บริการข่าวไทยรัฐ

พท.กดดัน เลิกใช้ม.44

ดาหน้าถล่มบิ๊กตู่ ส่อขยับโรดแม็ป โหรวารินทร์เชียร์ คืนสนาม ลต.ปี 62

แกนนำ พท.แท็กทีมถล่ม “บิ๊กตู่” ส่อขยับโรดแม็ปเลื่อนการเลือกตั้ง“พงศ์เทพ” จวกผู้นำผิดคำพูดมาตลอด บี้ซ้ำปลดล็อกการเมือง หยุดใช้ ม.44 “วัฒนา” แขวะถ่วงเวลาไปได้อีกไม่นาน ชาวบ้านเรียนรู้แล้วเผด็จการตัวถ่วงความเจริญของชาติ ปลุกประชาชนร่วมทวงคืนอำนาจ “อ๋อย” ซัดคงอำนาจพิเศษส่งผลเสียเท่ากับยืนยันประเทศไทยยังไม่มี รธน. “สมศักดิ์” ประชดกำหนดวันกาบัตรสุดแต่ใจ “ประยุทธ์” เลย เชื่อโอกาสสูงเลือกตั้งลากยาวไปปี 62 ภท.เตือนถ้าล่าช้าโดยไร้เหตุผล เสี่ยงเผชิญแรงกดดันทั้งใน-นอกประเทศ “อภิสิทธิ์” ค้านตั้งธงร่าง ก.ม.ลูกเต็มเพดาน 8 เดือน ขู่ตั้งนายกฯที่ ส.ส.ไม่ยอมรับก็อยู่ไม่ได้ รัฐจัดพิธีบำเพ็ญกุศลใหญ่ 10 พระอารามหลวง ทำบุญ 235 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ “โหรวารินทร์” ชี้หลังมีรธน.ใหม่ไม่มีอะไรน่าห่วง เชียร์ปี 62 เหมาะสุดคืนสนามเลือกตั้ง

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาขอให้นักการเมืองอดทน ห้ามเคลื่อนไหว โดยกระบวนการเลือกตั้งจะเริ่มต้นนับหนึ่งในปี 2561 ทำให้ฝ่ายการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นความพยายามจะยื้อเลื่อนโรดแม็ปออกไปจัดการเลือกตั้งได้ในปี 2562

พท.ฉะ “บิ๊กตู่” ผิดคำพูดเลื่อนโรดแม็ป

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายกฯขอให้นักการเมืองอดทน โดยขั้นตอนการเลือกตั้งจะเริ่มนับปี 61 จนทำให้ถูกมองว่าโอกาสการเลือกตั้งอาจไปเกิดขึ้นปี 62 ว่า โรดแม็ปของ คสช.เลื่อนมาตลอด ความต้องการของคนที่มีอำนาจต้องการจะอยู่ในอำนาจไปนานๆ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหนคงไม่มีใครบอกได้ โดยเฉพาะอำนาจที่ได้มาโดยวิถีทางที่ไม่ถูกต้อง และลากมานาน คงต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ได้เกี่ยวกับว่านักการเมืองอดทนหรือไม่อดทน แต่เกี่ยวกับว่าอำนาจอธิปไตยควรอยู่กับใคร เมื่อเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่ขณะนี้ประชาชนไม่ได้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะมีการมายึดอำนาจอธิปไตยจากประชาชนไป เพราะ ฉะนั้นต้องไปถามประชาชนมากกว่าว่า ประชาชนอยากใช้อำนาจอธิปไตยของตัวเอง หรืออยากให้พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจอธิปไตยอยู่ และคิดการที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเรื่องนี้ ผิดคำพูดมาโดยตลอด ประชาชนคงเห็นได้เองว่าความต้องการเป็นอย่างไร

