บริการข่าวไทยรัฐ

'มีชัย' เผย รธน.ใหม่ ช่วยฝ่ายตุลาการ พ้นมือฝ่ายการเมือง

"มีชัย" เผยรัฐธรรมนูญใหม่ช่วย "ศาลยุติธรรม-ศาลปกครอง-อัยการ" พ้นการเมืองแทรกแซง 

เมื่อวันที่ 14 เม.ย.60 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการพิจารณาร่างกฎหมาย 3 ฉบับ ที่เกี่ยวกับข้าราชการของกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และอัยการ ภายใน 1 ปี ตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า กฎหมายในส่วนของอัยการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช.เป็นเรื่องเกี่ยวกับอายุ ไม่ใช่ข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญ ที่ทั้ง 3 หน่วยงานต้องเสนอปรับแก้กฎหมายภายใน 1 ปี ให้สอดคล้องตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า การปรับแก้ที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ใช่คนในองค์กรทั้งสาม จะกระทบต่ออิสระการทำงานหรือไม่ ตนคิดว่า คงไม่ เพราะเดิมผู้ทรงคุณวุฒิบางส่วนจะมาจาก ครม.แล้วก็มาจากสภา คราวนี้เรากำหนดจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิไว้แล้วให้เขาเลือกเอาเอง ตรงนี้ก็เป็นเรื่องของเขาว่า จะเลือกเอาใครเข้ามาจะได้ไม่มีสายสัมพันธ์กับ ครม.หรือสภา เพราะของเดิมตรงนี้มาจากสภา ใครก็มาวิ่งเต้นที่สภา มีการล็อบบี้ ก็กลายเป็นคนของครม. คนของสภา แต่คราวนี้ไม่ใช่ ก็ไปเปิดรับสมัครหรือจะให้ที่ประชุมใหญ่เสนอ 10 คน แล้วให้ผู้พิพากษาเลือกก็ได้ ซึ่งก็ขึ้นกับวิธีที่จะไปคิดกัน

               
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560 มีเนื้อหากำหนดให้ ครม.ต้องเสนอร่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านยุติธรรม ให้สนช.พิจารณา ภายใน 1 ปี ดังนี้ 1. มาตรา 196 ประกอบมาตรา 277 ให้ครม.เสนอแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล และผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการ ไม่เกิน 2 คน เพื่อให้สนช.พิจารณาภายใน 1 ปี นับจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ 2. มาตรา 198 ประกอบมาตรา 277 ให้ครม.เสนอแก้กฎหมาย ที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ประกอบด้วย ประธานศาลปกครองเป็นประธาน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นตุลาการ และผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่เป็นหรือเคยเป็นตุลาการ ไม่เกิน 2 คน เพื่อให้สนช.พิจารณาภายใน 1 ปี และ 3. มาตรา 248 วรรคสาม ประกอบมาตรา 277 ให้ครม.เสนอแก้กฎหมาย ที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการอัยการประกอบด้วย ประธานต้องไม่เป็นอัยการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีบุคคลที่ไม่ใช่อัยการอย่างน้อย 2 คนเพื่อให้สนช.พิจารณาภายใน 1 ปี โดยระหว่างที่ยังไม่ได้นับจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ห้ามอัยการเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นหุ้นส่วนในบริษัท หรือเป็นที่ปรึกษาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง