วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

2 วัน-ชักดุ เมาขับพรวด ตาย 82 ศพ โคราชดับมากสุด

บาดเจ็บ 1,049 คน ใครดื่ม-จับยึดรถ

อุบัติเหตุสงกรานต์แค่ 2 วันแรก (11-12 เม.ย.) ยอดตายพุ่งพรวดถึง 82 ศพ บาดเจ็บกว่า 1 พันคนโคราชยังคงนำโด่งยอดคนตาย รองโฆษก คสช.เผยยึดรถเมาแล้วขับ 435 คัน ดำเนินคดีกว่า 3 หมื่นคน พร้อมปฏิเสธข่าวรัฐบาลเตรียมใช้ ม.44 ห้ามนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.เกิน 2 คน ในขณะที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่อง จ.ส.อ.ขับรถกระบะพาครอบครัวกลับต่างจังหวัดฉลองสงกรานต์ ถูกรถกระบะพุ่งชนตกคูน้ำ

ตายอนาถพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวกับหลานสาวบาดเจ็บรวม 3 คน ตำรวจคุมตัวคนขับรถคู่กรณีไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบสูงถึง 228 มิลลิกรัม/เปอร์เซ็นต์ อีกราย หนุ่มซิ่งรถกระบะพาเพื่อนคนงานกลับบ้านไปร่วมฉลองสงกรานต์บ้านเกิด ชนประสานงากับรถกระบะบรรทุกผลมะม่วงตาย 2 ศพ บาดเจ็บอีก 5 คน

ยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือช่วง “7 วันอันตราย” ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะเข้มงวดกวดขันกับผู้ใช้รถใช้ถนน ล่าสุดเพียงแค่ 2 วันแรก ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกือบร้อยแล้ว โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 เม.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ประจำวันที่ 12 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ว่า เกิดอุบัติเหตุ 586 ครั้ง เสียชีวิต 48 คน บาดเจ็บ 630 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ร้อยละ 42.32 เมาแล้วขับ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่เชียงใหม่ 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือกาญจนบุรี 4 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือเชียงใหม่ 32 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 2 วัน (11-12 เม.ย.) เกิดอุบัติเหตุ 995 ครั้ง เสียชีวิตรวม 82 ราย บาดเจ็บรวม 1,049 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 31 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 2 วัน ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ 51 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 6 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 48 คน ในปีนี้ภาพรวมผู้เสียชีวิตลดลงจากปี 59

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ขอให้เดินทางอย่างปลอดภัยต้องไม่ขับรถเร็ว เมาไม่ขับ คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อก และหากวิ่งรถระยะไกลต้องแวะพักหรือเปลี่ยนคนขับ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้กำลังใจทุกคนที่ต้องเสียสละความสุขส่วนตัว ไปดูแลช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ขณะนี้มีการแชร์ข้อความและภาพในโลกออนไลน์ว่า รัฐบาลเตรียมใช้มาตรา 44 ห้ามประชาชนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เกิน

2 คน และจะมีการล่ารายชื่อคัดค้าน 400,000 รายชื่อ โดยรัฐบาลขอปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และคาดว่าน่าจะเกิดจากผู้ไม่หวังดีที่ต้องการให้รัฐบาลเสียหาย จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ หรือตกเป็นเครื่องมือด้วยการส่งต่อให้ผู้อื่น อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เป็นกฎหมายปกติ ได้ห้ามผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่า 3 คนอยู่แล้ว

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ คสช.ยังคงเข้มงวดการดูแลความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนตามมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” หวังว่าช่วง 12-18 เม.ย. สถิติการยึดรถและจำนวนผู้กระทำความผิดจะเป็นไปในทิศทางดีขึ้น ปีนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญกับจุดตรวจ-จุดบริการประชาชน เน้นการตั้งจุดอำนวยความสะดวกบริเวณที่มีสถิติอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมทั้งพื้นที่ล่อแหลม ส่วนสถิติการกระทำผิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย. เป็นวันแรกตามมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ดื่มแล้วขับไว้แล้ว 435 คัน รถจักรยานยนต์การกระทำความผิด 32,782 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์และใบขับขี่ไว้ 433 คัน และส่งดำเนินคดี 30,071 ราย ส่วนรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล กระทำความผิด 27,337 ครั้ง เจ้าหน้าที่ยึดใบขับขี่ไว้ 1,498 คน ยึดรถยนต์ 102 คัน ส่งดำเนินคดี 25,549 ราย ทั้งนี้การเข้มงวด “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” จะดำเนินการควบคู่ไปกับการแจ้งเตือนให้ปฏิบัติตามมาตรการลดอุบัติเหตุ คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อก ไม่บรรทุกเกิน ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม และใช้ดุลพินิจอย่างเหมาะสมตามพฤติกรรมของผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัย

สำหรับอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง รายแรกเมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 เม.ย. พ.ต.ต.นรินทร์ นามบ้านค้อ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองร้อยเอ็ด ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนบริเวณสี่แยกถนนสายร้อยเอ็ด-โพนทอง ตัดถนนสายเฉลิมพระเกียรติ หมู่ 23 ต.เหนือเมือง พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีน้ำตาล ทะเบียน ถพ 8127 กรุงเทพมหานคร ถูกชนเสียหลักตกคูน้ำริมถนน ผู้ที่โดยสารมากับรถได้รับการช่วยเหลือนำส่ง รพ.ร้อยเอ็ด ก่อนหน้าแล้วรวม 5 คน เสียชีวิต 2 คน ชื่อ จ.ส.อ.อุทัย ขนันแข็ง อายุ 49 ปี สังกัดกองทัพบก อยู่บ้านเลขที่ 16/227 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสน เขตพญาไท กทม. และนางปิ่นทอง ขนันแข็ง อายุ 41 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ผู้บาดเจ็บ 3 คน ชื่อ น.ส.ศิริรัตน์ ขนันแข็ง อายุ 21 ปี เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย น.ส.ปพิชญ์ชยา ขนันแข็ง อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กทม. ทั้งคู่เป็นลูกสาวของ จ.ส.อ.อุทัย และ น.ส.จามจุฬี คนใจบุญ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนวิทยานุกูลนารี จ.เพชรบูรณ์ เป็นหลานสาวของนางปิ่นทอง ในที่เกิดเหตุพบ รถคู่กรณีเป็นรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีน้ำตาล ทะเบียน กฉ 8048 ร้อยเอ็ด สภาพหน้ายุบ

สอบสวนได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.อุทัย ขับรถกระบะโตโยต้าคันดังกล่าว มีภรรยานั่งคู่ตรงเบาะหน้า ส่วนลูกสาวกับหลานสาวนั่งรวมกันอยู่ตรงแค็บหลัง เดินทางออกจากบ้านใน กทม. กลับไปเยี่ยมแม่ของนางปิ่นทองใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อร่วมฉลองสงกรานต์ ถึงที่เกิดเหตุถูกรถกระบะอีซูซุคู่กรณีที่มีนายอภิชัย ภักดีโชติ อายุ 53 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด เป็นคนขับ วิ่งมาจากทางแยกพุ่งเข้าชนอย่างจังจนรถกระบะโตโยต้าเสียหลักพุ่งตกคูน้ำริมถนน มีน้ำลึกกว่า 1 เมตร ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ประจำ จุดตรวจเห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือทุบกระจกรถนำร่าง จ.ส.อ.อุทัย กับภรรยา รวมทั้งลูกสาวและหลานสาว ซึ่งติดอยู่ตรงแค็บของรถออกมา นำส่ง รพ.ร้อยเอ็ด แต่ จ.ส.อ.อุทัย กับภรรยาอาการสาหัสมาก เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตำรวจนำตัวนายอภิชัย คนขับรถกระบะอีซูซุไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ ปรากฏว่าวัดได้ถึง 228 มิลลิกรัม/เปอร์เซ็นต์ เกินกว่ากฎหมายกำหนด ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

อีกรายเมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน พ.ต.ท.วิทยา วิญญายอง รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนบนถนนสายป่าซางลี้ บริเวณบ้านสันป่าฮัก หมู่ 6 ต.น้ำดิบ พบรถกระบะนิสสัน นาวาร่า สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก-0679 ตาก บรรทุกผลมะม่วง ชนประสานงากับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน บล 2750 ลำปาง มีผู้ที่โดยสารมากับรถกระบะโตโยต้าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ชื่อ ด.ช.พศิน เขียวคำ อายุ 6 ขวบ ไปเสียชีวิตที่ รพ.ป่าซาง 1 คน ชื่อนายเอกพล หมื่นกุล อายุ 30 ปี คนขับ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่โดยสารมากับรถทั้ง 2 คัน บาดเจ็บรวม 5 คน ประกอบด้วย นายเอกพันธ์ เขียวคำ นายสุริยะ เนติธรรมรัตน์ คนขับรถกระบะนิสสันนาวาร่า นางวราภรณ์ เนติธรรมรัตน์ ภรรยานายสุริยะ น.ส.ฉวีวรรณ ภูมิรัตน์ และ น.ส.กรองกาญจน์ ไม่ทราบนามสกุล นำส่ง รพ.ป่าซาง สอบสวนได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะโตโยต้าวีโก้ บรรทุกผู้โดยสารรวม 5 คน เป็นพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมลำพูน จะกลับบ้านที่ จ.ลำปาง เพื่อร่วมสงกรานต์ มีนายเอกพลเป็นคนขับ ถึงที่เกิดเหตุรถกระบะนิสสันคู่กรณี มีนายสุริยะเป็นคนขับ วิ่งแซงรถคันอื่นสวนมา แต่แซงไม่พ้นชนประสานงากับรถกระบะโตโยต้าอย่างจัง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว