วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจกให้ถูกคน

เพราะ “วันสงกรานต์” กับ “วัน ผู้สูงอายุแห่งชาติ” เป็นวันเดียวกัน

จึงเป็นโอกาสดีนาทีทองที่รัฐบาลต้องหยิบประเด็นผู้สูงอายุมาตีปี๊บโฆษณาหาคะแนนนิยม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีจิตศรัทธาจะเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจาก 600 บาทต่อคนต่อเดือน ขึ้นเป็น 1,200 บาท หรือ 1,500 บาทต่อคนต่อเดือน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน

โดยเฉพาะคนชราผู้มีฐานะยากจน หรือมีรายได้ไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อปี ซึ่งมีจำนวนราว 2 ล้านคน จากผู้สูงอายุทั้งประเทศ 10 ล้านคน

โฆษกไก่อู แถลงเพิ่มเติมว่า หลังปิดการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ผ่านไป รัฐบาลจะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. เพื่อหาข้อสรุปว่าจะจ่ายเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเท่าใด? และจะหางบจากที่ไหนมาอัดฉีดเพิ่มเติม??

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าถ้ารัฐบาลจะเพิ่มเบี้ยคนชราจากเดือนละ 600 บาทเป็นเดือนละ 1,200 บาทต่อคน

รัฐบาลต้องจัดหางบอัดฉีดเพิ่มอีก 100 เปอร์เซ็นต์

แต่ถ้ารัฐบาลใจป้ําจะจ่ายเบี้ยยังชีพคนชราขึ้นเป็น 1,500 บาทต่อเดือน

รัฐบาลต้องจัดหางบอัดฉีดเพิ่มขึ้นอีก 150 เปอร์เซ็นต์

ถ้ารัฐบาลจะเน้นเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชราเฉพาะผู้ที่มีฐานะยากจน หรือผู้สูงอายุมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี จำนวน 2 ล้านคน

รัฐบาลจะต้องใช้งบราว 3,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 36,000 ล้านบาทต่อปี

“แม่ลูกจันทร์” สนับสนุนให้รัฐบาลตัดสินใจเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชราเป็นเดือนละ 1,500 บาทไปเลย

เพราะผลสำรวจล่าสุด ระบุว่าผู้สูงอายุต้องใช้จ่ายขั้นต่ำที่สุด 50 บาทต่อวัน หรือ 1,500 บาทต่อเดือน จึงจะพอประทังชีวิตอยู่รอดได้ในภาวะค่าครองชีพปัจจุบัน

ดังนั้น การเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชราจาก 600 บาท เป็น 1,500 บาทต่อเดือน จึงเป็นอัตราเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าปัญหาอยู่ที่รัฐบาลต้องแบกภาระจ่ายเบี้ยยังชีพคนชรากว่า 7 ล้านคน ต้องใช้เงินอัดฉีดกว่า 7 หมื่นล้านบาทต่อปี

สาเหตุ เพราะรัฐบาลแจกเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุที่ไปลงทะเบียนทุกคน...

โดยไม่มีการตรวจสอบคัดกรอง

ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพคนชราว่าต้องมีฐานะยากจนจริงๆ

เล่นแจกกันสะเปะสะปะอย่างนี้ก็บานทะโร่น่ะซีโยม

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควรเป็นสิทธิที่รัฐจัดช่วยเหลือ “เฉพาะ” ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจนจริงๆ

ไม่ใช่เงินแจกฟรีผู้มีอายุ 60 ปีทุกราย

รัฐบาลจะได้เอางบก้อนนี้ไปเพิ่มเบี้ยยังชีพให้คนชราที่ยากจนให้เพียงพอแก่การดำรงชีพตามสมควร

ดังนั้น การที่รัฐบาลต้องแบกภาระ รายจ่ายมหาศาลกว่า 7 หมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อแจกเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุ 7 ล้านคน โดยไม่คัดกรองว่าใครจนจริง? ใครจนไม่จริง? จึงเป็นนโยบายที่ผิดพลาดจังเบอร์

“แม่ลูกจันทร์” จึงเห็นด้วยที่รัฐบาลจะเน้นแจกเบี้ยยังชีพคนชราเฉพาะผู้มีฐานะยากจน 2 ล้านคน คนละ 1,500 บาทต่อเดือน หรือ 3.6 หมื่นล้านบาทต่อปี

ทำให้รัฐบาลประหยัดรายจ่ายได้อีกเท่าตัว

แถมมีงบเหลือไปซื้อเรือดำน้ำได้อีก 3 ลำ.

“แม่ลูกจันทร์”