บริการข่าวไทยรัฐ

เหยื่อเมาแล้วขับ EP 2 : วอน ‘บิ๊กตู่’ ใช้ ม.44 หนุนเมาขับ จับขังคุก 7 วันทันที

- ประเดิมสงกรานต์! กระบะเมาแอ๋ชนเก๋ง ยกซดน้ำเมา อ้างเป็นลูกน้อง ส.ส.

- ประเดิมรับ 'สงกรานต์' วันแรกดับ 33 ราย เจ็บ 420 เหตุเมาแล้วขับ

- หนุ่มใหญ่เมาขับกระบะเสยฟุตปาท หัวรถทิ่มคลอง อ้างหักหลบ จยย.ตัดหน้า

- เข้มเมาขับสงกรานต์เมืองขอนแก่น 2 วัน ตร.จับแล้วกว่า 60 คน

- ทหารดับพร้อมเมีย จากกระบะชนกัน คู่กรณีเมาแอ๋-รอด

- สงกรานต์วันที่ 2 ดับ 82 ราย 'โคราช' แชมป์ ยอดตายสะสม 6 ศพ

เริ่มเข้าสู่ช่วงสงกรานต์ ‘7 วันระวังอันตราย’ ไม่กี่วันก็มีข่าวอุบัติเหตุเมาแล้วขับให้เศร้าสลดใจกันเช่นเคยเหมือนทุกปี จากข่าวดังกล่าวของเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ชี้ให้เห็นว่าแม้สมาชิก ‘เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ’ ออกมารณรงค์ เตือนสติดังตอนที่แล้วก็ตาม (เหยื่อเมาแล้วขับ EP1 : ดื่มหนัก เมาแล้วขับ ระวังเป็นฆาตกรในเทศกาลสงกรานต์) แต่ก็ยังไม่เป็นผล คนไทยยังไม่ตระหนักถึงความหฤโหดของการเมาแล้วขับ

แล้วจะมีวิธีใดอีกไหมที่จะทำให้พฤติกรรม ‘เมาแล้วขับ’ สร้างความสูญเสียให้คนบริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต หรือพิการหมดสิ้นจากสังคมไทยเสียที...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงได้ร่วมพูดคุยกับ ภัทรพันธุ์ กฤษณา หรือ บี ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ และเลขาธิการสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย ผู้คลุกคลีอยู่กับคนพิการเกือบ 30 ปี จึงรู้ปัญหาและเข้าใจหัวอกคนพิการด้วยกันเป็นอย่างดี

เมาขับจับขังทันที ริบเงินเดือนครึ่งหนึ่ง ชดใช้จนตายจาก

บี ภัทรพันธุ์บอกกับผู้สื่อข่าวด้วยแววตามีความหวังว่าอยากให้ คสช. แก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ถ้าอยากเห็นประเทศไทย 4.0 เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ต้องให้คนไทยและนักท่องเที่ยวมีความรู้สึกปลอดภัยที่จะเดินตามท้องถนนด้วยความสะดวกใจให้ได้

“ม.44 เน้นๆ เรื่องเมาไม่ขับก็จริง เมาแล้วยึดรถก็ได้คืน มันไม่ได้เป็นมาตรการระยะยาว ผมขอแค่อาทิตย์เดียว ตรวจเจอเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ปุ๊บ จับขัง 7 วัน พอ หรือหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งส่งให้คนพิการจนกว่าเขาตาย ผมเชื่อว่าทำแบบนี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่ช้าคนก็จะไม่กล้าเมาแล้วขับ คนตายปีละเกือบ 2 หมื่นคน จะลดลงเหลือปีละ 5 พัน หรือปรับแบบแรงๆ แบบประเทศญี่ปุ่น แค่เมาแล้วขับ แต่ไม่ไปชนใครก็ถูกปรับเป็นแสน แถมคนนั่งไปก็โดนปรับด้วย ที่ประเทศลาว ดมแล้วมีกลิ่นเหล้าจับขังเข้าคุกเลย

ส่วนพม่า มอเตอร์ไซค์ชนลูกผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในรัฐบาลตาย อีกไม่กี่วันไม่ให้ขี่มอเตอร์ไซค์ในย่างกุ้ง นอกจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ หรือคนของหน่วยงานรัฐ คือ เขาแก้ปัญหาเด็ดขาด รู้ว่าสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาจากมอ'ไซค์เยอะสุดก็ไม่ให้ขี่ในย่างกุ้ง ให้ไปขี่ในต่างจังหวัด มันก็ไม่ตายเยอะ

