วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5 ปฎิบัติการเตรียมพร้อม รับวิกฤติ..ช่วงเทศกาล

วันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เป็นอีกครั้งที่บนท้องถนน ทางหลวงสายต่างๆจะเต็มไปด้วยยานพาหนะจำนวนมาก มีทั้งเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและเดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเกิด ซึ่งแน่นอนที่สุดในช่วงเทศกาลหยุดยาวของทุกปี สิ่งที่มักตามมาก็คือ การเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะบนท้องถนน

ซึ่งแค่เพียง 2 วันแรกของการเริ่มต้นเทศกาล ตัวเลขที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) แถลง ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุถึง 995 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,049 คน และเสียชีวิตถึง 82 ราย

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า ทุกปีช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุทางถนนและมียอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดมากกว่าช่วงปกติถึง 2 เท่า....!!!!

อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์การบาดเจ็บจากการจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของกรมควบคุมโรค ที่ผ่านมา ข้อมูล ณ วันที่ 29 มีนาคม 2560 พบว่าในช่วงปี 2554-2559 มีผู้เสียชีวิต 415 คน เฉลี่ย 60 คนต่อวัน บาดเจ็บ 27,150 คน เฉลี่ย 3,900 คนต่อวัน

โดยพบว่าช่วงสงกรานต์ปี 2559 มีผู้เสียชีวิต 501 คน 56% เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งบ่งบอกถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุ กลุ่มที่เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงสุดคือกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน อายุ 15-24 ปี กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีการดื่มสุรา และพบว่ารถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด อุบัติเหตุที่มีการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดบนถนนทางหลวง ช่วงเวลาที่เกิดเหตุสูงสุดคือ 14.00-20.00 น.

วันที่มีการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดคือวันที่ 13 เมษายนของทุกปี.....

“เพื่อเป็นการลดความสูญเสียจากการบาดเจ็บและเสียชีวิต กรมควบคุมโรคจึงได้มีมาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการจราจรหลายมาตรการด้วยกัน ทั้งมาตรการตรวจจับตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยการชี้เป้าอำเภอเสี่ยง 100 อำเภอ จัดทีมตรวจจับ ตรวจเตือน ครอบคลุม 12 เขตสุขภาพ ในช่วงวันเวลา พื้นที่ ร้านค้า กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง”

ที่น่าสนใจ อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า ได้จัดให้มีการตั้ง “ด่านชุมชน” เพื่อเป็นกำลังเสริมให้แก่จุดตรวจและจุดบริการประชาชน เพื่อป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ลดปัจจัยเสี่ยง ประชาสัมพันธ์ และสนับสนุนให้เยาวชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการสื่อสารมาตรการและสร้างความตระหนักรู้ในระยะยาวโดยยึดแนวทางประชารัฐ

“ส่วนที่เป็นมาตรการหลักของกรมควบคุมโรคในการดำเนินการในภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ผมได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทุกแห่งเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค หรือ EOC-RTI ทุกวัน ในช่วงเทศกาล และเตรียมความพร้อมทีมสอบสวนกรณีอุบัติเหตุรายใหญ่ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของด่านชุมชน วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์รายวัน เพื่อชี้ประเด็นและข้อเสนอการแก้ไขปัญหา” คุณหมอเจษฎาบอก

และเพื่อให้การเดินทางในวันหยุดยาวทั้งไปและกลับของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีความปลอดภัยมากขึ้น กรมควบคุมโรคได้แนะนำเทคนิค 5 ปฏิบัติการรับมือวิกฤติช่วงเทศกาล ที่ประชาชนสามารถที่จะเตรียมความพร้อมของตนเองได้อย่างง่ายๆ โดยไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น หากแต่สามารถทำได้ทุกช่วงเวลาที่ต้องออกเดินทาง

เริ่มจาก 1.เช็กสภาพของเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อนจะเดินทางไกล ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟฉุกเฉิน เบรก ลมยาง หม้อน้ำ ที่ปัดน้ำฝน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องตรวจเช็กให้ดีก่อนออกเดินทาง เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมาระหว่างทางจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ และอาจทำให้สงกรานต์ครั้งนี้หมดสนุกได้

2.เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม โดย เฉพาะ “อุปกรณ์ฉุกเฉิน” และควรศึกษาวิธีการขั้นต้นในการช่วยเหลือตัวเองหากเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางกันไว้ก่อน เช่น วิธีการเปลี่ยนยางรถยนต์ การเติมน้ำมันด้วยตัวเอง พร้อมเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือจำพวกแม่แรง น้ำมันสำรอง ยางสำรอง ถังดับเพลิงขนาดเล็ก ฯลฯ และเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานต่างๆ เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน หากเราประสบอุบัติเหตุ หรือพบเจออุบัติเหตุก็ยังสามารถช่วย เหลือตัวเองเบื้องต้นไปได้ก่อน

3.ศึกษาเส้นทางและหาตัวช่วยให้พร้อม การออกเดินทางควรศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ในยุคโซเชียลแบบนี้การหาเส้นทางเดินรถก็ง่ายนิดเดียว แค่โหลด Application ต่างๆมาใช้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง หรือ Application ที่ช่วยเช็กสภาพอากาศระหว่างการเดินทาง แค่นี้ก็ทำให้การเดินทางไกลสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

4.โทรศัพท์มือถือต้องพร้อม เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือสื่อสารแล้วยังมีประโยชน์ในหลายๆด้านอีกด้วย เช่น ไฟฉาย แผนที่ นาฬิกาปลุก กล้องถ่ายรูป สมุดโน้ต และอีกมากมาย แต่ข้อจำกัดในเรื่องของแบตเตอรี่นั้นจะกลายเป็นอุปสรรคในการใช้งานได้ ดังนั้น อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ชาร์จไฟสำรองไปด้วย

5.ควรมีการแวะพักเพื่อปรับเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ เพื่อป้องกันอาการง่วงนอน หรือหากรู้สึกง่วงมากๆและจำเป็นต้องนอนพักในรถยนต์ ควรหาที่จอดในที่โล่งแล้วดับเครื่องยนต์ แง้มกระจกลงสักนิด 2-3 เซนติเมตร เพื่อระบายอากาศและรับลมจากภายนอก ห้ามเปิดแอร์และปิดกระจกโดยเด็ดขาด เมื่อจะพักหลับให้ใช้พัดลมแอร์ ซึ่งพัดลมแอร์จะดูดอากาศมาหมุนเวียนในห้องโดยสาร แม้จะไม่เย็นเหมือนแอร์แต่ก็ทำให้หลับได้เช่นกัน และควรนอนพอให้หายอ่อนเพลียประมาณ 30-40 นาที เมื่อพร้อมแล้วจึงเดินทางต่อ

และหากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือพบผู้ที่นอนในรถนานผิดปกติ เคาะเรียกแล้วไม่รู้สึกตัว ขอให้โทร.ขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวในตอนท้ายว่า การเตรียมความพร้อมบวกกับมาตรการที่ภาครัฐดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าทุกๆวันหยุดเทศกาล จะมีคนไทยตายและเจ็บจากอุบัติเหตุน้อยลงแน่นอน.