บริการข่าวไทยรัฐ

ถอดซิลิโคนหุ่นพระโกศ พระบรมอัฐิรอหล่อทอง

ประชาชนพาลูกหลานเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่องพร้อมกราบสักการะสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช 8 รัชกาล และสรงน้ำพระแก้วมรกตจำลองเพื่อความเป็นสิริมงคล ด้านช่างกรมศิลปากรเผยการจัดสร้างพระโกศทรงพระบรมอัฐิ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ถอดพิมพ์ยางซิลิโคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เหล่าพสกนิกรต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น เดินทางกันมาเป็นหมู่คณะ บางรายก็พาลูกหลานเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นวันหยุดแรกในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2560 อย่างไม่ขาดสาย ขณะที่สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 26,270 คน รวม 161 วัน มี 6,069,556 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,579,465.75 บาท รวม 161 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 495,441,406.76 บาท

ขณะเดียวกัน ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้สาธุชนเข้าถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. เนื่องวันสงกรานต์ พบว่าตลอดทั้งวันที่ 13 เม.ย. ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ากราบสักการะสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช 8 รัชกาล อย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ในการนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้นำพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรจำลองมาประดิษฐานหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทยด้วย

ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารและวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

สำหรับความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายณัฐพงค์ ปิยมาภรณ์ นักวิชาการช่างศิลป์ ชำนาญการพิเศษ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ว่าการออกแบบฉัตรกลีบบัวฉลุโลหะ เพื่อใช้ประดับในงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ ที่ประกอบด้วย ฉัตรกลีบบัวฉลุโลหะ 11 ชั้น จำนวน 36 ต้น เพื่อนำไปติดตั้งยังบริเวณโดยรอบพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ ทั้งพระที่นั่งทรงธรรมและทิม และฉัตรเสาครุฑฉลุโลหะ 5 ชั้น จำนวน 12 ต้น ประดับบนฐานชาลาพระเมรุมาศนั้น ล่าสุด ได้ขยายลายเท่าจริงของแบบฉัตรกลีบบัวฉลุโลหะไล่ขึ้นไปทีละชั้นจนครบทั้ง 11 ชั้น แต่ละชั้นจะเป็นลายรักร้อยในบัวกลีบขนุนและตัวเข็มขัดลายประจำยามก้ามปูรัด ไล่ขนาดลดหลั่นไปจนถึงส่วนยอด คาดว่าการขยายลายเท่าจริงจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อส่งต่อให้งานช่างโลหะดำเนินการกัดกรดสร้างลาย และนำฉัตรมาประกอบโครงสร้างตามลำดับ

นายณัฐพงศ์กล่าวว่า ส่วนฉัตรเสาครุฑฉลุโลหะ 5 ชั้น อยู่ในชั้นตอนขยายลายเท่าจริงเช่นกันและจะต้องส่งแบบของฉัตรไปให้กับกลุ่มงานประติมากรรม เพื่อให้ประติมากรได้ทำแบบปั้นแท่นฐานครุฑสำหรับปักฉัตรโลหะให้มีขนาดที่สอดคล้องสัมพันธ์กับตัวฉัตร โดยจะแบ่งเป็น 2 ขนาด คือ ขนาดความสูง 110 เซนติเมตร จำนวน 8 ต้น และขนาดความสูง 142 เซนติเมตร จำนวน 4 ต้น รวม 12 ต้น แต่ละต้นจัดสร้างให้มีลวดลายกรวยเชิงมีเข็มขัดรัดระบายชั้นล่าง โดยในส่วนของฉัตรเสาครุฑนั้น ได้ส่งไปให้ช่างโลหะกลึงส่วนยอดเท่าขนาดจริงแล้ว

“สำหรับความคืบหน้าการจัดสร้างพระโกศทรงพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหา ภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 3 องค์ สำหรับทูลเกล้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราช กัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีนั้น ได้จัดทำหุ่นปูนปลาสเตอร์พระโกศทรงพระบรมอัฐิ พร้อมถอดพิมพ์ยางซิลิโคน เสร็จเรียบร้อยแล้ว และภายหลังจากเทศกาลสงกรานต์ จะเข้าสู่กระบวนการขึ้นหุ่นทองคำสลักดุนลวดลายตามลำดับ” นักวิชาการช่างศิลป์กล่าว