ไล่บี้เลิก ม.44 -ปลดล็อกการเมือง

นายพงศ์เทพกล่าวว่า ส่วนกรณีที่รัฐบาลและคสช.ยืนยันไม่ยกเลิกใช้มาตรา 44 ไม่เห็นว่ารัฐบาลจำเป็นใช้มาตรา 44 อีกต่อไป เพราะมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ในโอวาทอยู่แล้ว ตอบสนองงานอยู่ตลอดเวลา และเวลานี้ยิ่งใช้ยิ่งทำให้เห็นถึงการกระทำที่ขัดหลักนิติธรรม ต้องถามนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ด้วยว่า มี เหตุผลอะไรที่เขียนรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ใช้มาตรา 44 ได้ ทำไมไม่มีมาตรา 44 ให้รัฐบาลใน อนาคตที่มาจากการเลือกตั้งไว้ใช้บ้าง ส่วนที่ยังไม่ปลดล็อกการเมืองนั้น อยากให้ลองคิดดูคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน อยากตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา แต่ขณะนี้ยังตั้งไม่ได้ แม้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วก็ต้องใช้เวลาสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจนโยบายพรรค จึงไม่เห็นเหตุผลปิดกั้นการเคลื่อนไหว และอย่าว่าพรรคการเมืองเลย แม้แต่การแสดงความคิดเห็น ของประชาชนยังถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ โดยไม่เห็นองค์กรอิสระทั้งหลายเข้ามาปกป้องประชาชน

“วัฒนา” สับมี รธน.แต่จำกัดเสรีภาพ

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ” สงกรานต์ปีนี้มีความพิเศษหลายอย่าง เรามีรัฐธรรมนูญที่ถูกประกาศใช้แล้วแต่ประชาชนยังถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพเหมือนเดิม เช่น อาจถูกทหารจับ ค้นและนำตัวไปควบคุมได้ 7 วันโดยไม่ต้องมีหมาย หรือผู้นำยังมีอำนาจพิเศษแต่ไม่ต้องรับผิดชอบ เช่น ออกคำสั่งให้ประชาชนที่นั่งเบาะหลังต้องคาดเข็มขัดนิรภัยโดยอ้างเป็นมาตรฐานสากล ส่วนประชาธิปไตยกลับเป็นมาตรฐานแบบไทย หรือออกคำสั่งพิเศษแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือจำกัดเสรีภาพสื่อ เป็นต้น

อัดเผด็จการตัวถ่วงความเจริญชาติ

นายวัฒนาระบุว่า เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ ขออวยพรให้พี่น้องประชาชนมีสุขภาพสมบูรณ์ มีกำลังใจที่จะต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายไปจนถึงวัน เลือกตั้ง เผด็จการถ่วงเวลาไปได้ไม่นาน ท้ายที่สุด ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งอยู่ดี แต่บนความโชคร้ายยังมีส่วนดี อย่างน้อยทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ว่าเผด็จการเป็นตัวถ่วงความเจริญของชาติ ถ้าดีจริงอย่างที่พยายามโฆษณาทั้งโลกคงพร้อมใจกันเป็นเผด็จการหมดแล้ว อีกทั้งยังทำให้ประชาชนรับรู้ว่าพรรคใด ที่ต่อสู้กับเผด็จการ พรรคใดที่เรียกร้องให้เผด็จการออกมายึดอำนาจหรือเห็นดีเห็นงามกับเผด็จการ สำหรับ ตนและพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนว่า พวกเราไม่เอาเผด็จการและจะต่อสู้กับเผด็จการเพื่อเอาอำนาจที่ควรเป็นของประชาชนคืนให้กับเจ้าของอำนาจ การ ต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นและมีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เบ่งบานบนแผ่นดินนี้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชนที่พร้อมจะต่อสู้ร่วมกับพวกเราหรือไม่

“อ๋อย” ซัดคง ม.44 หักล้างหัวใจ รธน.

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันไม่ยกเลิกใช้มาตรา 44 ว่าการมีรัฐธรรมนูญหมายความว่าเรามีกฎหมายสูงสุดที่รับรองการใช้ 3 อำนาจอธิปไตยทั้งบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ รับรองการแบ่งแยกอำนาจ การตรวจสอบซึ่งกันและกัน และรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้กฎหมายเดียวกัน แต่การที่ยังคงอำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ไว้ เท่ากับเป็นการหักล้างเนื้อหาสำคัญของรัฐธรรมนูญ โดยหมายความว่าประเทศเรายังไม่มีการรับรองการใช้อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 อำนาจ ไม่รับรองการอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน และไม่รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน มีผลเท่ากับว่าขณะนี้เรายังไม่มีรัฐธรรมนูญจริงไปจนกว่ารัฐบาลใหม่เข้ารับหน้าที่หลังการเลือกตั้ง เท่ากับเรายังปกครองภายใต้ระบบอำนาจที่อยู่ในมือของกลุ่มบุคคล

ส่งผลร้ายยืนยันไทยยังไม่มี รธน.

