บริการข่าวไทยรัฐ

3วัน-ยอดพุ่ง ดับ167 เซ่นสงกรานต์ ฝ่าฝนกฎอื้อ รถไฟชนเละ ปิกอัพตาย1

ยอดตายสังเวยฉลองสงกรานต์ 13 เม.ย. วันเดียวทุบสถิติ 79 ศพ รวม 3 วัน สูงถึง 167 ศพแล้ว สวนทางมาตรการคุมเข้มอุบัติภัยบนท้องถนน โคราช ยังครองแชมป์ 9 ศพ เมาขับและซิ่งรถเร็วเป็น ต้นเหตุหลัก ด้านศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุสั่งจังหวัดปรับแผนตั้งจุดตรวจให้สอดคล้องกับพื้นที่เพื่อลดความสูญเสียตามนโยบาย “ประเทศ ไทยปลอดภัย” หวังลบตัวเลขอันดับ 2 ที่มีอุบัติเหตุมากสุดในโลก ด้าน บช.น. ทุ่มกำลังกว่า 4 พันนาย เตรียมรับคนแห่กลับเข้ากรุง

ฉลองสงกรานต์วันที่ 3 ช่วง 7 วันอันตรายยอดตายพุ่งพรวด ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 14 เม.ย. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แถลงถึงอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2560 สรุปสถิติอุบัติเหตุวันที่ 13 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุ 748 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 79 ราย ผู้บาดเจ็บ 752 คน รวม 3 วัน (11-13 เม.ย.) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,743 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 167 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,795 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เมาแล้วขับ 402 ครั้ง ขับรถเร็ว 240 ครั้ง ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักร-ยานยนต์ จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ นคร-ราชสีมา 9 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ เชียงใหม่ 86 คน

นางกอบกาญจน์กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบสาเหตุที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตยังมาจากการดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับมาตรการและวางแผนตั้งจุดตรวจให้สอดคล้องสถานการณ์ในพื้นที่ เน้นเรียกตรวจผู้ที่ขับรถเร็ว จัดชุดปฏิบัติการประจำตำบลตระเวนสอดส่อง เฝ้าระวังบริเวณสถานที่จัดงานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ เข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัย ในพื้นที่โซนนิ่งเล่นน้ำสงกรานต์และพื้นที่จัดงานของภาคเอกชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการจัดงานมิดไนต์สงกรานต์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อลดความสูญเสียและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล “ประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand)”

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. สั่งการหน่วยปฏิบัติ เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพ ปรับวิธีรวบรวมและรายงานข้อมูลการป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ เน้นลงรายละเอียดให้ครบถ้วน ทำแบบฟอร์มสาเหตุอุบัติเหตุเปรียบเทียบกับสิ่งที่กฎหมายห้าม ไม่เน้นรายงานตัวเลขเทียบกับปีก่อน เพราะไม่มีผลต่อการป้องกันแก้ไขปัญหา ต้องบอกให้ประชาชนรู้ถึงสาเหตุเกิดจากเมาแล้วขับกี่ครั้ง ขับรถเร็วกี่ครั้ง ไม่สวมหมวกหรือเข็มขัดนิรภัยกี่ครั้ง ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกว่าควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เกิดความปลอดภัย ไม่ใช่ให้ทราบเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ประเทศไทยยังติดอันดับ 2 ของโลกที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด หากเราไม่ช่วยกันแก้ไขก็ยากที่จะสำเร็จ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า นายกฯยังกำชับให้ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองที่ประจำอยู่ที่จุดตรวจต่างๆ หมั่นตรวจสอบทั้งรถ ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดอันตราย ให้ตักเตือนป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ จากข้อมูลช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11—17 เม.ย. ผ่านไป 2 วันพบว่าการเมาแล้วขับเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุมากที่สุด รองลงมาคือขับรถเร็ว ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบด้วยว่า ผู้ขับขี่ยังฝ่าฝืนไม่สวมหมวก กันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นจำนวนมาก

