน่าเกรงขาม ทั้งอาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธจรวด ปืนใหญ่ และทหารในประจำการบวกทหารกองหนุนกว่า 6 ล้านนาย!

การที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งฝูงเรือจู่โจม นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินรบ “ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน” พร้อมเรือพิฆาตและระบบอำนวยการรบ “อีจีส” (AEGIS) เข้าประชิดคาบสมุทรเกาหลีเมื่อสัปดาห์ก่อน จึงทำให้ภูมิภาคนี้ร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง หลายฝ่ายหวั่นกลัวว่าสงครามจะระเบิดขึ้น

ระบบอำนวยการรบ (Combat System) “อีจีส” คือระบบควบคุมสั่งการการใช้อาวุธในเรือแบบรวม โดยเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เรดาร์ และจรวดหรือขีปนาวุธเข้าด้วยกัน มันสามารถตรวจจับติดตาม ยิงทำลายอาวุธที่ยิงมาจากทางอากาศ ทางทะเล และทางบกได้โดยอัตโนมัติ

ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ มีขึ้นหลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธลูกล่าสุดใส่ทะเลญี่ปุ่น ก่อนที่ทรัมป์จะเจรจาสุดยอดครั้งแรกกับประธานา– ธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ที่รัฐฟลอริดาแค่ 1 วัน ซึ่งหนึ่งในประเด็นหลักคือเรื่องเกาหลีเหนือนั่นเอง โดยทรัมป์บีบให้จีนช่วยกดดันเกาหลีเหนือมากขึ้น รวมทั้งปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารและบริษัทที่ทำธุรกรรมกับเกาหลีเหนือ นอกเหนือจากการคว่ำ บาตรอื่นๆแล้วหลายรอบ

ทรัมป์ยังขู่ว่า ถ้าจีนไม่ช่วย สหรัฐฯจะจัดการเกาหลีเหนือเอง และในวันเดียวกับที่เจรจากับสี จิ้นผิง ทรัมป์สั่งยิงขีปนาวุธจากเรือรบถึง 59 ลูกถล่มฐานทัพอากาศซีเรีย โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีกับฝ่ายกบฏ มีผู้เสียชีวิต 89 ศพ

นั่นยิ่งทำให้ผู้นำโสมแดงหวาดระแวงว่าจะถูกสหรัฐฯโจมตีเหมือนซีเรีย หรือมีชะตากรรมเหมือนผู้นำอีกหลายๆประเทศ รวมทั้งอิรักลิเบีย ที่ผู้นำเผด็จการถูกโค่นล้มโดยสหรัฐฯ ชักใยอยู่เบื้องหลัง

รัฐบาลเกาหลีเหนือถึงกับแถลงว่า การที่ สหรัฐฯโจมตีซีเรียและส่งฝูงเรือรบจ่อคาบสมุทรเกาหลี เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าเกาหลีเหนือจำเป็นต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ มิฉะนั้นต้องถูกสหรัฐฯโจมตีแน่นอน จึงไม่มีทางยุติการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด เพราะนั่นคือทางรอดเดียวของตน

จริงๆแล้ว สหรัฐฯเคยส่งฝูงเรือรบเข้าไป จ่อคาบสมุทรเกาหลีเป็นระยะๆ รวมทั้งสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในปี 2553 หลังเกาหลีเหนือระดมยิงขีปนาวุธใส่น่านน้ำชายแดนเกาหลีใต้ สหรัฐฯยังร่วมซ้อมรบใหญ่กับเกาหลีใต้ทุกปี ซึ่งเกาหลีเหนือชี้ว่าเป็นการซ้อมบุกเกาหลีเหนือ และขู่จะตอบโต้รุนแรงรวมทั้งด้วยอาวุธนิวเคลียร์

เท่าที่ผ่านมา การส่งฝูงเรือรบเข้าคาบสมุทรเกาหลีลงเอยแบบ “ไม่มีอะไรในกอไผ่” เพราะสหรัฐฯ ไม่กล้าเสี่ยงเปิดสงครามก่อน เนื่องจากกลัวโสมแดงตอบโต้ ระดมยิงขีปนาวุธ จรวด และปืนใหญ่ถล่มเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกรุงโซลซึ่งมีประชากรหนาแน่น และห่างจากเขตปลอดทหารแบ่งพรมแดนเกาหลีเหนือ-ใต้แค่ 25 ไมล์

ถ้ามีสงคราม ไม่ว่าสหรัฐฯจะมีระบบป้องกันจรวดและขีปนาวุธดีขนาดไหน แต่ยากจะต้านทานการโจมตีเป็นห่าฝนของเกาหลีเหนือได้ ยิ่งถ้าโสมแดงใช้อาวุธนิวเคลียร์ กรุงโซลจะราพณาสูร ผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ ทหารอเมริกันราว 30,000 นายในเกาหลีใต้และครอบครัวจะรับเคราะห์ไปด้วย

เกาหลีเหนือยังอาจโจมตีญี่ปุ่นซึ่งก็มีทหารอเมริกันประจำการอยู่หลายหมื่นนายด้วย แม้สุดท้ายโสมแดงจะพ่ายแพ้ แต่ความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายจะมากมายสุดคณานับ เรื่องนี้ทำให้สหรัฐฯและพันธมิตรคิดไม่ตก!

เกาหลีเหนือทดลองระเบิดนิวเคลียร์แล้ว 5 ครั้ง ทดสอบขีปนาวุธนับสิบครั้ง และมีพิสัยไกลขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้ยิงถึงแผ่นดินสหรัฐฯได้เต็มแก่ นอกเหนือจากยิงถล่มเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฐานทัพสหรัฐฯอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ สหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญยังประเมินว่าเกาหลีเหนือจะสามารถย่อส่วนอาวุธนิวเคลียร์ ให้มีขนาดเล็กลงจนติดหัวรบขีปนาวุธข้ามทวีปได้ภายใน 1-2 ปีนี้ ซึ่งทรัมป์ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้ถึงวันนั้นเด็ดขาด เพราะจะเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อสหรัฐฯและพันธมิตร

วันเสาร์ที่ 15 เม.ย.ปีนี้ เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 105 ปี ของนายคิม อิล ซุง ปู่ของนายคิม จอง อึน อดีตผู้นำผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ส่วนวันที่ 25 เม.ย. ก็เป็นวันกองทัพเกาหลีเหนือ ประชาคมโลกจึงเฝ้าจับตาว่าโสมแดงจะใช้วันสำคัญนี้ท้าทายด้วยการทดลองระเบิดนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธอีกหรือไม่

การที่ทรัมป์คุยโวว่าจะจัดการเกาหลีเหนือเอง และบุ่มบ่ามส่งฝูงเรือรบเข้าใกล้คาบสมุทรเกาหลีครั้งนี้จึงเป็น “ดาบ 2 คม” เพราะถ้าโสมแดงทดลองระเบิดนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธในช่วงนี้ แต่สหรัฐฯ ไม่ตอบโต้ขั้นรุนแรง เช่น ชิงโจมตีแหล่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หรือยิงสกัดทำลายขีปนาวุธของเกาหลี เหนือ ทรัมป์จะถูกมองว่าอ่อนแอ “ท่าดีทีเหลว”ทันที!

โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังติดกับดักตัวเองจะรุกเต็มขั้นก็อันตรายเสี่ยงเกิดหายนะ จะถอยก็เสียหน้าแม่ทัพมหาอำนาจหมายเลข 1 ของโลก เขาจะเดินเกมต่ออย่างไร...น่าติดตาม!

บวร โทศรีแก้ว