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ต่อคนทั้งประเทศ หรือต่อประเทศโดยส่วนรวม ไม่เป็นที่ยอมรับจากนานาชาติด้วย ไม่ใช่เป็นความเสียหายต่อนักการเมืองหรือกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ สิ่งที่น่าห่วงคือ ถ้าหากกติกาเป็นตามหลักนิติธรรม คนที่ไม่ทำผิดกฎหมายไม่น่าห่วง แต่เมื่อกติกาไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมน่าห่วงสำหรับผู้ที่ทำอะไรถูกกฎหมาย เพราะระบบที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เป็นหลักสากลโดยทั่วไป ย่อมให้โทษกับผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อมีรัฐธรรมนูญที่มีผู้ร่างรัฐธรรมนูญและผู้ที่สนับสนุนเห็นว่าดีแล้ว ไม่ควรให้คนหรือกลุ่มบุคคลมีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญได้อีก การยังคงอำนาจมาตรา 44 อยู่ต่อไปเป็นปัญหาว่า จะมีเพื่อประโยชน์อะไร ส่งผลเสียที่ชัดเจนเท่ากับเรายังยืนยันว่าประเทศนี้ยังไม่มีรัฐธรรมนูญ ทางที่จะป้องกันไม่ให้เกิดสภาพขัดแย้งอย่างนี้คือ งดการใช้อำนาจตามมาตรา 44

“พิชัย”หวังได้ผู้นำใหม่สติปัญญาสูง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงช่วยดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัวมีความสุขและสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดสมปรารถนาทุกประการ นั่งหลังรถกระบะก็อย่าถูกจับ อย่าให้ถูกเรียกเก็บภาษีมากเพื่อมาชดเชยที่ถูกหาว่าถังแตก อย่าโดนขึ้นภาษีแวต และขอให้ประเทศไทยมีโรงงานผลิตไฟฟ้าแบบที่เป็นอนาคตของโลก ไม่มีบรรษัทน้ำมันมากินหัวคิวสัมปทานรัฐ มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก่อนสงกรานต์หน้า นักลงทุนมีความเชื่อมั่น และหันกลับมาให้ไทยเป็นศูนย์กลางไม่ใช่มาเลเซีย มีผู้นำคนใหม่ที่มีสติปัญญาสูงสามารถนำพาประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองทำให้คนไทยร่ำรวยและไม่ลำบากกันอีก

“ตือ” ชี้วัน ลต.สุดแท้แต่ “บิ๊กตู่” เลย

ขณะที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ขอให้นักการเมืองอดทน ขั้นตอนสู่การเลือกตั้งไปเริ่มนับปี 61 ว่า แล้วแต่ เมื่อนายกฯ และ คสช.เป็นผู้กำหนดแผน โรดแม็ป กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างของประเทศในเวลานี้ เมื่อท่านต้องการอย่างไรก็สุดแท้แต่ท่าน เพียงแต่ให้คำนึงถึงความรู้สึก ความเป็นไปของสากลด้วย เมื่อถามว่า มองว่าส่งผลต่อพรรคการเมืองอย่างไร นายสมศักดิ์กล่าวว่า มันไม่มีอะไรที่จะเสีย แล้ว นี่เกือบ 3 ปีแล้วที่พรรคว่างเว้นการพบปะว่างเว้นการประชุมพรรคมายาวนาน 3 ปีแล้ว จะทำอะไรให้อะไรหลายอย่างๆ เปลี่ยนแปลงไป จำเป็นต้องจัดให้เข้าสู่ระบบตามรัฐธรรมนูญใหม่ ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองใหม่ จากนี้จะทำอะไรขอให้เป็นไปตามที่ คสช.และรัฐบาลตั้งใจวางโรดแม็ปไว้แล้วกัน