ค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดเผยว่า การใช้รถใช้ถนน การจราจร เป็นอีกตัวอย่างเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่อาจไม่มีประสิทธิภาพในอดีต ส่งผลเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินทุกคน กฎหมายออกมาหลายสิบปี อาทิ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติจริงจัง ที่สำคัญ ไม่สร้างจิตสำนึก เช่น การรัดเข็มขัดนิรภัย การสวมหมวกกันน็อก การใช้รถให้ถูกประเภทตามที่จดทะเบียน การขับขี่ขณะเมาสุรา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้ไทยตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยอุบัติเหตุทางถนนเฉพาะช่วงสงกรานต์ 2 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักคือเมาแล้วขับและขับรถเร็ว สิ่งแรกที่ต้องแก้ไขคือตัวเองที่เป็นผู้ขับขี่ก่อน โดยเฉพาะคนขับรถสาธารณะต้องรับผิดชอบความปลอดภัยผู้โดยสาร ต้องมุ่งป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ เช่น การตรวจความพร้อมของรถ คนขับตั้งแต่สถานี ท่ารถโดยสาร และการจัดตั้งด่านตรวจความเร็ว อีกมุมของปัญหาคือระบบขนส่งมวลชนที่ไม่ต่อเนื่องร้อยเปอร์เซ็นต์ รัฐบาลพยายามแก้ไขอยู่

ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. กล่าวถึงอุบัติเหตุพื้นที่ กทม.ว่า วันที่ 11-12 เม.ย.ไม่พบผู้เสียชีวิต ส่วนวันที่ 13 เม.ย. มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นผู้ขี่รถ จยย.ทั้งหมด นอกจากการจับกุมตามมาตรการ 10 ข้อหาหลักยังให้เน้นผู้กระทำผิด 4 ข้อหาเพื่อเป็นแนวทางป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 1.เมาแล้วขับ 2.ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด 3.ขับรถประมาทหวาดเสียว และ 4.แซงในที่คับขัน ส่วนการวางแผนการจราจรประชาชนเดินทางกลับ กทม. ตำรวจจราจรนครบาลเตรียมการเรียบร้อยแล้ว โดยวางกำลังเต็มที่ทั้งหมดทุกโรงพักกว่า 4,000 นาย เน้นเส้นทางขาเข้าเมืองตรวจสอบเส้นทางไม่ให้มีรถบรรทุกขนาดใหญ่จอดเสียข้างทาง ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้หยุดซ่อมแซมถนนชั่วคราว พร้อมทั้งดูแลบริเวณจุดรับส่งรถสาธารณะและสถานีขนส่งต่างๆ ให้การจราจรคล่องตัวไม่ติดขัด ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกปลอดภัย

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดเผยว่า จากการสรุปผลการปฏิบัติงานของศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ UCEP Coordination Center วันที่ 12 เม.ย. และ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงการเดินทางกลับบ้านและช่วงฉลองเทศกาลสงกรานต์วันแรก มีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ขอใช้สิทธิ UCEP มากถึง 243 คน เป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ 80 ราย อย่างไรก็ตามช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้เจ้าหน้าที่มีความพร้อมให้บริการประชาชนผ่านสายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง และประชาชนยังสามารถแจ้งเหตุเมื่อพบผู้ป่วยฉุกเฉินผ่านแอพพลิเคชั่น “EMS1669” เพิ่มเติมด้วย จะทำให้การแจ้งเหตุแม่นยำ และไปช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพียงแค่กดเรียกรถพยาบาลในแอพพลิเคชั่น ระบบจะให้ผู้แจ้งเหตุบันทึกประวัติส่วนตัว อาทิ ชื่อผู้แจ้ง เบอร์ติดต่อกลับ และระบบจะแจ้งพิกัดที่เกิดเหตุฉุกเฉินไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติอัตโนมัติ จะทำให้ศูนย์สั่งการรู้พิกัดจุดเกิดเหตุได้อย่างแม่นยำเพื่อส่งทีมกู้ชีพออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

