วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลอกซื้อโรงแรม700ล้าน! แก๊งใหญ่ไทยเกาหลี ตระเวนตุ๋น หวังฟันค่านายหน้า

แก๊งต่างชาติร่วมกับคนไทย หลอกซื้อโรงแรมที่กระบี่หวังฟันเงินค่านายหน้า โอนค่ามัดจำ รูดบัตรแบบ"ออฟไลน์" 60 ล้าน แต่มีพิรุธทำนอกเวลา และรหัสเดียวกันหมด ธนาคารตรวจพบแจ้งตร.รวบได้ 5 คน คนไทยปฏิเสธ เกาหลี มองโกเลียสารภาพ พบหลอกซื้อโรงแรมในไทยร่วม 5 พันล้าน... 

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 60 พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภ.จว.กระบี่ ได้จับกุมกลุ่มบุคคลชาวไทยและต่างชาติ รวม 5 คน ตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ลงวันที่ 13 เมษายน 60 ในข้อหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารสิทธิปลอม มีผู้ต้องหาประกอบด้วย นางธนกร ชีวิตรุ่งเรือง อายุ 44 ปี นายจอห์น อินลี อายุ 46 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ นายเคียวชักโช อายุ 49 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ นายอังสกัน อมานไต อายุ 36 ปี สัญชาติมองโกเลีย และนางจากาลนิมิช เทศเดนดามา อายุ 35 ปี สัญชาติมองโกเลีย

พ.ต.อ.เชิดพงษ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากธนาคารกรุงเทพสาขากระบี่ ว่า มีกลุ่มผู้ต้องสงสัยชายหญิงเป็นคนไทยและต่างชาติ ได้ติดต่อขอซื้อโรงแรมกระบี่เฮอริเทจ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เป็นจำนวน เงิน 700 ล้านบาท แต่ได้มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายกันที่ 300 ล้านบาท นัดทำรายการกันที่ธนาคารกรุงเทพ สาขากระบี่ โดยมีการใช้เครื่องรูดบัตรเครดิตในลักษณะการใช้ระบบออฟไลน์ ซึ่งในตอนแรกรูดแล้วไม่ผ่าน จึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

พบว่า เมื่อช่วงระหว่างวันที่ 10-11 เม.ย.60 เวลาประมาณ 22.00 น.-01.00 น. กลุ่มผู้ต้องหาได้รูดบัตรเครดิตด้วยตนเองจำนวน 65 ครั้ง เป็นเงินจำนวนประมาณ 60 ล้านบาท แล้วนำสลิปดังกล่าวมาแสดงให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่จะซื้อดู เพื่อยืนยันว่าจะทำการซื้อจริง แต่เมื่อทางธนาคารกรุงเทพสาขากระบี่ ได้ตรวจสอบกลับไปพบว่าสลิปแต่ละใบ ที่ทำการรูดไปนั้น มีรหัส (App Code) ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อตรวจสอบสลิป พบว่าเป็นรหัสเดียวกันทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงแล้วการทำรายการแต่ละครั้ง จะมีรหัส (App Code) ที่ไม่เหมือนกัน และในการรูดจะเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตรเท่านั้น ทางธนาคารเจ้าของบัตรจึงได้ปฏิเสธในการทำรายการ เนื่องจากเงินในบัญชีไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ต้องหารายนี้ยังได้ติดต่อขอซื้อโรงแรมพาวิลเลี่ยนควีนส์เบย์ อ่าวนาง อีกจำนวน 550 ล้าน และได้ทำการรูดด้วยบัตรแบบเดียวกันนี้ อีกจำนวน 118 ล้านบาท เพื่อชำระค่ามัดจำ แต่ยังไม่มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวน และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ พบว่ากลุ่มคนร้ายไม่มีความสามารถที่จะซื้อโรงแรมดังกล่าวได้จริง แต่มีการวางแผนหลอกลวงเป็นขั้นตอน จนกระทั่งมาตกลงจะซื้อในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดยาว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบและติดต่อประสานงานกันได้ทัน โดยจะรูดบัตรในเวลา 22.00 น.เป็นต้นไป เนื่องจากในเวลาดังกล่าวทางระบบของธนาคารจะปิดทำการไม่สามารถตรวจสอบได้ เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เสนอต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับกุมในที่สุด เบื้องต้นนางธนกรและนางจากาล ให้การปฏิเสธ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือให้การรับสารภาพ จึงควบคุมตัวส่งเจ้าพนักงานสอบสวนสภ.อ่าวนาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.เชิดพงษ์ กล่าวอีกว่า การกระทำดังกล่าวนั้นมีการวางแผนเป็นขั้นตอน เพื่อหวังเงินส่วนต่าง เช่นค่านายหน้า ค่าติดต่อประสานงาน หากทางเจ้าของโรงแรมหลงเชื่อ ซึ่งการรูดบัตรเครดิตของต่างประเทศนั้น จะต้องมีการรอเวลาในการตรวจสอบกับทางธนาคารที่ต่างประเทศ ทำให้คนร้ายใช้เวลาใกล้วันหยุดยาวมาหลอก หากเจ้าของโรงแรมหลงเชื่อ ก็ต้องจ่ายค่านายหน้า ค่าติดต่อประสานงานให้กับบุคคลเหล่านี้ ซึ่งเมื่อได้รับเงินก็จะหลบหนีไปทันที

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติของนางธนกร ซึ่งเดิมเป็นชาว จ.เชียงใหม่ พบว่า มีประวัติคดีฉ้อโกง และคดีในลักษณะนี้มาแล้ว 9 คดี ขณะที่ประวัติกลุ่มผู้ต้องหา เคยมีการติดต่อขอซื้อโรงแรมในจังหวัดกระบี่และจังหวัดอื่นๆ อีกหลายแห่ง รวมมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนขยายผลต่อไป

(ภาพจากชุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่)