เชื่อโอกาสสูง ลต.ลากยาวไปปี 62

เมื่อถามว่า การที่นายกฯออกมาระบุเช่นนี้ มีความเป็นไปได้สูงหรือไม่ที่การเลือกตั้งจะขยับไปปี 62 นายสมศักดิ์กล่าวว่า เป็นไปได้ เพราะนายกฯ เป็นคนกำหนดให้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นคงต้องเป็นไปตามที่เขากำหนดให้ปฏิบัติ เราเพียงแต่ให้กำลังใจ ขอให้เป็นไปตามที่นายกฯคาดหวัง บ้านเมืองจะได้เข้าสู่ภาวะปกติเสียที เมื่อถามว่า มองว่าสถานการณ์อะไรที่ทำให้การเลือกตั้งอาจเกิดขึ้นในปี 62 นายสมศักดิ์ ตอบว่า เชื่อว่าไม่มีสถานการณ์อะไรที่จะแทรกซ้อน อยู่ที่ความตั้งใจมากกว่าที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามนั้น ในเมื่อ คสช.คุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด และเชื่อว่าการเลือกตั้งไปเกิดขึ้นในปี 62 แน่ ก็ตั้งปณิธานโรดแม็ปไว้อย่างไร ตั้งแผนไว้อย่างไรทุกอย่างเป็นไปตามนั้น ถ้ารัฐบาลสุจริตใจให้เป็นไปตามนั้น

ภท.ติงยิ่งช้าไร้เหตุผลเจอแรงกดดัน

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุว่าจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.ช่วงกลางปี 61 ว่าในฐานะพรรคการเมืองเข้าใจดี การจะมีการเลือกตั้งในช่วงกลางๆปีหน้า เมื่อเห็นประเทศมีความชัดเจนขึ้นหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ รวมถึงมีวาระสำคัญของชาติในเรื่องพระราชพิธีพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็ดี ล้วนแล้วเป็นหมายกำหนดการที่สำคัญยิ่ง หลังจากนี้การออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหลายฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ยังต้องใช้เวลา ซึ่งก็อยู่ในห้วงเวลาตามโรดแม็ป ดังนั้นการเลือกตั้งกลางปีจึงเป็นความเหมาะสมและรับได้ และเข้าใจในสถานการณ์ เพียงแต่อยากฝากรัฐบาลว่าการเลือกตั้งยิ่งช้าไปโดยไม่มีเหตุผลจะอธิบาย ยิ่งอาจได้รับความกดดันทั้งจากภายในและต่างประเทศได้เช่นกัน

“มาร์ค” ค้านตั้งธงร่าง ก.ม.ลูกเต็มเวลา

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงการเมืองหลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ว่า 2-3 เดือนจากนี้ไปน่าจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง โดยการปรับตัวคิดว่าพรรคการเมืองจะใช้เวลาประมาณ 90-120 วัน ตามปฏิทินเวลาที่กฎหมาย กำหนดคือ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องส่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้งหมดภายใน 240 วัน แต่ไม่จำเป็นจะต้องใช้กรอบเวลาเต็มเพดาน อย่าตั้งหลักว่าต้องใช้เต็มเพดาน และไม่ใช่ว่าจะไปเร่งรัดจนเกิดปัญหา โดยการเร่งส่งกฎหมาย กกต.กับพรรคการเมืองก่อนเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว จากนั้นดูตามสภาพความเป็นจริง ตามตารางเวลาน่าจะไปได้ อาจไม่ต้องใช้ถึง 240 วัน ส่วนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นราวเดือน ส.ค.ปี 2561 ตามที่คาดกันหรือไม่นั้น ไม่ขอออกความเห็น เพราะกรอบเวลาที่ออกมาใช้คำว่าไม่เกินหากทำได้เร็วขึ้น ทุกอย่างอาจเร็วขึ้น

ขู่ตั้งนายกฯที่ ส.ส.ไม่ยอมรับอยู่ไม่ได้

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตามความตั้งใจของผู้เขียน รัฐธรรมนูญ หวังจะได้การเมืองแบบใหม่ แต่เตือนมาตลอดว่าปัญหาการเมืองไม่ได้เกิดจากกฎหมาย จึงไม่มีหลักประกันว่าเขียนกติกามาจะแก้ได้ ถ้าไม่ระวังว่าการวางกลไกเช่นมี ส.ว.ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้นจะเป็นปมความขัดแย้งใหม่ได้ด้วย ปัญหาไม่อยู่ที่กติกาอย่างเดียว แต่อยู่ที่พลังทางสังคมจะช่วยกันกดดันไม่ให้นักการเมืองทำตัวเหลวไหล ใช้อำนาจมิชอบ ทุจริตคอร์รัปชันหรือขัดแย้งกันแบบไม่มีเหตุผล “ตอนที่ผมไป ป.ย.ป.ได้เตือน เพราะมีความพยายามว่าต้องมาทำข้อตกลงระหว่างพรรคการเมือง จึงบอกว่าต้องเอา ส.ว.มาทำข้อตกลงด้วยว่าอย่าฝืนเจตนารมณ์ของประชาชน จึงจะเป็นหลักประกัน 250 คนต้องตระหนักว่าเป็นตัวแทนปวงชนไม่ใช่ตัวแทนของคนที่ตั้งหรือสรรหามา ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน ถ้าทำตัวเป็นพรรคการเมืองจะเกิดความขัดแย้ง ต้องทำตัวตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่ควรจะเป็น ต้องไม่ลืมว่าแม้จะเลือกนายกฯได้ ก็ไม่สามารถร่วมประชุม ส.ส.ในเรื่องสำคัญทุกเรื่องได้ ถ้าตั้งนายกฯที่สภาผู้แทนราษฎรไม่ยอมรับก็อยู่ไม่ได้ จะเป็นความขัดแย้ง แต่เรื่องเหล่านี้พูดล่วงหน้ายาก ต้องรอให้ถึงเวลาที่มีบรรยากาศเลือกตั้งและบุคคลต่างๆ ต้องตอบคำถามสังคม อาจจะมีคำตอบก็ได้”

