บริการข่าวไทยรัฐ

คดีการชดใช้จำนำข้าว

โดย หมัดเหล็ก

ทนายความของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชี้แจงกรณีที่ ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งกลับให้ ศาลชั้นต้น รับฟ้อง จิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกฯ ในการทำหน้าที่ประธานสอบข้อเท็จจริง ความผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว ในฐานะละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ทั้งนี้ ศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จะเริ่มดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 21 เม.ย.ที่จะถึงนี้

กรณีนี้ นพดล หลาวทอง ทนายความอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า เรื่องเดิมเคยฟ้องที่ ศาลอาญา ซึ่ง องค์คณะคดี ทุจริต ได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโดยที่ยังไม่ทันจะไต่สวนพยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อมีศาลอาญาคดีทุจริตตั้งขึ้นมาจึงได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว

คดีนี้มีการเรียกค่าเสียหายจาก อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ถึง 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายไม่มีโอกาสที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่มีการไต่สวนพยานบุคคล ไม่ตรวจสอบสินค้าคงเหลือให้ครบถ้วน และไม่มีการนำข้าวที่ค้างอยู่ในสต๊อกมาคำนวณหักออกจากบัญชีค่าเสียหายด้วย

อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน กรมบังคับคดี ได้ประกาศยึดทรัพย์กรณีทางแพ่งจากประเด็นการทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาทจาก บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ พร้อมกับ อดีตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ตามข้อเสนอของกรมการค้าต่างประเทศ ส่วนกรณีของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องรอให้กระทรวงการคลังตั้งเรื่องมาให้กับกรมบังคับคดีเพื่อขออายัดทรัพย์ทางแพ่ง ทางกรมบังคับคดีก็พร้อมที่จะดำเนินการยึดทรัพย์ตามขั้นตอนต่อไป

เรื่องนี้โยงไปถึงเรื่องที่ ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งยกคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งที่ให้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งองค์คณะตุลาการเสียงข้างมาก 5 เสียงมีคำสั่งให้ยกคำขอ และตุลาการเสียงข้างน้อย 2 เสียง ที่ต้องการให้ทุเลาคำสั่งทางปกครองชดใช้ค่าเสียหายไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาความผิดชัดเจน

ด้วยเหตุผลที่ว่า หากดำเนินการไปแล้ว จะเกิดความเสียหายจนยากที่จะเยียวยาในภายหลัง เช่น หากมีการพิพากษาว่าไม่มีความผิดในคดีนี้ จะต้องนำเงินค่าเสียหายส่งคืนให้กับผู้เสียหาย จึงจำเป็นต้องคำนวณถึงมูลค่าความเสียหายเป็นที่ยุติ

หากนโยบายของรัฐบาลดังกล่าวไม่ชอบจริง ทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐยังมีประเด็นเรียกเงินคืนจากผู้ที่ได้รับไปจากนโยบายของรัฐ ในฐานะลาภมิควรได้ จึงต้องมีการคำนวณค่าเสียหายที่แน่นอน คำวินิจฉัยจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงของค่าเสียหายที่จะสั่งให้รับชดใช้

นอกจากนี้ เมื่อค่าเสียหายมีมูลค่าที่เยอะมากย่อมเกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง การเยียวยาในภายหลังจะวุ่นวาย และกรณีนี้เป็นการโต้แย้งถึงการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหากมีผลบังคับใช้ต่อไประหว่างการดำเนินคดีจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงขึ้นกับผู้ร้องและจะกลายเป็นบรรทัดฐานในการบริหารราชการแผ่นดินด้วย.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th