บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ 32จังหวัด ยังเสี่ยงพายุฤดูร้อน อุตุฯฉ.15 เหนือ อีสาน-กลาง ระวัง

กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับ ที่15 ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก 32 จังหวัดยังเสี่ยงภัยจากพายุฤดูร้อน ชี้ช่วง 14-15 เม.ย. มีโอกาสเกิดเพิ่มมากขึ้น ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง...

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14 ถึงวันที่ 15 เมษายน 2560)" ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 14 เมษายน 2560
    
ในช่วงวันที่ 14-15 เมษายน 2560 ประเทศไทยตอนบนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ และอากาศจะคลายความร้อนลง ซึ่งสภาวะอากาศดังกล่าวจะเกิดขึ้นตามภาคต่างๆ ดังนี้

ในวันที่ 14 เมษายน 2560 พายุฤดูร้อนจะเกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรีและตราด

ในช่วงวันที่ 14-15 เมษายน 2560 พายุฤดูร้อนจะเกิดเพิ่มมากขึ้นครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก ไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจาก ในช่วงวันที่ 14-15 เมษายน 2560 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในระยะนี้

ที่ จ.บึงกาฬ ค่ำวันที่ 13 เม.ย.ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำบ้านเรือนราษฎรเสียหายหลายหลังที่หมู่ 3 หนองลาด และหมู่ 5 บ้านนางาม ต.ศรีสำราญ อ.พรเจริญ หลังคาบ้านถูกพายุพัดบ้านสังกะสีหลุดปลิวไป 6 หลัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหาร บก.ควบคุมกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ ร้อย รส.1331 พร้อมด้วย กองช่าง เทศบาลตำบลศรีสำราญ เข้าตรวจสอบความเสียหายพร้อมกับให้การช่วยเหลือเบื้องต้น

นอกจากนี้ พายุยังได้พัดต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับถนนสายพรเจริญ-โซ่พิสัย ทำให้รถวิ่งผ่านไม่ได้อยู่หลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่หมวดการทางบึงกาฬนำเลื่อยยนต์มาตัดต้นไม้ออกเพื่อเปิดเส้นทางได้ รวมถึงมีเสาไฟฟ้าหักโค่น และสายไฟขาดมีไฟฟ้าดับเป็นจุดๆ หลายแห่ง เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เช้าซ่อมแซมจนสามารถจ่ายไฟให้ประชาชนได้ใช้ก่อนเวลาเที่ยงคืน สรุปทั้งจังหวัดบึงกาฬถือว่าความเสียหายไม่รุนแรง.