รัฐทำบุญใหญ่ 235 ปีรัตนโกสินทร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. กระทรวงมหาดไทยส่งหนังสือถึงผู้บริหารกระทรวงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เรื่องขอเชิญร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในกิจกรรม“งานใต้ร่มพระบารมี 235 ปีกรุงรัตนโกสินทร์”ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ใจความว่า ด้วยกระทรวงวัฒนธรรมกำหนดจัดงานใต้ร่มพระบารมี 235 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 5-30 เม.ย. เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี โดยมีการบำเพ็ญกุศล ณ พระอารามหลวงที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาล ในการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานทุกภาคส่วนในการส่งเสริมความเป็นไทย กระทรวงมหาดไทยจึงได้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมดังกล่าวในวันที่ 19 เม.ย. ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เวลา 16.40 น.

จัดพิธี 10 วัดหลวงแห่งราชวงศ์จักรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว กำหนดให้มีพิธีบำเพ็ญกุศล ณ พระอารามหลวงที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี จำนวน 10 วัด ได้แก่ 1.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วันที่ 6 เม.ย. 2.วัดอรุณราชวราราม วันที่ 7 เม.ย. 3.วัดราชโอรสาราม วันที่ 8 เม.ย. 4.วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วันที่ 18 เม.ย. 5.วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วันที่ 10 เม.ย. 6.วัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ 17 เม.ย. 7.วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วันที่ 19 เม.ย. 8.วัดสุทัศนเทพวราราม วันที่ 20 เม.ย. 9.วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก วันที่ 22 เม.ย. และ 10.วัดวชิรธรรมสาธิต วันที่ 24 เม.ย.

โหร คมช.ตีปี๊บปี 62 เหมาะกาบัตร

นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดัง เจ้าของฉายา“โหร คมช.”กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองภายหลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า หลังจากนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทุกอย่างเป็นไปตามเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดออกมา ไม่มีอะไรที่น่ากังวล เป็นไปตามที่ คสช.ได้ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ เมื่อถามว่า นายกฯออกมาระบุขั้นตอนเลือกตั้งไปเริ่มนับปี 61 ทำให้หลายฝ่ายมองว่า การเลือกตั้งอาจขยับไปปี 62 ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ นายวารินทร์ตอบว่า ตามโรดแม็ปแล้วถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเกิดขึ้นในช่วงนั้น อีกไม่นานการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา ไม่มีอะไรที่น่ากังวลแล้ว ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

อานิสงส์บุญส่งผลดีต่อบ้านเมือง

นายวารินทร์กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ภายนอกที่เกิดการก่อการร้ายในหลายๆประเทศ อย่างที่ตนเคยทำนายไว้ว่าจะมีการก่อเหตุในลักษณะแบบนั้น แต่เป็นเฉพาะของแต่ละประเทศ ไม่กระทบถึงประเทศไทย เป็นตามวาระตามกรรมของแต่ละประเทศ บ้านเราจะมีเรื่องภัยธรรมชาติมากกว่า ส่วนเหตุระเบิดที่ถนนราชดำเนิน เป็นการสร้างสถานการณ์ บอกเลยเดี๋ยวสามารถจับได้ ไม่มีอะไรน่ากังวล ส่วนที่จะมีการจัดทำบุญใหญ่ภายในประเทศในช่วงนี้นั้น การทำบุญชาติบ้านเมืองถือเป็นสิ่งที่ดี เป็นการสร้างอานิสงส์ผลบุญให้กับคนในชาติบ้านเมือง ตามหลักพระพุทธศาสนาที่ปรากฏขึ้น ดีแล้วขอร่วมอนุโมทนาด้วยที่จะก่อให้เกิดผลดีต่อชาติบ้านเมือง ถือเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่เฉพาะกับผู้ใดผู้หนึ่งเท่านั้น

