วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียงเพรียกจาก‘บางตะบูน’ สองหนูน้อยวอน‘ลุงตู่’อย่าเอาสะพานหนูไป (คลิป)

สองหนูน้อยชาวบางตะบูนอัดคลิปโพสต์ผ่านเพจชุมชน “บางตะบูนมหานคร” ฝากถึง “นายกฯลุงตู่” วอนเลิกบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย สั่ง “ปรับ-รื้อถอน” สิ่งรุกล้ำลำน้ำ-สะพานไม้ ที่มีมาหลายชั่วอายุคน ชาวบ้านเตรียมรวมตัวขับเรือไปทวงถามเหตุผลกรมเจ้าท่า แอดมินเพจฯ เล็งปิดเพจประท้วงทันทีหากมีการรื้อถอน..

จากกรณี “ทีมข่าวไทยรัฐ” เกาะติดปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 ของกรมเจ้าท่า สั่งปรับ-รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง สะพานไม้ รุกล้ำลำน้ำใน ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี มีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ จนมีชาวบ้านออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพราะเกรงจะเป็นการทำลายอัตลักษณ์ และวิถีชุมชนคนริมน้ำที่สืบสานกันมาช้านาน ตามที่ “ไทยรัฐออนไลน์” ได้นำเสนอไปนั้น

ความคืบหน้าวันที่ 14 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา เพจชุมชน “บางตะบูนมหานคร” ได้โพสต์ข้อความเรียกร้องขอความเห็นใจ หนังสือร้องเรียน และร้องขอความเป็นธรรมมาโดยตลอด โดยให้เหตุผลว่า การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ส่งผลกระทบกับวิถีชุมชนชาวบ้านริมน้ำบางตะบูน เพราะชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนริมน้ำที่สืบทอดกันมาช้านานแบบรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งตามข้อเท็จจริงแล้ว พื้นที่ริมน้ำที่ติดกับทะเล อย่างบางตะบูน มีปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง ไม่เหมือนพื้นที่ริมคลองน้ำจืด หากมีการรื้อถอนสะพานไม้ที่ชาวบ้านทำไว้ จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่ต้องใช้เรือ เดินทางไปโรงเรียน จะไม่มีสะพานและท่าเทียบเรือในการสัญจรไปมา เนื่องจากในพื้นที่ ต.บางตะบูน บางแห่งยังไม่มีถนนหนทางใช้เหมือนกับพื้นที่อื่น ชาวบ้านจึงคุ้นชินกับการใช้เรือมากกว่า

ล่าสุดชาวบ้านได้อัดคลิปลูกหลานชาวบางตะบูน ฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน พร้อมกับชวน “นายกฯลุงตู่” ลงไปดูสภาพปัญหาในพื้นที่เพื่อหาทางแก้ปัญหา

ส่วน แอดมินเพจ บางตะบูนมหานคร เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐ ว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับนี้ ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ และวิถีชีวิตของชาวบางตะบูน อย่างรุนแรง ทำให้ความสุขและคุณภาพชีวิตหายไป หากท่านผู้นำกฎหมายมาใช้ ได้สัมผัสวัฒนธรรมลุ่มน้ำบางตะบูน จะเข้าใจว่าสะพานไม้เก่าๆ ชายตลิ่งไม่ได้สร้างความเดือดร้อนต่อชุมชน และไม่ได้มีไว้เพื่อแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ แต่มีไว้เพื่อการดำรงชีวิตในการสัญจรทางน้ำตามวิถีชาวบ้าน ที่ผ่านมา ทางกรมเจ้าท่าอ้างว่าได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบแล้วว่าจะบังคับใช้กฎหมาย แต่พวกเราส่วนใหญ่ยังไม่รู้ อีกทั้งยังมีการสั่งปรับชาวบ้านบางรายไปแล้ว และจำทำการปรับแบบย้อนหลัง 10 ปี และประการสำคัญ ชาวบ้านเกิดความสับสนกับข้อมูลที่กรมเจ้าท่าพยายามชี้แจง พ.ร.บ.ฉบับนี้

ด้านนายคำรณ อินจันรทร์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวว่า บทเฉพาะกาลของกฎหมายฉบับนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่เดือน 23 ก.พ. ที่ผ่านมา และในวันที่ 22 มิ.ย. เป็นบทเฉพาะกาลของกฎหมายฉบับนี้ จะเปิดโอกาสให้ผู้รุกมาชี้แจงเพื่อดำเนินการไปตามขั้นตอน ซึ่งที่ผ่านมา เคยชี้แจงชาวบ้านไปแล้ว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และต้องเข้าใจว่าสะพานหรือท่าเทียบเรือนั้นอนุญาตให้ใช้ได้ หากมีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ทางกรมเจ้าท่าจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดชาวบ้านบางตะบูน เตรียมรวมตัวกันขับเรือไปทวงถามเหตุผลกับทางกรมเจ้าท่าฯ ผู้บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ในเรื่องการปรับเงินและการสั่งรื้อถอนสะพาน และหากมีการสั่งรื้อสะพานเกิดขึ้น ทางเพจชุมชน “บางตะบูน มหานคร” ก็เตรียมประกาศ “ปิดเพจ” เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับการใช้กฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา เพจชุมชนเพจนี้ทำหน้าที่แนะนำการท่องเที่ยว และนำเสนอมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำบางตะบูนมาโดยตลอด ในเมื่ออัตลักษณ์ถูกทำลาย ก็ป่วยการที่จะทำเพจส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกต่อไป..