แอปฯ แจ้งตั้งด่าน ส่งเสริมคนตาย ตำรวจควรจับ

เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกระจายอยู่ทั่วไทยกว่า 60 จังหวัด มีสมาชิกเป็นหมื่น สาเหตุหลักที่ทำให้พิการคือ 1. เมาเองขับเอง 2. นั่งรถไปกับคนเมา 3. ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร อยู่เฉยๆ ก็โดนชน ส่วนที่พิการโดยไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ก็มีเยอะ เช่น หลับใน ยางระเบิด มอ'ไซค์คว่ำ ประมาท บี ภัทรพันธุ์เผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใยปนขุ่นเคืองเพราะไม่อยากให้ใครต้องมาพิการเหมือนเขาว่า ปัจจุบันความทันสมัยของเทคโนโลยีกำลังเป็นดาบสองคม เพราะมีพวกหัวหมอสร้างแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อหลบหนีการตรวจวัดแอลกอฮอล์

“ทุเรศมากที่มีแอปพลิเคชันที่บอกว่าตำรวจตั้งด่านตรงไหน เวลาใด ผมว่าคนทำนี่บาปมหันต์ ส่งเสริมให้คนไปตาย พิการ บาดเจ็บ การปล่อยให้คนเมาเพ่นพ่านบนท้องถนน มันก็เปรียบเสมือนกำลังเดินไปบนสมรภูมิที่กำลังยิงกระสุนทั่วไปหมดไม่รู้จะโดน ลูก เมีย เมื่อไหร่ คนทำแอปถ้าวันหนึ่ง มัน พ่อ แม่ พี่น้อง ลูก เมีย หรือคนที่มันรักโดนคนเมาชนตาย หรือพิการ แล้วจะเข้าใจว่าไม่ควรทำแอปนี้ขึ้นมา”

อุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี พ.ศ. 2532 สมัยเรียนอยู่ที่เอแบค คนเมาขับรถสิบล้อกินเลนมาพุ่งชนรถเก๋งที่แยกถนนรัชดาภิเษก กทม. ทำให้กระดูกต้นคอแตกไปทับไขสันหลัง ส่งผลให้ บี ภัทรพันธุ์เป็นอัมพาตตั้งแต่ตัวลงมา กำมือ แบมือไม่ได้ หยิบจับของไม่ได้ ไปไหนต้องมีคนอุ้ม คนยก บอกทิ้งท้ายว่าโดยมากคนพิการมักตายด้วยสาเหตุติดเชื้อในระบบปัสสาวะ เป็นภัยเงียบที่คนมองข้าม

“การพิการตั้งแต่ช่วงล่างที่ไม่ถูกตัดขา ส่วนใหญ่ระบบขับถ่ายไม่สามารถบังคับได้ ต้องสวนอุจจาระ ปัสสาวะ เพื่อไม่ให้ตกค้าง คนพิการที่เป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป ตายจากสาเหตุติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะเยอะมาก เป็นแผลกดทับด้วยเพราะนั่งทั้งวัน ต้องใช้รถอย่างดี มีเบาะรองนั่ง แผลกดทับเป็นแล้วหายยากมาก อันนี้คือผลข้างเคียง การพิการมีปัญหาตามมาเยอะแยะ มันไม่เหมือนกับตาย ตายแล้วฝังหรือเผาก็จบ ไม่ทรมาน”

จากคนปกติต้องมาพิการเอง เจอคนพิการด้วยกันเยอะๆ ในเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับยิ่งทำให้ บี ภัทรพันธุ์ ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า การให้ความรู้กันและกัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันของกลุ่มคนพิการเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด เพราะสามารถช่วยพัฒนา ฟื้นฟูคนที่เพิ่งพิการให้กลับเข้าสู่สังคมได้ไว ไม่รู้สึกเดียวดาย ท้อแท้และสิ้นหวัง เพราะไม่ว่าจะมีคุณหมอ หรือนักวิชาการต่างๆ ที่เก่งระดับมือหนึ่งของประเทศแค่ไหนก็ไม่สามารถให้คำแนะนำเรื่องการใช้วีลแชร์ การป้องกันการเป็นแผลกดทับได้ดีเท่ากับผู้พิการด้วยกัน 

"คนที่เมาแล้วขับถูกตำรวจจับ คุณยังมีโอกาสแก้ตัว ติดคุกยังมีวันออก แต่พิการแบบพวกผมนี้ มีเงินเป็นแสนล้านก็กลับมาเดินไม่ได้ ขณะนี้ไทยกำลังจะเป็นอันดับหนึ่งในการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรและจากการเมาแล้วขับมากที่สุดในโลก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเราช่วยกันป้องกันได้"

การ ‘เมาแล้วขับ’ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นปัญหาสังคมที่รัฐบาล และคนไทยต้องร่วมกันแก้ไข ถ้าคนไทยยังคิดแบบเดิมๆ ยังเมาแล้วขับ คุณ หรือคนที่คุณรักอาจเป็น 1 ใน 500 ศพ สงกรานต์นี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน