บริการข่าวไทยรัฐ

ปี 61 ค่อยเดินหน้า

“นายกฯลุงตู่” ประกาศวาระทางการเมืองอย่างชัดเจนไปแล้ว ให้ รอปีหน้าจึงเดินเครื่องกันได้ นักการเมืองก็อย่าไปไขว่คว้าอะไรก่อนเวลา อย่างน้อยก็รอดูการปรับ ครม.ก่อนเป็นไรไป

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้อยู่ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ที่ไม่ต้องลุ้นกันว่าปีนี้สถิติการเสียชีวิตและบาดเจ็บจะเพิ่มขึ้นหรือลดน้อยลง

เพราะเพียงแค่เริ่มต้น 7 วันอันตรายก็คงเห็นแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น

แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามหามาตรการต่างๆเพื่อเป็นการป้องกันแต่ก็ทำได้ไม่มากนัก หากทุกคนยังไม่พยายามควบคุมพฤติกรรมของตัวเองที่ตั้งอยู่ด้วยความประมาท

เหตุที่เกิดขึ้นก็ยังอยู่ในรูปแบบเดิมคือ เมาแล้วขับ อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่แก้ไขได้ยากเย็น

ว่ากันถึงเรื่องการเมืองดีกว่าเพราะมีการคาดการณ์กันล่วงหน้าแล้วว่าหลังสงกรานต์จะเข้มข้นมากกว่าที่ผ่านมา

เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้อย่างเป็นทางการทำให้นักการเมืองคิดแต่จะไปสู่การเลือกตั้ง จึงมีการเรียกร้องในประเด็นต่างๆ

เพื่อปูทางไปสู่อำนาจแบบว่า “ยิ่งเร็วยิ่งดี”

แต่ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ประกาศท่าทีอย่างชัดเจนแล้วว่า รัฐธรรมนูญคือกรอบกว้างๆ

แต่ไม่ใช่สิทธิเสรีภาพที่รัฐบาลจะต้องปล่อยปละทุกอย่าง

กฎหมายลูกที่จำเป็น 4 ฉบับและอีก 6 ฉบับก็สำคัญ ซึ่งเป็นไปตามเวลาที่กำหนดเอาไว้แล้วว่ากี่เดือน ขั้นตอนการเลือกตั้งก็ไปเริ่มปีหน้า ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลา 8 เดือน

“แต่วันนี้เพียงแต่ขอร้องว่าผมจำเป็นต้องเข้ามารักษากติกา เดินหน้าประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ประเทศแข็งแรง”

“รัฐธรรมนูญวันหน้าถ้าจำเป็นก็แก้ กฎหมายอะไรก็แก้ได้เพราะรัฐบาลมีอำนาจทางบริหาร ผมไม่เคยไปต่อต้านอะไร วันหน้าผมก็ต้องทำงานกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอยู่แล้วในฐานะประชาชนคนไทยจะไปอยู่ไหนได้”

นี่คงเป็นท่าทีที่ชัดเจนเป็นโรดแม็ปที่ต้องปฏิบัติตาม

ที่สำคัญก็คือนักการเมืองคงได้รับรู้แล้วว่าจะต้องปฏิบัติตัวกันอย่างไร การเรียกร้องให้เลือกตั้งเร็วขึ้น การขอให้ยกเลิกคำสั่งเพื่อให้พรรคการเมืองจัดกิจกรรมได้

เป็นอันจบและไม่มีทางที่จะลดหย่อนจนกว่าจะถึงปีหน้า

มีทางเดียวก็คือ หันไปแก้ไขปัญหาแต่ละพรรคเป็นการภายในว่าจะดำเนิน การอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะพรรคใหญ่ 2 พรรคที่ดูเหมือนจะยังไม่ลงตัว

โหราจารย์ท่านหนึ่งได้จับยามสาม ตาแล้วพบว่าบุคคลการเมืองสำคัญๆ พึงรับฟังเอาไว้เป็นการล่วงหน้าจะดีกว่า

“ทักษิณ ชินวัตร” คงไม่มีโอกาสทางการเมืองอีกแล้ว

“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็คงไม่ต่างกัน เพราะยังมีคดีความ

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ยังมีความแข็งแกร่งทางการเมืองรองรับ

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ทางที่ดีควรจะตัดสินใจก่อนที่จะต้องปลดระวาง

จะเชื่อหรือไม่เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ในส่วนของรัฐบาล คสช.ที่น่าเชื่อว่าจะต้องมีปัญหาร้อยแปดพันประการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แว่วว่าอีกไม่นานจากนี้ไป

การปรับ ครม.จะเกิดขึ้นเพื่อเขย่าให้ครบเครื่อง

โดยเฉพาะบรรดารัฐมนตรีจากค่าย คสช.ที่อยู่ในตำแหน่งมาตลอดเพียงแต่สลับภาระกันเท่านั้น

ถึงเวลาที่จะต้องขยับปรับออกกันบ้าง

เพื่อให้บุคคลที่มีความสามารถได้เข้ามาแทนที่ เนื่องจากยิ่งใกล้วันเลือกตั้งเข้ามาก็ต้องเร่งสร้าง “ผลงาน” ให้ปรากฏเป็นรูปธรรม

เพราะถึงเวลานี้ย่อมรู้กันดีแล้วว่าใครมีฝีมือมากน้อยแค่ไหน?

“ลิขิต จงสกุล”