บริการข่าวไทยรัฐ

สดใหม่ประเดิมกติกา

อยู่ในบรรยากาศหยุดยาวสงกรานต์ ปีนี้อาจสนุกไม่จุใจนัก แต่ก็อย่างที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ย้ำแล้วย้ำอีก

บันเทิงเริงใจแค่ย่อมๆ สาดน้ำกันพอมันส์ สาวๆก็อย่าแต่งตัวเปิ๊ดสะก๊าดให้มาก

โดยที่ “นายกฯลุงตู่” เน้นเป็นพิเศษในเรื่องของความปลอดภัย ทั้งการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถใช้ถนน ที่แม้จะต้องยอมถอยคำสั่ง ม.44 คุมเข้มนั่งแค็บรถปิกอัพและท้ายกระบะ อนุโลมรอมชอมลดแรงต้าน

แต่มองแง่บวก ผู้นำมีเจตนาดี ห่วงยอดอุบัติเหตุที่พุ่งพรวดช่วงเทศกาล

ขณะที่อีกเรื่องคือการรักษาความปลอดภัย ผู้นำเตือนฝากให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หลังเกิดเหตุระเบิดที่หน้ากองสลากฯเก่า รวมทั้งที่ต้องฟัง “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ออกมาสร้างความมั่นใจ หลังประชุมร่วมหน่วยงานความมั่นคง ขันนอตมาตรการการดูแล

เน้นการข่าว จัดชุดลาดตระเวนเน้นชุมชน พื้นที่สัญลักษณ์ต่างๆ

ไม่ไว้วางใจ เหตุ “ป่วนเมือง” แทรกช่วงเวลาแห่งความสุข

หันมาที่ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ คนการเมืองเริ่มมีเสียง ทั้งข้อเรียกร้องขอปลดล็อกทำกิจกรรมการเมือง ทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์โปรแกรมทำคลอดกฎหมายลูกอีกปีกว่า

ชนิดที่ “บิ๊กตู่” ต้องยืนยันกำหนดเดิม แต่คลาดเคลื่อนเล็กน้อย เพราะมีพระราชพิธีสำคัญ

ยกเงื่อนไขบ้านเมือง ปัจจัยที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับ

กระนั้นก็ดี ถึงแม้นายกฯ คนรัฐบาล รวมทั้ง ผบ.ทบ.พูดชัด “โปรแกรมเลือกตั้ง” ตามโรดแม็ปน่าจะเกิดขึ้นปลายปี 2561 ย้ำล็อกไม่ให้การเมืองขยับก่อนถึงเวลา แต่ด้วยกระแสและจังหวะไหลตาม

รวมทั้งความจำเป็น ต้องแต่งตัวจัดทัพรับกฎกติกาใหม่

โดยต้นขั้ว 2 ค่ายใหญ่ พรรคเพื่อไทย ถึงแม้ “นายใหญ่” ชักนั่งไม่ติด หลังข้อต่อมือเชื่อมเกลียวหลวมเสื่อมประสิทธิภาพ ยังไม่เคาะแม่ทัพคนใหม่ แต่ที่คึกคักผิดสังเกต “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ตัวเต็งรับตั๋วนายห้าง แต่ต้องระวัง “เขี้ยวนางสิงห์” เกี่ยวกันซะก่อน

ส่วนขั้วประชาธิปัตย์ ศึกยังไม่จบ “ลุงกำนัน” ได้ลุ้นอภินิหารข้อกฎหมายลูก ถึงแม้ว่า “ซุปเปอร์บิ๊ก” อย่าง “นายหัวชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษา ประกาศเป็นพี่เลี้ยงหนุน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กุมบังเหียนต่อ

อีกพักใหญ่ถึงรู้ ลุงกำนันได้ยึด-ได้แบ่ง หรือเผ่นไปเปิดหัวใหม่

ที่ต้องโฟกัส พรรคขนาดกลางขนาดย่อม ที่ได้อานิสงส์จากรัฐธรรมนูญ

มีลุ้นได้โตขึ้น หรือจับพลัดจับผลูแทรกมาใหญ่ได้

ค่ายเอสเอ็มหลายแห่ง เข้าสู่ยุคเปลี่ยนมือสู่ “คนรุ่นใหม่”

ตั้งแต่พรรคภูมิใจไทย ค่ายสีน้ำเงิน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ชักมั่นอกมั่นใจเส้นทางอนาคต เพียงแต่ต้องจับตาเหมือนกันว่า “ศึกเจ้าสัว” ในค่ายสงบจริงมั้ย

“บิ๊ก น.บุรีรัมย์” ยังเชียร์น้อง “น.หนู” หรือแปรใจไปแล้ว

ส่วนค่ายชาติไทยพัฒนา หลังยุค “บรรหาร ศิลปอาชา” ก็เป็นสมัยของลูกๆ

พาลูกข่ายคนรุ่นใหม่ลงสนาม โดย “ท็อป วราวุธ” ถือธงแถวหน้า

เช่นเดียวกับพรรคชาติพัฒนา “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” เริ่มชิลได้ มีน้องชายมาแบ่งเบา

“เทวัญ ลิปตพัลลภ” สั่งสมประสบการณ์ บ่มดีกรีได้ที่ ลวดลายลีลาครบเครื่องไม่แพ้กัน ทั้งงานกีฬา “เทวัญ” ขึ้นแท่นประธานสโมสร “สวาดแคท” นครราชสีมา-มาสด้า ปลุกกระแสแฟนๆเมืองย่าโมกระหึ่ม

และแน่นอน สำหรับสนามการเมืองโคราช “เทวัญ” เป็นตัวหลักของค่ายชาติพัฒนา ที่วางใจได้

เอาเป็นว่า เมื่อสนามการเมืองใกล้เปิดเมื่อไหร่ ป้อมค่ายเอสเอ็มอี ต่างมีสีสันสดใหม่ที่น่าติดตาม

ด้วยผู้เล่น “ยังเติร์ก” รุ่นใหม่ ประเดิมกฎกติกาใหม่.

ทีมข่าวการเมือง