ส่วนอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังคร่าชีวิตรายวัน รายแรก ร.ต.อ.บุญนำ ศรีนะรัตน์ รองสว. (สอบสวน) สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งกลางดึกวันที่ 13 เม.ย. ว่ารถ จยย.ชนกันตาย 3 ศพ บริเวณถนนสายทวีราษฎร์ภักดี หมู่ 1 ต.มะเร็ต ไปตรวจสอบพบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน ขลษ 178 สุราษฎร์ธานี ชนกับรถ จยย.ฮอนด้า PCX สีดำแดง ทะเบียน ครง 366 สุราษฎร์ธานี มีผู้เสียชีวิต 3 ศ พเป็นชาวต่างชาติ 1 ศพ ชื่อนายอิลเลีย ลูเกียนอฟ อายุ 28 ปี สัญชาติรัสเซีย อีก 2 ศพชื่อนายพีร์วิทย์ เกิดวิหค อายุ 20 ปี และนายวทัญญู สมรูป อายุ 20 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คนคือนายชนะชน สมวงค์ อายุ 20 ปี สอบสวนพบว่าขณะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ขี่รถ จยย.ฮอนด้า PCX ลงเนินมาด้วยความเร็วเกิดชนประสานงากับรถ จยย.คู่กรณีที่วิ่งสวนมาอย่างจัง

คํ่าวันเดียวกัน ร.ต.อ.ธนวัตน์ เสริญอนันต์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.โคกสว่าง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ตรวจสอบรถ จยย.ชนกันที่ถนนทางบ้านบึงงาม ต.บึงงาม พบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีฟ้า ทะเบียน กจล 410 มุกดาหาร และรถ จยย.ยามาฮ่า เฟรช ทะเบียน 1 กข 5710 อุดรธานี ที่เกิดเหตุพบศพนายกิตติชัย โพธิ์บุบผา อายุ 24 ปี กับนายฎิรัฐ ขาวผ่อง อายุ 22 ปี และนายปิยะศักดิ์ กรพันธ์ อายุ 20 ปี บาดเจ็บสาหัส สอบสวนทราบว่า นายฎิรัฐเป็นทหารเกณฑ์รอปลดประจำการปลายเดือน เม.ย.นี้ ก่อนเกิดเหตุขี่รถ จยย.ทะเบียน 1 กข 5710 อุดรธานี มีนายปิยะศักดิ์นั่งซ้อนท้ายเกิดชนกับรถของนายกิตติชัยที่วิ่งสวนเลนตายเจ็บทั้งสองฝ่าย

ที่ จ.กาฬสินธุ์ เวลา 10.30 น. วันที่ 14 เม.ย. ร.ต.อ.ไพบูลย์ ภูไชยแสง ผช. (สอบสวน) สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ รับแจ้งรถบัสพลิกคว่ำบนถนนสายสมเด็จ-สกลนคร บริเวณทางโค้งใกล้กับจุดชมวิวผาเสวย บนเทือกเขาภูพาน บ้านแก้งกะอาม ต.ผาเสวย ตรวจสอบพบรถบัสสีส้ม ทะเบียน 30-0184 บุรีรัมย์ ของวงดนตรี “สมจิตร บ่อทอง” หมอลำชื่อดังพลิกคว่ำผู้โดยสารเป็นลูกวงบาดเจ็บกว่า 30 คน จึงนำส่ง รพ.สมเด็จ สอบสวนนายวิไล จำปามูล อายุ 43 ปี คนขับ 1 ในผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ขับรถพาลูกวงของ “สมจิตร บ่อทอง” ออกจากเวที อ.นาหว้า จ.นครพนม มุ่งหน้าไปแสดงต่อที่ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งลาดชัน อีกทั้งรถอยู่ในสภาพเก่าทำให้เบรกไม่อยู่หลุดโค้งพลิกคว่ำ เคราะห์ดีไม่มีใครเสียชีวิต

ด้าน ร.ต.อ.หญิง อรรจนาฏ เขียวจันทร์ รอง สว.(สอบสวน ) สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งตอนเย็นวันที่ 13 เม.ย.ว่า มีรถกระบะชนต้นไม้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บบนสายเบญจมราชูทิศ-ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช หมู่ 1 ต.อินคีรี ตรวจสอบพบรถกระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีขาว ทะเบียน บท 1062 สงขลา เสียหลักชนกับต้นไม้พังยับทั้งคัน ในรถพบผู้เสียชีวิต 1 ศพชื่อ น.ส.อาลิสา เกลาฉีด อายุ 25 ปี ชาว ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และผู้บาดเจ็บ 2 คนคือ ร.ต.อำนวย เกลาฉีด อายุ 60 ปี ทหารนอกราชการและนางเกษร เกลาฉีด อายุ 50 ปี สองสามีภรรยา และพ่อแม่ของ น.ส.อาลิสา นำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช สอบสวนไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ คาดว่า ร.ต.อำนวยขับรถมาด้วยความเร็วเกิดแหกโค้งพุ่งชนต้นไม้ริมถนน

ที่ จ.ตรัง พ.ต.ต.เมธี ภิญโญประการ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ไปสอบสวนรถชนกันเมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 14 เม.ย. ที่ถนนบายพาส สายบ้านโพธิ์-คลองเต็ง หมู่ 1 บ้านแผ่นดินลุม ต.บ้านโพธิ์ พบรถ จยย.ยามาฮ่า มีโอ สีชมพู ทะเบียน ขมย 430 ตรัง ชนกับพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กท 4998 ตรัง ห่างไปประมาณ 40 เมตร พบศพนางละม้าย คงหาเพชร อายุ 47 ปี ชาว ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง มี ส.อ.ภาณุวัฒน์ ยินดียม อายุ 30 ปี สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 นราธิวาส คนขับรถเก๋ง ให้การว่า ขับรถออกมาจาก จ.นราธิวาส แวะส่งเพื่อนทหารที่ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างมุ่งกลับบ้านที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีหมอกลงจัดทัศนวิสัยไม่ดีมีรถ จยย.ผู้ตายวิ่งสวนมาไม่มีไฟหน้า แต่ใช้ไฟฉายติดแทน ทำให้มองไม่เห็นพุ่งชนกระเด็น หลังให้ปากคำ ส.อ.ภาณุวัฒน์ได้คุกเข่ากราบศพผู้ตายและขออโหสิกรรมญาติผู้เสียชีวิตด้วย

ที่ จ.ราชบุรี 5 โมงเย็นวันเดียวกัน ร.ต.อ.พลาญชัย ชัยชนะ รอง สว. (สอบสวน) สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถกระบะมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคนบริเวณจุดตัดข้ามทางรถไฟ หมู่ 7 บ้านศีรษะแรด ต.คลองข่อย ตรวจสอบพบรถไฟด่วนขบวนที่ 171 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ ห่างไป 200 เมตร พบรถปิกอัพนิสสัน นาวาร่า แค็บ สีดำ ทะเบียน 1 ฒ-9331 กรุงเทพมหานคร ถูกชนพังทั้งคันตกอยู่ข้างทาง ใกล้รถพบศพ ด.ช.ปฏิภาณ กันณะ อายุ 10 ขวบ และผู้บาดเจ็บอีก 6 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลเจ็ดเสมียนชื่อนายสามารถ บุตรดี อายุ 40 ปี คนขับ นายบารมี เชื้อหงส์ อายุ 28 ปี นางสุรีรัตน์ กัณนะ อายุ 36 ปี นางสุวรรลีย์ จันทร์กล่อม อายุ 47 ปี นายวิทยา สูนพลอย อายุ 51 ปี และ ด.ญ.อริสา กัณนะ อายุ 14 ปี ทั้งหมดเป็นชาว อ.โพธาราม สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสามารถขับรถพาผู้โดยสารรวม 13 คนนั่งรถจะไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่วัดมณีโชติ ห่างจากจุดเกิดเหตุ 2 กม. ระหว่างผ่านจุดตัดทางรถไฟถูกรถไฟขบวนดังกล่าวพุ่งชน ทำให้ ด.ช.ปฏิภาณที่นั่งกระบะท้ายกระเด็นเสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่นั่งอยู่ท้ายกระบะ