“ชวน” ย้ำหนุน “มาร์ค” รั้ง หน.พรรค

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่สวนสาธารณะสระกะพังสุรินทร์ ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกิจกรรมทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์วันปีใหม่ไทย มีหัวหน้า ส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วม จากนั้นนายชวนให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องในพรรคประชาธิปัตย์ ยังสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป บรรดาสมาชิกพรรคทั้งหลาย รวมทั้งพี่น้องประชาชนขอให้สนับสนุนแนวทางที่เป็นพระราช ดำรัสของในหลวง เพราะบ้านเมืองมีทั้งคนดีและไม่ดี จึงขอให้สนับสนุนคนดีได้ปกครองบ้านเมือง ใครก็ได้ที่เป็นคนดีให้ปกครองบ้านเมืองและเห็นด้วยว่า ในบรรดาทุกอาชีพ มีคนดีอยู่เสมอ และมีคนไม่ดีปะปนอยู่ อย่าไปเหมารวมว่า ทุกคนในวงการเลวทั้งหมด ถ้าเราเข้าใจอย่างนั้นจะมองเห็นสภาพความเป็นจริงของแต่ละเรื่อง ขอให้ประชาชนที่รักพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

ดีอีเผยมีอีกประกาศบุคคลห้ามติดตาม

วันเดียวกัน น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงประกาศกระทรวงดิจิทัลฯให้งดเว้นติดตาม 3 บุคคล คือ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และนายแอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์ ในสื่อออนไลน์อินเตอร์เน็ตว่า ไม่ได้มีแค่นี้ ยังจะทยอยออกมาอีก เดี๋ยวคงมีประกาศตามมา หลังจากการตรวจสอบ โดยอาศัยที่ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันไม่เหมาะสมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งในชั้นนี้ อยากชี้แจงว่า ประกาศดังกล่าวเพื่อต้องการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวัง ไม่นำข้อมูลผิดๆ ไปโพสต์เผยแพร่ต่ออีก จะมีผลกระทบโดยไม่รู้ตัว เพราะกฎหมายไม่ได้ละเว้นว่าการไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนข้อมูลจะมีทั้งได้รับการร้องเรียนมา จากการตรวจสอบตามระบบ และจากที่คดีที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับแจ้งความดำเนินคดี

ต่างชาติสวดยกระดับปิดปาก ปชช.

ขณะที่แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์ กรณีรัฐบาลไทยสั่งห้ามติดตาม ติดต่อ เผยแพร่เนื้อหาข้อมูลของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และนายแอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ โดยนายโจเซฟ เบเนดิกต์ รองผู้อำนวยการแอมเนสตีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า เป็นการจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนไปอีกขั้น เดิมทีมีการสั่งจำคุกผู้แสดงความเห็น และกดดันนักวิจารณ์ต่างๆจนต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ยังจะมาตัดช่องทางการสื่อสารระหว่างประชาชนอีก

ป.ป.ท.จ่อสรุปฟ้องเอี่ยวจำนำข้าว มิ.ย.

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเรียกค่าเสียหายในคดีโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่เหลืออีก 80 เปอร์เซ็นต์ กว่า 987 คดีว่า กระบวนการไต่สวนโดยอนุกรรมการมีความคืบหน้าตามลำดับ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา หากไม่มีความผิดพลาด ทุกคดีจะสามารถสรุปสำนวนแล้วส่งฟ้องศาลได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้

แฉพบเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วยบ่อน

นายประยงค์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ขณะป.ป.ท.กำลังดำเนินการตรวจสอบการรับส่วยจากบ่อนผิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามคดี และเปิดเผยว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรืออื่นๆ รับส่วยจากบ่อนผิดกฎหมาย นอกจากข้อมูลจากตำรวจแล้ว ป.ป.ท.ยังจะติดตามข้อมูลการรับส่วยเองด้วย และได้สั่งการเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามข้อมูลก่อนสรุปเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.แล้ว